ไลฟ์แฮ็ก

เทคนิคเลือกซื้อยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับนิสัยการขับขี่

173
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เทคนิคเลือกซื้อยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับนิสัยการขับขี่

คนที่ต้องการจะเปลี่ยนยางใหม่เป็นครั้งแรกหรือยังไม่มีความรู้เรื่องยาง คงจะสับสันกันพอสมควรนะครับเพราะว่ายางที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด มีมากมายหลายแบบมาก อย่างเช่นยางประหยัดน้ำมันหรือยางแบบนุ่มเงียบ เป็นต้น แต่คำถามก็เกิดขึ้นว่ายางแบบไหนเหมาะกับการขับขี่ของเราล่ะ ? อาจจะดูซับซ้อนแต่เรามีวิธีเลือกยางเบื้องต้นตามลักษณะการขับขี่มาให้พิจารณากันครับ

tireที่มารูปภาพ: MikesPhotos จาก Pixabay

มาเริ่มต้นกันสำหรับคนที่ต้องขับรถในเมืองหรือจอดติดไฟแดง ไม่มีโอกาสทำความเร็วและต้องใช้งานทุกวัน หากมีลักษณะการขับขี่เช่นนี้ควรเลือกยางแนวประหยัดน้ำมัน สังเกตได้ง่าย ๆ ว่ายางประเภทนี้จะต้องมีหน้ายางที่แคบประมาณ 175 หรือ 185 เพราะหน้ายางความกว้างแบบนี้จะสัมผัสกับผิวถนนได้น้อยกว่าหน้ายางกว้าง แรงเสียดทานกับถนนจะน้อยลง ทีนี้มันก็จะส่งผลให้ประหยัดน้ำมันขึ้นและทำให้การขับขี่คล่องตัวกว่า น้ำหนักพวงมาลัยก็จะเบากว่าด้วย

Advertisement

Advertisement

การเลือกยางที่มีสาร ซิลิกา ก็มีส่วนสำคัญในการประหยัดน้ำมัน โดยสารดังกล่าวจะทำให้เนื้อยางแข็งแรงขึ้น จะช่วยในเรื่องลดแรงต้านทานการหมุนของล้อที่ต่ำกว่ายางทั่วไปที่ไม่มีสารซิลิกา ผลจะทำให้การออกตัวดีขึ้น ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ก็จะยิ่งประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามการเลือกยางหน้าแคบแบบนี้ จะมีข้อเสียที่การเกาะถนนจะไม่ดีเท่าไหร่เมื่อวิ่งในความเร็วสูงมาก รวมถึงต้องดูที่ล้อแม็กของรถเราด้วยว่ารองรับกับหน้ายางที่แคบได้หรือไม่ หากใช้ยางหน้าแคบไม่ได้ก็ควรใช้ยางที่มีหน้ากว้างเดียวกับล้อแม็ก แต่ต้องเป็นยางที่มีสาร ซิลิกา ผสมอยู่ด้วยจะส่งผลดีกว่าครับ

ส่วนยางที่เข้าข่ายประหยัดน้ำมันก็จะมียางของ Michelin XM2+ energy , Dunlop EC300 ensave หรือ Bridgestone Ecopia EP300 ครับ

tire2ที่มารูปภาพ: PublicDomainPictures จาก Pixabay 

Advertisement

Advertisement

รถยนต์ของใครที่อยากขับขี่เน้นความนุ่มนวลหรือไม่เกิดเสียงยางบดกับพื้นถนนให้รบกวนคนขับกับคนนั่งด้านหลัง ยางที่ต้องพิจารณาที่ดอกยางเป็นหลักครับ ดอกยางที่ออกแบบในลักษณะถี่-ละเอียดกว่าจะให้ความเงียบได้ดี เพราะความกว้างของดอกยางจะมีผลเรื่องเสียง ดังนั้นการที่มีลายดอกยางถี่จะช่วยลดเสียงที่เกิดได้มากกว่า การออกแบบลายดอกยางก็เช่นกันควรจะเป็นลายดอกยางแบบไม่สมมาตรจะช่วยเรื่องความเงียบ

นอกจากนี้คุณสมบัติของดอกยางดังกล่าวยังส่งผลให้รถดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า ผลลัพธ์ทำให้เวลาขับไปในทางผิวขรุขระจะได้รับแรงสะเทือนน้อยมากไปด้วย นอกเหนือจากดอกยางแล้ว การพิจารณาเรื่องของความสูงแก้มยางก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากแก้มยางจะมีผลเรื่องการดูดซับแรงกระแทก หากแก้มยางสูงหรือหนาจะทำให้ยางรถดูดซับแรงได้ดีกว่ายางแก้มเตี้ย แรงกระแทกจะไม่ส่งผลถึงขอบล้อแม็กด้วยครับ

Advertisement

Advertisement

เรียกได้ว่ามีข้อดีสองชั้นเลยทีเดียวกับยางประเภทนุ่มเงียบ แต่ข้อเสียของยางแบบนี้คือการขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงจะรู้สึกไม่มั่นคง จะมีความรู้สึกเหมือนว่ารถจะย้วยโยนออกมาก ถ้าหากคุณไม่ใช่สายซิ่งก็สบายใจหายห่วงได้ครับ ยางรูปแบบนี้หากไม่ขับเร็วเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ไม่หลุดโค้งง่าย ๆ หรอกครับ

ยางแบบนุ่มเงียบที่วางจำหน่ายและแนะนำให้ใช้ก็จะมียางของ Michelin Primacy4 , Bridgestone Turanza T005A , Continental ComfortContact CC6 , Yokohama Advan dB V552 หรือ Maxxis MS800

tire3ที่มารูปภาพ: Peter H จาก Pixabay

ถัดมาจะเป็นกลุ่มผู้ใช้รถด้วยความเร็วสูง เน้นสมรรถนะของรถเร่งได้ดีเข้าโค้งได้มั่นใจเป็นหลัก ซึ่งบุคคลที่มีลักษณะการขับขี่ประเภทนี้ต้องเลือกยางแบบสปอร์ตจะตรงโจทย์มากที่สุด ยางแบบสปอร์ตจะมีจุดสังเกตง่าย ๆ คือดอกยางจะกว้างและลายดอกยางต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อดีจะช่วยให้ยางลงบนพื้นผิวถนนได้มากที่สุด พร้อมกับดอกยางที่มีทิศเดียวกันจะช่วยเรื่องของการเร่งความเร็วในทางตรงและรีดน้ำได้ดี

ปัจจัยอื่นที่ควรสังเกตคือขนาดความกว้างหน้ายางกับแก้มยาง โดยหน้ายางควรจะมีขนาดกว้างประมาณ 195 หรือ 225 ด้วยหน้ายางที่กว้างจะทำให้เกาะผิวถนนมากขึ้น เวลาขับรถด้วยความเร็วสูงหรือเวลาเข้าโค้ง รถจะเกาะไม่โยนสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับ ส่วนของแก้มยางควรเลือกแก้มยางเตี้ยครับ เพราะว่าจะช่วยควบคุมรถได้แม่นยำเฉียบคมขึ้น ฉะนั้นยางสปอร์ตที่ดีควรมีหน้ากว้างพร้อมกับแก้มยางที่เตี้ยอยู่เสมอ

ถึงจะได้เรื่องสมรรถนะการเข้าโค้งกับการเร่งความเร็วที่ดีแต่ก็ต้องแลกกับความแข็งกระด้างของยางที่ไม่นิ่มนวล หน้ายางที่กว้างจะทำให้เพิ่มภาระการออกตัวของเครื่องยนต์ ส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตามแต่เชื่อว่าหากใครมาสายซิ่งคงไม่คิดถึงเรื่องประหยัดน้ำมันและความสบายอยู่แล้วล่ะครับ

ยางสปอร์ตที่แนะนำให้ใช้ก็จะมียางของ Michelin Pilot sport 4 , Bridgestone T005A , Continental MC6  , Maxxis I-Pro หรือ Goodyear F1D5 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

จะเห็นว่าแค่เลือกยางเพียงยางเดียวก็ต้องสังเกตหลายอย่างเกี่ยวกับตัวยาง และไม่ใช่ยางแบบไหนก็ดีแต่ต้องเป็นยางที่ดีที่สุดที่เหมาะกับการขับขี่ ไม่เช่นนั้นหากเลือกยางผิดประเภทก็อาจจะเสียเงินหลักหมื่นบาทไปอย่างไร้ค่า สุดท้ายนี้ก็หวังว่าเทคนิคดังกล่าวจะช่วยให้ทุกท่านเลือกยางได้ตรงกับความต้องการมากที่สุดนะครับ

ที่มารูปภาพปก: Pexels จาก Pixabay

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์