อื่นๆ
รีวิว 7 ฟีเจอร์เด็ด ใน iOS 15 มีอะไรโดดเด่นน่าใช้บ้าง!

วันที่ 21 กันยายน 2021 ที่ผ่านมานั้น ทางบริษัท Apple ได้ประกาศปล่อยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ของ Apple สามารถอัปเดตและใช้งานกันใน iOS15 กัน วันนี้เราเลยถือโอกาสจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่าจะมีอุปกรณ์ใดที่สามารถรองรับ iOS15 , วิธีการอัปเดตและจะมีฟีเจอร์ไหนใน iOS15 กันบ้างที่น่าสนใจผ่าน “รีวิว 7 ฟีเจอร์เด็ด ใน iOS 15 มีอะไรโดดเด่นน่าใช้บ้าง!” หากพร้อมแล้วก็ตามกันมาได้เลย👇🏻🥳✨
วิธีการอัปเดต iOS15
เข้าไปที่ General > Software Update > Download and Install ในกรณีของเราจะเป็นหน้าที่มีการอัปเดตเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

อุปกรณ์ที่สามารถรองรับ iOS 15

- iPhone 12
- iPhone 12 mini
- iPhone 12 Pro
- iPhone 12 Pro Max
- iPhone SE (รุ่นที่ 2)
- iPhone 11
- iPhone 11 Pro
- iPhone 11 Pro Max
- iPhone XS
- iPhone XS Max
- iPhone XR
- iPhone X
- iPhone 8
- iPhone 8 Plus
- iPhone 7
- iPhone 7 Plus
- iPhone SE (รุ่นที่ 1)
- iPhone 6s
- iPhone 6s Plus
- iPod touch (รุ่นที่ 7)
Advertisement
Advertisement
1.) Siri
ฟีเจอร์แรกที่หลาย ๆ คนที่ชื่นชอบในการใช้ Siri จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอนคือ ใน iOS15 เราสามารถใช้ Siri ได้แบบออฟไลน์โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ Wifi ใด ๆ อาทิ การตั้งนาฬิกาปลุก/นาฬิกานับถอยหลัง บอก To do list ในแต่ละวัน การส่งข้อความ การโทรศัพท์/Facetime ควบคุม Volume ของเสียง อ่านข้อความให้ฟัง หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ใน Iphone ของเรา ซึ่งบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ Fucntional สุด ๆ โดยวิธีการใช้ Siri ให้เพื่อน ๆ กดปุ่มด้านข้างหรือปุ่มโฮมของโทรศัพท์ค้างเอาไว้ Siri ก็จะขึ้นมาให้ ซึ่งแน่นอนว่าตอบโจทย์และใช้งานสะดวกต่อพูดใช้งานมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

2.) Live Text
Live Text โดยส่วนนี้จะเป็นฟังก์ชันกล้องที่สามารถอ่านจับข้อความในรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือตัวเลข ซึ่งเมื่ออ่านข้อความออกมาแล้ว เราสามารถทำการคัดลอก โทรออก นำไปแปล หรือแม้กระทั้งกดส่งข้อความให้กับคนอื่นได้ *แต่จะมีข้อจำกัดที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งคือในส่วนที่อ่านข้อความออกมานั้นจะอ่านได้แค่ภาษาอังกฤษและตัวเลขเพียงเท่านั้น*
Advertisement
Advertisement
- วิธีการ Live Text
ซึ่งวิธีการใช้คือให้เราเข้าไปที่กล่องข้อความใดก็ได้ Note , Messages , Direct Message ต่าง ๆ และให้เรากดจิ้มจอทำให้คำสั่งขึ้นมา จากนั้นกดเลือกเครื่องหมายสี่เหลี่ยมที่มีข้อความด้านใน และนำกล้องไปวางบริเวณที่เราต้องการให้อ่าน

3.) Safari
มาถึงส่วนต่อมาที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุดอย่างการปรับดีไซน์ใหม่หน้า Safari ซึ่งต้องบอกเลยว่าการอัปเดตนั้น ปกติแล้วตรงหน้า Safari จะไม่ค่อยมีการปรับเปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ แต่ใน iOS15 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในหน้าตา ลูกเล่นต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาก เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูตัวเด่นและทริคที่น่าสนใจกันค่ะ
3.1) เราสามารถปรับแต่งหน้าจอของหน้าแรกได้ ตรงนี้จะให้ฟิลเหมือนหน้า Desktop ของคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กเลย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรารู้สึกชอบมาก เพราะปกติหน้า Safari จะเป็นสีขาวทั้งหมดทำให้ดูจืด ไม่มีกิมมิค ลูกเล่นอะไร แต่หากเราปรับหน้าให้เป็นรูปหรือ Wallpaper น่ารัก ๆ จะทำให้เปิดมาแล้วรู้สึกไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยสร้างอรรถรสหรือเพิ่มความสวยงามในการใช้งานอีกด้วยค่ะ มาดูกันค่ะว่าเราจะสามารถปรับแต่งหน้าต่างของ Safari ได้อย่างไรกันบ้าง
Advertisement
Advertisement
- วิธีการปรับแต่งหน้าต่าง Safari
ขั้นตอนที่1 : กดไปที่ Edit > Background Image

ขั้นตอนที่2 : กดเครื่องหมายบวก > เลือกรูปจาก Photos ของเรา เพียงแค่นี้เราก็ได้หน้าต่างของ Safari ที่มีความเก๋น่าใช้งานแล้วละค่ะ ^^
3.2) Tab Bar ของ Safari อยู่ที่ส่วนล่างแทนส่วนบน ซึ่งเรียกว่าสิ่งนี้บางคนอาจจะรู้สึกชอบหรือบางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบ ซึ่งส่วนตัวเราชอบแบบเก่าที่แท๊บอยู่ด้านล่างมากกว่าค่ะ เพราะรู้สึกว่าเมื่อแท๊บอยู่ด้านล่างแล้วใช้งานยาก ไม่คุ้นชิน แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบแท๊บล่างแบบเรา วันนี้เราจะมาบอกทริคสำหรับการเปลี่ยนแท๊บค้นหาใน Safari ให้กลับมาอยู่ด้านบนแบบเดิมกันค่ะ👇🏻
- วิธีการเปลี่ยนแถบ Tab bar Safari ให้อยู่ด้านบน
ขั้นตอน : กดเข้าไปที่ AA ตรงแถบ Bar ด้านล่าง > Show Top Address Bar เพียงแค่นี้แถบ Bar ก็จะเป็นแบบเดิมแล้วค่ะ และหากอยากให้แถบ Bar อยู่ด้านล่างก็ใช้วิธีการเหมือนกันเลยค่ะ
3.3) ปรับดีไซน์หน้าใหม่ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งเราสามารถทำการสลับไปมาตรงหน้าของ Safari โดยการเลื่อนซ้าย เลื่อนขวา
3.4) สามารถค้นหาด้วยเสียงบน Safari ได้ ซึ่งจะรองรับหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยอีกด้วย โดยปุ่มอ่านเสียงจะอยู่บริเวณด้านบนขวามือของแถบ Bar นั้นเองค่ะ ส่วนนี้เราลองใช้แล้ว รู้สึกว่าช่วยให้การทำงานไวขึ้นมาก ๆ อีกทั้งในการอ่านคำต่าง ๆ ในเสียงของเราก็มีความตรงและถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน ให้ 3 ผ่านเลยค่ะเพราะสามารถใช้งานได้จริง👏🏻
3.5) ใช้การดึงลงบนหน้าของ Website เพื่อรีเฟรชหน้าเว็บ แทนการกดปุ่ม Reload ที่อยู่ตรงแถบ Bar ให้อารมณ์เหมือนกับ Instagram ส่วนนี้สำหรับเรารู้สึกไม่ได้แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ แอบรู้สึกชอบแบบเก่ามากกว่าด้วย เหมือนในบางครั้งเราเลื่อนเล่นขึ้นด้านบน แต่ดันไปเผลอเฟรชหน้าเข้าทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเฟรช เพราะฉะนั้นแบบเดิมที่เป็นเครื่องหมายเฟรชเองโอเคกว่าค่ะ

4.) Note
ส่วนต่อมาที่มีการปรับเพิ่มฟีเจอร์คือแอปพลิชั่น Note ซึ่งเราสามารถเพิ่ม # ที่สร้างเองได้ โดยสามารถเข้าไปดู # ได้ที่ด้านหน้าของแอป Note ซึ่งความพิเศษก็คือจะช่วยจัดประเภทของโน้ตได้ดี ง่ายต่อการค้นหา อีกทั้งหากเราใช้ Note แชร์ที่ใช้ร่วมกับคนอื่นก็จะมีการแจ้งเตือนอัปเดตอีกด้วย

5.) Messages
5.1) ในส่วนของ Message ก็จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของไอเท็มตกแต่งตัว Memoji ซึ่งที่เพิ่มมาก็คือสามารถเปลี่ยนสีตา ทรงผม และมีส่วนของเหล่า Accessories เข้ามา นั้นคือแว่นตา เสื้อผ้า หรือแม้กระทั้งท่าทางของตัว Memoji เอง ซึ่งจะมีด้วยกัน 3 ท่าทางคือทำท่าคล้ายโทรศัพท์ ทำมือเป็นรูปหัวใจ โบกมือคล้ายบ๊ายบาย สิ่งนี้จะทำให้ตัว Memoji ของเรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาแล้วเจ๋งมาก มีให้เลือกเยอะหลากหลาย และก็สามารถช่วยเพิ่มคาแรคเตอร์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
5.2) และในตัวของ Messages เราสามารถปรับให้ภาพที่เราต้องการจะส่งนั้นวางซ้อนกัน โดยเป็นดูแบบ Grid View แทน นั้นคือมาสามารถแสดงผลได้แบบตารางเป็นเฟรม ๆ ไป ซึ่งส่วนตัวเราชอบมากเลยละค่ะ เพราะหากเป็นแบบเดิมคือถ้าเพื่อนหรือคนที่เราคุยด้วยมีการส่งภาพมาแบบเยอะ ๆ เราห็จะต้องเลื่อนไปเลื่อนมา แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะช่วยทำให้ช่องแชทของเราไม่รก ดูสะอากตา ที่สำคัญเลยคือสามารถหาข้อมูลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

6.) Share with you
มาถึงฟีเจอร์ที่หก โดยในฟีเจอร์นี้ก็เป็นที่พูดถึงอย่างหนาหูเช่นกัน นั้นคือ ‘Share with you’ โดยเป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถแชร์ไม่ว่าจะเป็น News (ข่าว) , Safari , Apple Music / TV และ Podcast

7.) Photos
และในฟีเจอร์สุดท้ายคือ Photo ซึ่งจะมีฟังก์ชันที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามา ซึ่งส่วนตัวเราคิดว่าน่าสนใจมาก ๆ เพราะจะช่วยทำให้การใช้งานมีความสนุก ง่ายมากขึ้น เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีฟังก์ชันไหนที่น่าสนใจรวมถึงวิธีการใช้งานที่ยากง่าย👇🏻
7.1) สามารถบันทึกรูปภาพจาก Safari ทีละหลาย ๆ รูป ซึ่งทำได้โดยการลากรูปจากเว็บไซซ์แล้วมาวางไว้ใน Photos ในตัวนี้ส่วนตัวเราคิดว่าใช้งานค่อนข้างใช้ยากไปหน่อย เพราะตอนเราจะลาก เราจะต้องใช้อีกนิ้วจิ้มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชอบการเซฟแบบปกติมากกว่าค่ะ แต่ในทางกลับกันหากเพื่อน ๆ คนไหนอยากเซฟรูปในหน้า Safari หลาย ๆ ภาพพร้อมกัน ก็เรียกว่า Functional ตอบโจทย์พอสมควรเลย
7.2) สามารถดูข้อมูลรูปภาพได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวันและเวลา สถานที่ในการถ่าย โทรศัพท์ที่ใช้ เลนส์โหมดของกล้อง iso ขนาดของภาพนั้น ๆ เรียกว่าจบครบ ทำได้โดยเพื่อน ๆ สามารถปัดขึ้นที่รูปที่เราต้องการจะดูหรือตัว i ด้านใต้รูป เรียกว่ายอดนักถ่ายรูปแบบเรานี่เลิฟฟังก์ชันใหม่นี้มาก ๆ เพราะว่าในแต่ละภาพสามารถบอกข้อมูลได้แบบละเอียดยิบ เหมือนในบางครั้งเราอยากรู้ว่า ณ ตอนที่เราถ่ายภาพเรากำลังใช้เลนส์ระยะเท่าใดในถ่าย iso (ค่าของแสง) และอื่น ๆ เพื่อที่จะนำไปตั้งค่าหรือปรับใช้ในรูปที่เรากำลังจะถ่ายต่อไป เป็นอีกหนึ่งการอัปเดตที่สุดยอดมาก!
7.3) ในส่วนของ Photo Memories (แถบ For You) เราสามารถครีเอทวิดีโอเก๋ ๆ ได้จากภาพและวิดีโอของทริปนั้น ๆซึ่งความเจ๋งคือมีการรวมสื่อให้เรียบร้อย แถมยังสามารถปรับสีและใส่เพลงจาก Apple Music ได้อีกด้วย บอกเลยว่าเหมาะมากสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากทำวิดีโอ Memories แบบคิ้วท์ ๆ แต่อาจจะเป็นคนที่แต่งไม่สวยแต่งไม่เก่ง ซึ่งส่วนตัวเราลองเล่นแล้ว ใช้งานง่ายและวิดีโอที่ออกมาดูดีมากเลยละค่ะ อยากให้ไปลองเล่นกัน ^^

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ รีวิว 7 ฟีเจอร์เด็ด ใน iOS 15 มีอะไรโดดเด่นน่าใช้บ้าง! ต้องบอกเลยว่าใร iOS15 นี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของฟีเจอร์และการใช้งานซึ่งมีลูกเล่นที่น่าสนใจและทำให้การใช้งานง่ายและสะดวดมากยิ่งขึ้น และในเร็ว ๆ นี้ช่วงปลายปี ก็จะมีอิโมจิออกใหม่มาให้เพื่อน ๆ ได้ใช้งานกันอีกด้วย อื้อหื้อเรียกว่าอัปเดตมาใหม่กันแบบไม่แพ่วกันเลยทีเดียวละค่ะ หากเพื่อน ๆ คนไหนอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากใช้งานใน iOS15 กันแล้วก็ตามไปDownload and Install กันแบบไว ๆ ได้เลยจ้า ขอให้ Enjoy นะคะ :)😉✨
- เครดิตภาพหน้าปกโดย เจ้าของบทความ
- เครดิตภาพประกอบบทความโดย เจ้าของบทความ
เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !
ความคิดเห็น






