อื่นๆ
เรื่อง ชั้นบนสุดของโรงเเรม

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มวัยกลางคนท่านหนึ่ง เขามีชื่อว่า เอ นายเอทำอาชีพเป็นพนักงานขายประกัน ในแต่ละวันเขาต้องไปตระเวนขายประกันตามสถานที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ บางครั้งต้องออกไปขายไกลบ้าง บางครั้งก็ออกไปขายแถวบริษัท แต่มันมีอยู่วันหนึ่งที่เขาได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้าของเขา ให้ออกไปขายประกันที่ต่างจังหวัดพร้อมกันกับเพื่อนร่วมงานอีกคน นั่นเป็นเพราะว่าในแถบจังหวัดของเขาเนี่ย เริ่มมีลูกค้าลดลงเรื่อย ๆ แล้ว ถ้าไม่ออกไปขายตามต่างจังหวัด รับรองเลยว่าบริษัทต้องเจ๊งไม่เป็นท่าแน่ นายเอได้ยินดังนั้นก็ตกปากรับคำไปในทันที เพราะเขากลัวบริษัทที่ทำงานอยู่จะเจ๊ง ส่วนตัวเขารักบริษัทและรักเจ้านายคนนี้มาก ไม่อยากให้บริษัทต้องปิดตัวไป หลังจากที่เขาได้รับมอบหมายการจากหัวหน้า ตัวเขาก็ตรงดิ่งไปนั่งที่โต๊ะทำงานประจำในบริษัท พร้อมกับค้นหาโรงแรมหรือที่พักในตัวจังหวัดเป้าหมาย ที่จะต้องออกไปขายประกัน
Advertisement
Advertisement
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง นายเอก็ยังหาที่พักไม่ได้เลยสักที่ จนหัวหน้าต้องเดินมาเช็กด้วยความสงสัยว่า ทำไมมันไม่ลุกออกจากที่ไปทำงานสักที มัวเเต่นั่งจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อนายเอเห็นหัวหน้าเดินมาก็ได้ลุกออกจากที่นั่งพร้อมกับอธิบายว่า ตัวเขาเองนั่งหาที่พักในตัวจังหวัดมานานมากเเล้ว เเต่ยังไม่เจอที่พักสักที่เลย ไม่นานนักหัวหน้าก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะบอกนายเอว่าให้รีบหา เพราะจะให้เตรียมตัวออกเดินทางพรุ่งนี้เลย จากนั้นนายเอก็กลับไปนั่งที่เดิม พร้อมค้นหาที่พักต่อไป จนในที่สุด เขาก็สามารถหาที่พักจนเจอ มันคือโรงเเรมที่มีสภาพหรูหราเเละดูดีมาก ๆ เเถมยังมีราคาที่ถูกกว่าโรงเเรมปกติทั่วไปอีกด้วย เเต่น่าเเปลกที่โรงเเรมเเห่งนี้ไม่ค่อยมีคนมาเช่าพักเลย เเถมตัวโรงเเรมยังถูกจัดไว้อยู่ในหน้าท้ายอีกด้วย นายเอไม่ได้เอะใจอะไร เเถมยังดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะได้ไปพักโรงเเรมหรูราคาถูก
Advertisement
Advertisement

ขอบคุณรูปภาพจาก http://pxhere.com/th/photo/846223
เมื่อเขาค้นหาโรงเเรมที่จะไปพักได้ เขาก็กดจองไปทันที ก่อนที่จะลุกไปรายงานกับหัวหน้าว่าจองที่พักเรียบร้อยเเล้ว เเละอย่างต่อไปที่เขาจะต้องทำคือ การเลือกเพื่อนในที่ทำงานไปกับเขาหนึ่งคน เเต่สุดท้ายนายเอก็ไม่ได้เลือกใคร พร้อมให้เหตุผลไปว่าถนัดขายงานคนเดียวมากกว่า ถึงเเม้มันจะยุ่งยากไปสักนิด เเต่ก็สะดวกในการควบคุมมากกว่า พูดจบเขาเเละหัวหน้าก็เเยกย้าย นายเอกลับไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งถึงวันออกเดินทางไปขายประกันที่ต่างจังหวัด ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายเอสามารถจองโรงเเรมเเละเข้าเช็กอินได้ในทันที ยอดผู้ซื้อประกันก็มีมากกว่ายี่สิบราย เวลาผ่านไปฟ้าเริ่มมืด ทุกอย่างเริ่มกลายเป็นสีดำสนิท นายเอขับรถออกจากหมู่บ้านตรงดิ่งไปที่โรงเเรมทันที สองข้างทางน่ากลัวมาก เพราะไม่มีบ้านคนตั้งอยู่ มีเเต่ป่า เเละเสาไฟฟ้าสลัว ๆ เรียงรายสองข้างทาง จนเขาสามารถขับมาถึงโรงเเรมได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
Advertisement
Advertisement
ก่อนที่เขาจะนำรถเข้าไปจอดในโรงจอดรถ เขาได้เหลือบมองขึ้นไปบนชั้นสามของโรงเเรม ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องเขาจองเอาไว้ เเต่พอมองขึ้นไปเขากลับพบความผิดปกติของโรงเเรมเเห่งนี้ อย่างเเรกเลยคือ โรงเเรมมันเงียบมาก ไม่มีเสียงผู้คน ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ มีเพียงเเต่ลมที่พัดเเรง เเละต้นไม้กวัดเเกว่งไปมา เเละสิ่งผิดปกติอีกอย่างหนึ่งคือ ชั้นสี่ของโรงเเรมซึ่งมันคือชั้นบนสุด ชั้นนี้มันมืดมาก ไม่มีเเสงไฟเลย ผิดเเปลกจากโรงเเรมทั่วไป ที่ถึงเเม้จะไม่มีลูกค้าเข้า เขาก็จะยังคงเปิดไฟหน้าห้องเอาไว้บ้าง นายเอเลิกสงสัยเเละเอารถถเข้าไปจอด จากนั้นก็เดินออกมาเพื่อเช็กอินเข้าห้องนอน ก่อนเขาจะเดินออกไป เขาได้ถามพนักงานในโรงเเรมว่า ทำไมที่นี่คนน้อยจัง ทั้ง ๆ ที่สภาพโรงเเรมก็ดูดีมาก เเล้วอีกอย่างคือทำไมต้องปิดไฟโรงเเรมชั้นบนสุดให้มันมืดสนิทขนาดนั้นด้วย พนักงานได้ยินดังนั้นก็ได้เเต่นั่งนิ่ง ไม่ตอบกลับอะไรเเม้เเต่น้อย

ขอบคุณรูปภาพจาก http://pxhere.com/th/photo/1086743
นายเอเดินเข้าไปห้องนอน พร้อมเตรียมตัวอาบน้ำล้างหน้าเพื่อนอนหลับพักผ่อน เพราะวันนี้เขาทำงานมาหนักมาก ขายประกันให้กับลูกค้าต่างจังหวัดได้หลายคนเลยทีเดียว หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จก็กลับมานอนบนเตียง เเต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมง เขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงคนวิ่งอยู่ชั้นบน เขาประหลาดใจมาก เพราะว่าชั้นบนสุดหรือชั้นสี่ ตอนที่เขาขึ้นมา มันไม่น่าจะมีใครอยู่เลย เสียงวิ่งนั้นยังคงดังอยู่บนเพดานห้องของเขา จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เดินออกไปจากห้องเพื่อขึ้นไปดูชั้นบน พร้อมกับคนคิดในใจว่า หรือว่าตอนนี้มีลูกค้าขึ้นมาจองชั้นบนเเล้ว เลยทำให้ตัวเขานั้นได้ยินเสียงวิ่งอยู่บนเพดานห้อง เเต่พอเขาขึ้นไปเท่านั้นเเหละ เขาก็ต้องประหลาดใจกับสภาพชั้นบนสุดของโรงเเรม มันไม่ได้มืดมากขนาดนั้น เเต่มันมืดเเบบสลัว ๆ เเสงสลัวมาจากหลอดไฟเก่า ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยได้รับการเปลี่ยนหรือการซ่อมเเซมมาก่อนหน้านี้เลย
บนพื้นเต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้งไปหมด พร้อมกับมีการติดป้ายกำกับทางขึ้นไว้ด้วยว่า KEEP OUT หรือภาษาไทยเเปลว่าห้ามเข้าหรือห้ามผ่าน เขาสังเกตไปรอบ ๆ จนไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งเขา นั่นคือศาลพระภูมิที่เรียงรายเเละกระจัดกระจายกันอยู่รอบบริเวณทางเดิน พร้อมกับได้กลิ่นธูปที่ไม่รู้ลอยมาจากไหน นายเอเห็นดังนั้นก็วิ่งลงมาที่ห้องตัวเองทันที เสียงเท้าที่อยู่ชั้นบนสุดก็ยังคงดังอยู่ เเต่คราวนี้มันดังขึ้นเรื่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเสียงเท้ากระทืบจากชั้นบนดัง ตึ้ง ! เขาตกใจมาก จากนั้นก็รีบหอบข้าวของเเล้ววิ่งลงมาชั้นหนึ่ง หรือชั้นพักพนักงาน ด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว ชั้นหนึ่งเป็นชั้นที่ยังพอมีผู้คนมาเช่าอยู่บ้าง ประมาณหนึ่งถึงสองคน เขาวิ่งมาขอร้องพนักงานให้จองห้องชั้นหนึ่งในหน่อย พนักงานโรงเเรมก็ได้ทำการโอนห้องให้เขาทันทีพร้อมกับบอกเขาว่า

ขอบคุณรูปภาพจาก http://pxhere.com/th/photo/1365364
" คุณโดนผีหลอกมาสินะคะ ปกติคนมาพักที่นี่ เขาจะไม่พักที่ชั้นสามกันหรอกค่ะ เพราะชั้นที่อยู่ข้างบนหรือชั้นสี่ ผีเฮี้ยนมาก ก่อนหน้านั้นทางโรงเเรมยังเปิดให้ใช้บริการอยู่ เเต่เมื่อผ่านไปไม่นานก็เริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลายครั้ง บางคนก็เจอผีริมหน้าต่าง ที่โดดลงมาฆ่าตัวตายบ้าง บางคนก็เจอผีเด็ก วิ่งเล่นอยู่ชั้นบนบ้าง ที่ดิฉันไม่บอกคุณไปเพราะหัวหน้ากำชับมา กลัวคนจะไปบอกต่อ เเล้วไม่มีคนมาเช่าอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้าได้ฟังเรื่องเเล้ว กรุณาอย่านำไปบอกนะคะ เดี๋ยวดิฉันตกงาน ขอบคุณค่ะ "
ความคิดเห็น






