อื่นๆ

รีวิว: เรียนเตรียมหมอยุโรปที่โรมาเนีย(ตามฝันกับเพทาย)Cruj Napoca

558
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิว: เรียนเตรียมหมอยุโรปที่โรมาเนีย(ตามฝันกับเพทาย)Cruj Napoca

เริ่มชีวิตนักเรียนเตรียมแพทย์ยุโรปแบบหนาวๆ

 อยากให้น้องๆหรือเพื่อนๆ ที่จะมาเรียน ขยันและอดทนค่ะ

ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลย เรามาเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองค่ะ 
 

 

Before leaving for Cluj Napoca

รีวิวประสบการณ์เรียน Preparatory year ที่  University of Babeș Bolyai เมือง Cluj- Napoca ประเทศโรมาเนีย Romania

    สวัสดีค่ะชื่อ เพทาย อายุ 19 ปี จบการศึกษา preparatory year ปี จากมหาวิทยาลัย Babeș Bolyai ตอนนี้เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่หนึ่ง ที่ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งเมือง Constanta  บทความที่แล้วเพทายรีวิวการเดินทางถึงบูคาเรสต์ และบทนี้จะมารีวิวประสบการณ์เรียน preparatory year ที่ Babeș Bolyai Univrsity เมือง Cluj- Napoca ประเทศโรมาเนีย Romania สำหรับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่สนใจจะศึกษาคณะแพทยศาสตร์ต่อในประเทศโรมาเนียค่ะ 

ทำไมถึงเลือกประเทศโรมาเนีย?

      ประเทศโรมาเนียเป็นประเทศที่อยู่ใน EU ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัย มีคุณภาพการศึกษาที่ดีมาก ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่างๆ ถือว่าถูกมากค่ะ ทำให้มีโอกาสที่จะทำงานในEU มากขึ้น ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เราได้ตัดสินใจเลือกบริษัท GMEG EDUCATION ค่ะ พี่ๆให้คำปรึกษาและคำแนะนำก่อนมาเรียนที่นี่ และมีรุ่นพี่ที่เรียนแพทย์ที่นี่อยู่แล้วให้คำปรึกษาด้วย

Advertisement

Advertisement


 -ทำไมถึงเรียน preparatory year?

เหตุผลที่มาเรียน preparatory year หรือ พื้นฐานภาษาโรมาเนีย, วัฒนธรรมและคำศัพท์ทางการแพทย์ ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี   เพราะในอนาคตอยากเป็นนักเรียนแพทย์ค่ะ ตอนชั้นคลินิก เราต้องคุยกับผู้ป่วยที่เป็นชาวโรมาเนีย ซึ่งพื้นฐานนี้จะทำให้เราได้ปรับตัวด้านภาษา ความเป็นอยู่ การเดินทาง วัฒนธรรมของที่นี่ให้คุ้นเคยก่อน เมื่อถึงเวลาเรียนแพทย์จริงๆ เราจะได้ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเรื่องเหล่านี้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

หลังจากเดินทางจากประเทศไทย พวกเราใช้เวลาอยู่ที่บูคาเรสต์ประมาณ 2- 3 วันค่ะ จากนั้นเตรียมเดินทางไปที่เมือง Cluj-Napoca  โดยรถไฟตู้นอน ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 คืน รถไฟเป็นห้องๆ คุณพ่อคุณแม่และเพทายเหมาห้องหนึ่ง จึงได้ที่เก็บกระเป๋าของทุกคน เพราะพี่ๆทีมงานจองได้แยกกัน การโดยสารรถไฟนี่เมื่อนักศึกษาลงทะเบียนพลเมืองชั่วคราวแล้ว (temporaly residence permit) จะได้สิทธิโดยสารฟรี (มีเงื่อนไขเรื่องคลาส) ถือเป็นสิทธิประโยชน์มากเลยค่ะในการเดินทางไปเมืองต่างๆในประเทศ และการได้รับสิทธิพลเมืองชั่วคราวนี่ยังได้รับประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน รวมทั้งขอวีซ่าเชงเก้นง่ายมากเพราะโรมาเนียอยู่ใน EU เราจึงสามารถไปดูงานหรือฝึกงาน ท่องเที่ยวในยุโรปได้ค่ะ


       เมื่อถึง Cluj-Napoca  มีพี่จ๋อมแจ๋ม ซึ่งเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัย Oradea มาช่วยดูแล ให้คำปรึกษาเช่นกัน ในวันถัดมา เราย้ายเข้าหอพักของมหาวิทยาลัยที่จองไว้ตั้งแต่ได้รับใบตอบรับเข้าเรียน หอพักอยู่ไม่ไกลมากจากแคมปัส แยกหญิงและชาย เราจองหอนอนหญิงแบบห้าเตียง (ตามภาพ) หลังจากนั้น พวกเราเตรียมเอกสารที่จะลงทะเบียนเข้าเรียนของมหาวิทยาลัย เพื่อรับวัน-เวลา และห้องเรียน ส่วนหนังสือ ทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะให้ที่อยู่สำหรับซื้อหนังสือมา เราต้องไปซื้อเองค่ะ พี่ทีมงานพาเราเดินไปทั่วเมืองครูจเพื่อหาซื้อหนังสือ จบลงด้วยการช๊อปปิ้งหมอนมุ้งทุกอย่างที่ห้าง เป็นวันที่เหนื่อยมากแต่ก็ทำอะไรเสร็จไปหลายเรื่องเลย

Advertisement

Advertisement

 ทานข้าว ช๊อปปิ้งของเข้าบ้านกันที่ห้างก่อนเข้าหอ

outside my placeบรรยากาศการเรียนการสอน

-การเรียนและบรรยากาศในห้องเรียน 
    เนื่องจากเราได้วีซ่าค่อนข้างช้า เราจึงได้อยู่กลุ่มที่ 6 ค่ะ ซึ่งมหาวิทยาลัยมีนักศึกษา preparatory year ทั้งหมดประมาณ 11-12 กลุ่ม เรียงลำดับจากการลงทะเบียนค่ะ  แต่ละกลุ่มจะมีนักเรียน 13-15 คน มาจากทุกทิศทุกทางเลยค่ะ ของเราได้เพื่อนที่มาจาก ตุรกี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ซีเรีย, จอร์แดน, โมร็อคโค, ปากีสถาน, อิสราเอล. เราได้อาจารย์ 2 คนค่ะ สลับกันสอนเป็นวัน เป็นผู้หญิงทั้งคู่ คนแรกค่อนข้างมีอายุแล้ว คนที่สองเป็นอาจารย์วัยกลางคน เรามีเรียนทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เก้าโมงเช้า ถึง บ่ายโมง และ บ่ายโมงถึง ห้าโมงเย็นแล้วแต่วันค่ะ ที่นี่เขาจะพักเที่ยงไม่เหมือนบ้านเรา คือ 13.00 น. 


      วันแรกที่ไปเรียนค่อนข้างตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเราไม่เคยเรียนแบบนี้มาก่อน กลัวว่าจะไม่รู้เรื่อง และที่สำคัญ มีการสอบวัดระดับ A1, A2, B1, B2 (เป็นการสอบ ฟัง พูด อ่าน เขียน แกรมม่า เรียงจากระดับเริ่มต้นจนถึงระดับทั่วไป และการสมัครเข้าแพทย์ ใช้ระดับ B1, B2 เป็นต้นไปแล้วแต่มหาวิทยาลัย ถ้าเราสอบครั้งแรกไม่ผ่าน ทางมหาวิทยาลัยจะมีให้สอบแก้ตัวอีกครั้ง)   ก่อนมาเราเรียนภาษาโรมาเนียบนยูทูปนิดหน่อย วันแรกได้อาจารย์สูงอายุซึ่งท่านพูดโรมาเนียล้วนเลยค่ะ ซึ่งแน่นอนไม่รู้เรื่องจริงๆค่ะ ไม่มีภาษาอังกฤษ เรางงมากค่ะ แต่ท่านใจดีค่ะ ไปช้าๆ ให้ฝึกอ่าน ฝึกพูด มีเพื่อนๆช่วยแปลให้อีกทีค่ะ. ในคลาสสามารถใช้กูเกิ้ลแปลภาษาได้ตลอดเลยค่ะ ยกเว้นการสอบเท่านั้น ดังนั้นกูเกิ้ลแปลภาษาสำคัญมากๆ ค่ะในช่วงแรก ท้ายคาบอาจารย์ดูออกค่ะว่าเราไม่รู้เรื่อง ท่านเลยบอกเป็นภาษาอังกฤษว่า 2-3 สัปดาห์เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ซึ่งคนที่นี่ส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ 
 
        ช่วงสัปดาห์แรกเราเครียดมากค่ะ กลัวไม่ดีขึ้นเหมือนที่อาจารย์บอก เพราะฟังไม่ออกจริงๆ เลยอาศัยการจำไปก่อนค่ะ  
 
     วันถัดมาเราได้เรียนกับอาจารย์วัยกลางคนค่อนข้างเป๊ะและจริงจังค่ะ แต่ใจดี ซึ่ง 1-2 เดือนแรกท่านใช้ภาษาอังกฤษในการสอนค่ะ อาจารย์สอนดีมากค่ะ สอนให้เท่ากัน ไปพร้อมกันทุกคน ถ้าไม่เข้าใจสามารถยกมือถามได้เลยค่ะ อาจารย์ไม่ว่าระหว่างเรียนมีพักเบรค 1-2 ครั้ง  น้องๆต้องขอบคุณพี่เปาที่ได้ส่งแบบฝึกภาษาโรมาเนียสำหรับ A1-A2 ให้ทำให้ช่วงแรกง่ายต่อการเรียนมากขึ้นค่ะ   บรรยากาศในคลาสเฮฮา คุยสนุก สนทนาทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอประเทศของตัวเอง แน่นอนว่าเราเป็นคนเอเชีย ซึ่งในโรมาเนียไม่ค่อยมีคนเอเชียมากนัก คำตอบจึงค่อนข้างเป็นที่สนใจ เช่น อุณหภูมิประเทศของคุณหน้าร้อนเป็นอย่างไร เราตอบไปว่า ประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส แล้วแต่ช่วง  ทั้งอาจารย์และเพื่อนในคลาสดูตกใจมากค่ะว่าอยู่ได้ยังไง ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันค่ะ  ซึ่งอาจารย์จะถามทีละคน แล้วให้เราตอบเป็นโรมาเนีย ถ้าเราตอบไม่ได้ เราสามารถ พูดภาษาอังกฤษให้อาจารย์ แล้วอาจารย์จะแปลเป็นโรมาเนียให้เราพูดตามค่ะ ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้แค่ช่วงแรกๆเท่านั้นค่ะ เพราะต่อไปถ้าหากเรายังคงพูดภาษาอังกฤษกับอาจารย์ อาจารย์จะตำหนิเรา เราควรพัฒนาเรื่องภาษาและควรพูดเป็นโรมาเนียให้ได้มากที่สุด

เรื่องแกรมม่า ไม่ยากถ้าตั้งใจในคลาสเรียน จะง่ายไปเลยค่ะ แต่ต้องให้เคลียร์ในคลาสนะคะ เพราะถ้าไม่เคลียร์แล้วกลับไปอ่านเองจะงงเอาค่ะ  
        ภาษาโรมาเนีย เป็นภาษาที่ต้องแบ่งเพศชาย-หญิง แบ่ง เอกพจน์ พหูพจน์ แบ่งกริยา/คำวิเศษณ์ ตามประธาน มีการผันกริยา อดีต ปัจจุบัน อนาคต เหมือนภาษาอังกฤษและภาษาที่มาจากละตินค่ะ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี บางศัพท์ก็คล้ายๆกัน แต่บ้านเราไม่มีการแบ่งเพศและ แบ่งคำวิเศษณ์/กริยาตามประธาน มันเลยยากตรงนี้ค่ะ ต้องจำเยอะมาก แต่ถ้าได้ใช้ทุกวัน ก็จะค่อยๆจำได้โดยอัตโนมัติค่ะ เรื่องการออกเสียงต้องเน้นให้ถูกต้องและชัดค่ะ เพราะความหมายอาจเปลี่ยนไปเลยถ้าเราออกเสียงผิด  
           พอผ่านไป 2-3 เดือน เริ่มคล่องขึ้นค่ะ เริ่มสนุก เริ่มโต้ตอบได้ อาจารย์บังคับให้พูดภาษาโรมาเนียอย่างเดียวเลยค่ะ ทั้งกับอาจารย์และกับเพื่อน เรื่องการบ้านแรกๆยังสบายๆ เขียนเรียงความ, จดหมายสั้นๆ ทำแบบฝึกในหนังสือแล้วมาเฉลยร่วมกัน แต่หลังๆมา ยิ่งระดับสูงขึ้น เริ่มมีการเขียนแบบกำหนดคำ ใช้คำเชื่อม คำศัพท์ การเขียนแบบทางการ อีเมลล์แบบทางการ ประมาณ 70-80 คำ มีภาพคนทำกิจกรรม แล้วให้เราอธิบายสิ่งที่เห็น เริ่มเป็นเชิงวิชาการ ส่วนใหญ่การเรียนเป็นการเน้นความคิดเห็นของเราค่ะ 
 
       ต้องขอบอกก่อนว่าระหว่างที่เรากำลังเตรียมสอบระดับ B1 นั้น สถานการณ์ Covid-19 ระบาดพอดี ทำให้ทางมหาวิทยาลัยต้องระงับการเรียนการสอนในห้อง มาเป็นการเรียนแบบออนไลน์แทน คือใช้ ระบบ Zoom , Mail และ Google Classroom เป็นหลัก ( ที่นี่ e-mail สำคัญมากค่ะ การจะติดต่อกับมหาวิทยาลัยจะใช้ เมลล์ ดังนั้นควร check เมลล์บ่อยๆ ) ทำให้การเรียนการสอนยากขึ้นไปอีก ระหว่างนี้เราก็ต้องเรียนรู้เองด้วยค่ะ เพราะบางบทอาจารย์ไม่สามารถสอนให้ทันได้ 
        หากเราไม่เข้าใจหรือต้องการเรียนเพิ่มเราสามารถแจ้งอาจารย์ให้สอนเพิ่มได้ สอนฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เรียนเพิ่มอาทิตย์ละ 1-2 ชั่วโมงค่ะ  
         ซึ่งที่อธิบายมา เป็นส่วนของภาษาโรมาเนีย เป็น 1 ใน 3 วิชาที่เราต้องเรียนค่ะ ต่อไป คือวิชา ที่ 2 คือ วิชาคำศัพท์แพทย์ 
            วิชานี้เป็นวิชาที่เน้นจำค่ะ ซ้อมกันเป็นหมอกันเลยทีเดียว อาจารย์จะส่งไฟล์บทเรียนและแบบฝึกมาให้ทางเมลล์ค่ะ เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ อาการ / การรักษา / คำศัพท์ที่เป็นชื่อของโรค / วิตามิน / ระบบต่างๆ ในรางกาย เป็นภาษาโรมาเนียทั้งหมด (เพราะเราจะต้องใช้สื่อสารกับผู้ป่วยในอนาคตระหว่างชั้นคลินิก) ใช้เวลาเรียนอาทิตย์ละ 1 วัน เรียน 3-4 อาทิตย์ก็เสร็จค่ะ การบ้านมีแน่นอนค่ะ ส่งผ่าน Google Classroom เมื่อเรียนเสร็จจะมีสอบเช่นกัน แต่สอบผ่าน Google Forms วิชานี้ถือว่าไม่ยากค่ะ แต่จำดีๆนะคะ ถือว่าเป็นพื้นฐานวิชาแพทย์เลยก็ว่าได้ 
          วิชาสุดท้าย วิชาที่ 3 คือ วิชา วัฒนธรรมโรมาเนีย  เรียนออนไลน์อีกเช่นเคย จำหนักมาก แต่สนุกค่ะ เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวโรมาเนีย สถานที่ท่องเที่ยวในโรมาเนีย บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาต่างๆ  ซึ่งเรียน 3 บทค่ะ การเรียน เหมือนกับ วิชาศัพท์แพทย์ 3-4 สัปดาห์แล้วก็สอบ แต่การสอบวิชานี้ค่อนข้างโหดตรงที่ว่า อาจารย์ให้เราเตรียม ทั้ง 3 บท เมื่อถึงเวลาสอบเราสอบออนไลน์ใช่ไหมคะ เราก็ต้องเปิดกล้องไว้ให้เห็นโต๊ะของเรา เห็นหน้าเราด้วย แล้วเราต้องเตรียมกระดาษ ปากกาไว้บนโต๊ะเท่านั้น จากนั้นครูจะสุ่มหัวข้อให้เราเขียนเรียงความกำหนดคำ ประมาณ 250 คำ ภาษาโรมาเนียล้วน แต่อาจารย์ใจดีตรงที่ วิชานี้ไม่เน้น grammar แต่เน้นให้สื่อสารเข้าใจว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ตามหัวข้อที่ได้รับ 
           
       เมื่อเราเรียนจบหมดทั้ง 3 หัวข้อแล้ว เราจะต้องสอบ final เพื่อจบการศึกษาค่ะ สอบออนไลน์เช่นเดิมค่ะ ( ถ้าเราสอบไม่ผ่าน มหาวิทยาลัยมีให้สอบแก้ตัวอีกครั้งค่ะ)  สอบเป็นกลุ่ม ไม่เกิน 3 คน มีอาจารย์ 3-4 คนคุมสอบ การสอบจบนี้จะเน้นพูดเป็นหลักเลยค่ะ ให้พรีเซนต์ หัวข้อที่เราเลือกเขียนเป็นเรียงความ /ตอบคำถาม ถ้าสอบผ่านหัวข้อนี้จะได้ไปต่อค่ะ ต่อมาจะมี text ที่ยาวมาก มาให้อ่าน 2 นาทีและให้บอกใจความสำคัญ/ ตอบคำถาม บอกข้อดี/ข้อเสีย และความคิดเห็นเรา  เมื่อเราสอบครบหมดแล้วเป็นอันว่าเราสอบเสร็จ และรอผลประมาณ 1-2 วันค่ะ การสอบทั้งหมดของ preparatory year ของเราผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ผลเป็นที่น่าพอใจมาก 
             ซึ่งความโหดหินคือ ของเราได้สอบ ทั้ง B1, B2 , Final , คำศัพท์แพทย์ และ วัฒนธรรมโรมาเนีย ภายใน 2 อาทิตย์ค่ะ ยอมรับว่าเครียดมาก  (นอนดึกทุกวัน กลัวสอบไม่ผ่าน)  
 
       ต้องขอบอกว่าช่วงแรกๆ เพื่อนๆตั้งใจเรียนกันมากค่ะ มาครบทุกคน แต่หลังๆเพื่อนๆมาบ้างไม่มาบ้าง บางวันก็มีคลาสเรียน 3-5 คน เรียนออนไลน์ยิ่งน้อยมาก ทางมหาลัยมีการเก็บชั่วโมงเรียนด้วยนะคะ ซึ่งถ้าใครมีชั่วโมงเรียนไม่ครบ อาจารย์ช่วยเต็มที่ค่ะ ให้เรียนเพิ่มกับกลุ่มอื่น  จึงอยากให้น้องๆหรือเพื่อนๆ ที่จะมาเรียน ขยันและอดทนค่ะ ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลย เรามาเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองค่ะ 

 

หอพักหญิงของมหาวิทยาลัย Babes Boyai University -ที่พักระหว่างเรียน preparatory year 
     ที่มหาวิทยาลัยมีหอสำหรับนักศึกษาต่างชาติค่ะ จะเป็นแบบแชร์ห้อง 2-4 คน ราคาจะแตกต่างกันค่ะ ที่เราอยู่จะเป็น ตึก Camin แชร์ห้อง 2 คน เตียงบน-ล่าง ห้องค่อนข้างเล็ก มีห้องน้ำในตัว มีครัวส่วนกลางให้แต่ละชั้น ราคาต่อเดือน 190 lei  คิดเป็นไทยประมาณ 1,400 บาทต่อเดือน  ค่ะ รวมค่าน้ำค่าไฟทุกอย่าง เราได้รูมเมทเป็นคนประเทศกินี เรียนปริญญาโทค่ะ นิสัยดีมากดีมากๆ ใจกว้าง กันเอง ( ถือว่าเราโชคดีสุดๆ) ช่วงเทศกาลต่างๆ เช่นคริสมาสต์ที่หอจะมีกิจกรรมช่วยกันตกแต่งหอ คุยกัน เราก็จะได้เพื่อนร่วมหอเพิ่มมาด้วยค่ะ ตัวหอห่างจากที่เรียน ประมาณ 1.3 กิโลเมตร สามารถเดินหรือขึ้นรถประจำทางไปเรียนได้ค่ะ แต่ระยะหลังๆ ย้ายมาอยู่อพาร์ทเมนต์ค่ะ เพราะใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า ใกล้ร้านสะดวกซื้อ และข้างหน้าตึก เป็นสถานีรถบัสในเมืองค่ะ ก็สะดวกไปอีก สามารถไปห้างใหญ่ได้เลย

Apartment Cluj Napoca

 

 -การหาอพาร์ทเมนต์

     ไม่ยากค่ะ แต่ที่นี่ต้องติดต่อนายหน้า ซึ่งเป็นร้านในเมืองค่ะ มีหลายเจ้า แต่ราคาต้องดูดีๆ เมื่อเราเลือกแล้ว นายหน้าจะพาเราไปดูอพาร์ทเมนต์ก่อนค่ะ หากเราสนใจเราก็สามารถจ่ายเงินได้เลย แต่มีค่านายหน้าครึ่งหนึ่ง มีหลายราคาและจำนวนห้องให้เลือกค่ะ มีตั้งแต่ 250€ - 600€ ส่วนใหญ่ที่เห็นจะประมาณ 450€ - 550€ ค่ะ ( ไม่รวมค่าน้ำ,คาไฟ,ค่าแก๊ส ) ถ้ามาครั้งแรกแล้วอยากจะพักที่อพาร์ทเมนต์ถ้าหากมีเพื่อนมาด้วย การแชร์ๆกันถือว่าประหยัดค่ะ มีอะไรจะได้ช่วยกัน เพราะเรายังไม่ชิน

 

-การเดินทาง

     แนะนำเลยค่ะ มาถึงที่นี่ซื้อซิมโทรศัพท์ใส่มือถือเราแล้วเปิดแบบมีดาต้าแพลน ใช้ Google Maps ว่าเราต้องนั่งไปที่ไหน สายอะไร รถมากี่โมง ( แต่ต้องเทียบในชีวิตจริงด้วยนะคะ เผื่อรถติด หรือเหตุจำเป็นบางอย่าง ) ในเมืองสามารถเดินทางไปห้างหรือที่ไหนก็ได้โดยรถบัสหรือรถราง ( จะมีหมายเลยแต่ละสาย )  แท็กซี่ อูเบอร์ จักรยานแบบเช่า แต่แรกๆ หากเรายังไม่ชินทาง ควรนั่งอูเบอร์หรือแท็กซี่ไปก่อนค่ะ เพราะ ถ้าหากขึ้นผิดสายจะยิ่งหลงไปกันใหญ่ แต่ถ้าหากชำนาญแล้วสามารถขึ้นรถบัสได้เลยค่ะ จะมีตู้กดตั๋วบริเวณสถานี ตั๋วละ 5 lei ( ประมาณ 35บาท)  ได้ 2 เที่ยว หรือมีบัตรธนาคารที่นี่ สามารถขึ้นรถแล้วแตะที่ตัวแตะบัตรได้เลยค่ะ มันจะหักครั้งละ 1 เที่ยว  (2.5 lei ) ตั๋วเช่นกันค่ะจะมีตัวปั๊มบัตร ให้เราสอดเข้าไปแล้วเราก็ดึงออกมาใช้ต่อได้อีกครั้ง บัตรนักเรียนสามารถขึ้นรถไฟได้ฟรีค่ะ( บัตรนักเรียนสามาถเป็นโปรโมชั่นในร้านอาหารต่างๆ และเราจะได้รับคูปองสำหรับร้านอาหารในราคาพิเศษหรือฟรีได้อีกด้วย )  สามารถไปต่างจังหวัดได้ หรือจะไปบูคาเรสต์ก็ได้ค่ะ

 

อาหารการกิน

 

 -อาหารการกิน

     ในห้างมีขายวัตถุดิบและอาหารทั่วไปเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของเมืองหนาว เช่น ผัก ผลไม้ ( บางอย่างก็หน้าตาประหลาดค่ะ ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน ) ชีส โยเกิร์ต แฮม พวกอาหารฝรั่ง แต่ก็มีผลไม้ไทยที่นำเข้ามานะคะ แต่ราคาโหด  กลับไปกินบ้านเราดีกว่าค่ะ ใน Cluj ยังมีร้าน Taste of Asia  เป็นร้านขายอาหารเอเชีย ซึ่งเราก็ไปซื้อบ่อยค่ะ ส่วนใหญ่เราซื้อมาทำกินเอง ถูกปากมากกว่า แต่บางอย่างราคาก็โหดมากเลยต้องห้ามใจไม่ซื้อ

 

-สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

    เชื่อว่ามีทุกที่ค่ะ เรื่องอาชญากรรมต่างๆ ตอนแรกก่อนมาครอบครัวก็กังวลเหมือนกันค่ะ คุณพ่อ-แม่ถึงมาส่งที่นี่ จะได้เห็นกับตาตัวเอง บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ  พวกยิปซี มีน้อยลง ที่ Cluj-Napoca  แต่จากประสบการณ์ที่อยู่มาค่อนข้างปลอดภัยมากค่ะ มีตำรวจอยู่ทั่วเมืองคอยเดินตรวจดูอยู่ตลอด บริเวณอพาร์ทเมนต์ที่เรามีสวนสาธารณะที่ใหญ่ มีแม่น้ำ ดังนั้นมีคนชุกชุมตลอดค่ะ  ผู้คนที่นี่ชอบช่วยเหลือชาวต่างชาติค่ะ เป็นมิตร แต่ก็วางใจไม่ได้ค่ะ เราก็ต้องระวังตลอด ไม่ประมาท ไม่ออกจากที่พักตอนกลางคืน หากจำเป็นควรมีเพื่อนไปด้วยค่ะ ไม่ควรโชว์ของมีค่า เพราะประเทศโรมาเนียเท่าที่เราเห็นไม่ค่อยนิยมแบรนด์เนมกันมากนัก

 

-สถานการณ์ COVID-19 ตอนนี้

    ตอนนี้ รัฐบาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจลงพื้นที่เพื่อดูแลความเรียบร้อย มีมาตรการเพื่อป้องกัน COVID-19 และ มีมาตรการให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัยค่ะ โดยเฉพาะ ในรถสาธารณะทั้งหมด มีเจลล์แอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ และทุกคืนจะมีเจ้าหน้าที่พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณถนน บริเวณจักรยานให้เช่า ร้านค้าตอนนี้เริ่มเปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 63 แต่ให้นั่งห่างกัน  พวกร้านอาหารในห้างยังไม่เปิดให้นั่งทานในร้านนะคะ ให้ห่อกลับบ้านอย่างเดียว เวลาจะเข้าร้านหรือที่ไหนก็ตามต้องใส่หน้ากากทุกครั้ง ถือว่าป้องกันได้ดีเลยค่ะ

 

-แนะนำน้องๆ

     ฝากถึงน้องๆที่สนใจจะเรียนแพทย์ในโรมาเนียซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เราแนะนำที่ GMEG EDUCATION เพราะพี่ๆ จะดูแลพวกเราตั้งแต่ให้คำปรึกษาก่อนมาเรียนที่นี่ จนกระทั่งเรียนจบแพทย์ 6 ปี มีปัญหาอะไรสามารถคุยได้ตลอดค่ะ  อีกทั้งยังมีรุ่นพี่ที่เรียนแพทย์ในโรมาเนีย และสภานักศึกษาไทยในประเทศโรมาเนียที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นและใกล้จะเป็น official ในสังคมนักศึกษาไทยที่มีจำนวนน้อยเพื่อช่วยเหลือกันและกัน   เราพูดจากประสบการณ์ตรงที่อยู่มา 1 ปี โรมาเนียไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเป็นประเทศที่ค่าครองชีพต่ำ ผู้คนเป็นมิตร ถึงจะเป็นเมืองค่อนข้างเก่าแต่สภาพแวดล้อมดีมาก

      ในเมื่อเรามีโอกาสและทุนทรัพย์ที่เพียงพอ เราสามารถหยิบยื่นโอกาสนั้นให้ตัวเองเพื่อพัฒนาต่อไป โดยมีครอบครัวสนับสนุนอยู่เต็มที่ เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ  เราสามารถเลือกการศึกษาที่เหมาะสมและที่เราชอบให้กับตัวเองได้ค่ะ แต่เราต้องเต็มใจที่จะทำมัน ไม่มีใครมาบังคับเราได้ อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ค่ะ

 

 

ภาพประกอบ - โดยผู้เขียนเอง

 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์