อื่นๆ
เยือนถิ่นเก่า

เมื่อตอนแมวอ้วนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ่อกับแม่แยกทางกัน แม่หย่ากันพ่อแล้วย้ายมาอยู่ที่ชุมชนนึงย่านตลิ่งชัน ที่นั่นเป็นชุมชนเล็ก ๆ ผมต้องย้ายโรงเรียนจากเอกชนมาเป็นโรงเรียนวัด ต้องเจอกับเพื่อนใหม่ ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำเยอะแยะ เช่นเพื่อนชวนไปยิงนก ตกปลา เล่นน้ำคลอง นอนค้างที่บ้านเพื่อน ก่อกองไฟปิ้งของกินกัน มันเป็นประสบการณ์ใหม่มาก ๆ สำหรับผม
ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึงชื่อฮูก ฮูกอาศัยอยู่กับยายและน้าชาย บ้านที่ฮูกอยู่จะเป็นบ้านไม้สองชั้น และมีบริเวณบ้านกว้าง แบ่งโซนเลี้ยงเป็ดและไก่ ผมไปกินนอนอยู่บ้านของฮูกบ่อยครั้ง เราสนิทกันมาก ไปไหนไปกันตลอด ที่ชุมชนนั้นจะมีลุงคนนึงแกชื่อว่าตาเชื่อม แกเป็นเหมือนคนไร้บ้าน แกจะอาศัยกระต๊อบเก่าๆอยู่ในสวนมะม่วงของเศรษฐีคนนึง เค้าจ้างให้แกเฝ้าสวนไปในตัว ตาเชื่อมแกมีความชำนาญเรื่องการเอาตัวรอดในป่ามาก ๆ ตาเชื่อมมักสอนเทคนิคต่าง ๆ ให้ผมและฮูกอยู่เสมอเวลาพวกเราตกปลาได้ เราก็จะเอาไปแบ่งตาเชื่อม บางครั้งตาเชื่อมก็จะแบ่งนกแบ่งปลาให้เรา จนผมและฮูกเหมือนเป็นลูกศิษย์ของตาเชื่อมอะไรแบบนั้นเลย
Advertisement
Advertisement
เครดิตภาพ : https://pixabay.com/th/photos/เล่นน้ำ-เด็ก-เด-กลางแจ้ง-มีความสุข-2273051/
พอเวลาผ่านไป จนผมเรียนมัธยมศึกษาปีที่3 แม่ของผมก็ตั้งตัวได้ ไปซื้อคอนโดฯอยู่แถวสะพานใหม่ ผมย้ายออกจากบ้านที่วัดมะกอก จึงทำให้ไม่ได้ติดต่อกับฮูกมาเกือบปี เพราะเราไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ม.1 ช่วงที่ผมปิดเทอมตอน ม.3 ผมว่าง ๆ เบื่อ ๆ บวกกับความคิดถึงชุมชนแห่งนี้ คิดถึงบรรยากาศเดิม ๆ และที่สำคัญ คิดถึงเพื่อนที่ชื่อฮูก ผมจึงมาที่ชุมชนนี้โดยไม่ได้บอกฮูกให้รู้ล่วงหน้า เพราะผมไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของฮูก และสมัยก่อนผมยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ
วันนั้นผมไปถึงบ้านของฮูกตอนช่วงบ่าย3กว่า ๆ ผมเดินไปถึงหน้าบ้านฮูก ประตูบ้านปิด ผมกดออดเรียกหนึ่งครั้งไม่มีใครออกมา ประตูชั้นสองของบ้านก็ปิด หน้าต่างก็ปิด ผมคิดว่าไม่น่าจะมีคนอยู่ ผมจึงเดินหันหลังกลับ แต่ผมก็ได้ยินเสียงกลอนหน้าต่างเปิด แล้วผมก็เห็นยายของฮูกโผล่หน้ามา ผมจึงถามยายว่า "ยาย ไอ้ฮูกอยู่มั๊ยครับ" ยายเงียบ ไม่ตอบคำถามผม ผมก็คิดในใจ ยายแกคงหูตึง ไม่ได้ยิน เพราะจากหน้าบ้านกับหน้าต่างชั้นสองไกลกันพอสมควร แล้วผมก็เห็นน้าใหม่ น้าชายของฮูกเดินออกมาจากใต้ถุนของบ้าน น้าใหม่มองผม แล้วก็เดินหายเข้าไปหลังบ้านตรงที่เป็นห้องน้ำ
ผมจึงเดินมาที่ร้านเกมส์ที่เมื่อก่อนเราไปเล่นกันประจำ ที่นี่จะมีร้านเกมส์ร้านเดียวเป็นแหล่งรวมของเด็ก ๆ ในชุมชนนี้ พอไปถึง ผมก็เจอกับฮูก ฮูกกำลังนั่งเล่นเกมส์ ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน ก็เลยคุยกันว่า "คืนนี้ผมจะมานอนที่บ้านมันนะ แต่คืนนี้อยากกินปลาย่างว่ะ ไปปักเบ็ดในสวนมะม่วงกันมั๊ย" ไอ้ฮูกก็โอเค เราก็ออกจากร้านเกมส์ประมาณ 4โมงกว่าเกือบ 5โมง จำเวลาแน่นอนไม่ได้ ไอ้ฮูกบอกว่าแวะงานศพที่วัดแป๊ปนึง เค้ามีโปรยทานงานศพ เราจะได้มีเงินซื้อเบ็ด เชือก และเหยื่อที่จะเอาไว้ตกปลา
Advertisement
Advertisement
เครดิตภาพ: ผู้เขียน
ผมกับฮูกก็แย่งเหรียญโปรยทานได้มารวมกันเกือบ 30บาท ฮูกเลยเอาเงินที่ได้ไปซื้อเบ็ด เชือกและใส้ไก่สด ๆ มาเป็นเหยื่อ แล้วเราก็เดินเข้าสวนมะม่วงตอนประมาณ 6โมงเย็น ( การปักเบ็ดคือการเอาเชือกผูกกับไม้แล้วเอาด้ามไม้ปักกับดินริมตลิ่งให้แน่น แล้วหย่อยเบ็ดลงน้ำ )
เราจะต้องทิ้งเบ็ดไว้ 3-5 ชั่วโมง แล้วค่อยกลับมากู้เบ็ด ระหว่างที่เรารอมากู้เบ็ด พวกเราก็กลับมาเล่นเกมส์ต่อที่ร้าน พอ 4ทุ่ม ร้านเกมส์ปิด เราก็เดินเข้าสวนมะม่วงพร้อมไฟฉาย 1กระบอกเพื่อเข้าไปกู้เบ็ด ฮูกถือไฟฉายเดินนำหน้า ผมเดินตามหลัง คืนนั้นเราปักเบ็ดไว้ 10จุด เราได้ปลาช่อนตัวใหญ่ 4ตัว ฮูกก็เอาปลาช่อนใส่ถังน้ำหูหิ้วใบใหญ่ ขณะที่เรากำลังจากเดินออกจากสวนมะม่วง ผมได้ยินเสียงคนเดินมา ฮูกหันกลับไปมองพร้อมส่องไฟ คนที่เดินมาคือ ตาเชื่อม
Advertisement
Advertisement
ตาเชื่อมเดินหลังค่อมมือทั้งสองห้อยแกว่งไปมาตามจังหวะเดินของแก ในใจผมคิดว่าตาเชื่อมดูแก่ไปเยอะนะ ไม่เจอกันปีเดียว โทรมมาก ผมเลยพูดทักตาเชื่อมว่า "อ้าวตาเชื่อม ไม่ได้เจอกันนานเลย แบ่งปลาไปดิ ได้มาตั้ง 4ตัวแหน่ะ" แต่ตาเชื่อมทำท่าทางไม่สนใจที่ผมพูด เดินผ่านพวกเราสองคนไปซะงั้น ผมเลยพูดขึ้นว่า "ตาเชื่อมจะไปไหนเนี่ย" ตาเชื่อมเงยหน้าหันมามองผมแล้วพูดว่า "อย่ามายุ่ง กูรีบ" แล้วแกก็เดินไป ผมก็บ่นว่าตาเชื่อมแกเป็นไรวะไอ้ฮูก แบ่งปลาให้ก็ไม่เอา ผมพูดจบมีมือมาบีบที่ข้อมือผม แล้วกระชากอย่างแรง มันคือมือของไอ้ฮูก ลากผมวิ่งออกจากสวนมะม่วงไปอีกทางนึง ที่ไม่ใช่ทางที่ตาเชื่อมเดินไป
เครดิตภาพ: https://pixabay.com/th/photos/วอล์คเกอร์-ฤดูใบไม้ร่วง-หมอก-คน-486583/
พอวิ่งกันมาถึงที่ถนน ผมก็ถามไอ้ฮูกว่า "มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย!" ไอ้ฮูกตัวสั่น เหงื่อแตกเต็มหน้า พูดกระหืดกระหอบว่า "มึงไม่รู้เหรอว่าตาเชื่อมตายแล้ว!" ผมไม่เชื่อบอกไอ้ฮูกว่ามึงบ้าละ จะหลอกผีกูก็ให้มันเนียนหน่อย ไอ้ฮูกตบหัวผมเต็มแรง แล้วบอกว่า "มึงไม่รู้รึไงว่าเมื่อเย็นที่เราแย่งเหรียญโปรยทานกันน่ะ นั่นน่ะงานศพตาเชื่อม" ผมอึ้งเลย ตัวชาเย็นวาบไปทั้งตัว ผมถามฮูกว่าตาเชื่อมตายยังไง ฮูกบอกว่าตาเชื่อมปีนขึ้นต้นมะพร้าวสูงแล้วพลาดตกลงมาแล้วฟาดกับท่อนไม้หน้าสามที่แกสร้างไว้ทำเป็นที่นั่ง หลังตาเชื่อมหัก ตัวพับไปด้านหลังเลย ตายคาที่ ผมได้ยินแบบนั้น ผมกลัวมาก บอกฮูกว่า คืนนี้กูนอนกับมึงนะ รถเมล์หมดแล้วด้วย อย่างน้อยก็มียายกับน้าใหม่อยู่ด้วย คนเยอะ ๆ อุ่นใจดี
ไอ้ฮูกเงียบไปแป๊ปนึง แล้วพูดกับผมว่า ยายกูตายมาเกือบ8เดือนละ นอนหลับตายไปเฉย ๆ มารู้ว่าแกตายก็ตอนเห็นมดตอมตาแกเต็มไปหมดแล้ว น้าใหม่ก็ตายแล้ว ตายได้ 3เดือน เจอศพน้าใหม่นอนคว่ำหน้าอยู่ในบ่อน้ำที่ใช้เลี้ยงเป็ด น้ำลึกแค่หน้าแข้งเอง สันนิษฐานว่าแกคงหน้ามืดแล้วเป็นลมคว่ำหน้าจมน้ำตาย
เครดิตภาพ: https://pixabay.com/th/photos/ความงาม-conceptual-ด้านมืด-ความตาย-3881159/
ตอนนี้ไอ้ฮูกมันอยู่บ้านหลังนั้นคนเดียว
ผมได้ยินที่ฮูกเล่าจบผมตัวชา หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม สรุปคืนนั้นผมต้องนั่งยอมเสียเงิน 400กว่าบาท นั่งแท็กซี่กลับคอนโดที่สะพานใหม่ และไม่กลับไปเหยียบที่ชุมชนนั้นอีกเลย
ความคิดเห็น






