อื่นๆ
เสียงขลุ่ยเรียกผี

อ๊อดเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป่าขลุ่ยเป็นอย่างมาก เขามีโอกาสได้ย้ายมาอยู่กับลุงของเชื่อลุงจุ่นซึ่งเป็นหัวหน้าวงดนตรีไทย บ้านของลุงจุ่นเป็นบ้านไม้เรือนไทยโบราณสองชั้น บริเวณบ้านมีต้นไม้ล้อมรอบ และมีศาลาเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ริมคลอง อ๊อดชอบบรรยากาศที่บ้านของลุงจุ่นมาก ที่บ้านของลุงจุ่นอาศัยกันอยู่ 4 คนคือป้าศรีเมียของลุงจุ่น และลูกสาวของลุงจุ่นอีกสองคน ชื่อเอื้อยกับอ้าย ช่วงกลางวันก็มักจะมีบรรดาลูกศิษย์ของลุงจุ่นมานั่งซ้อมดนตรีบนเรือนกันเป็นประจำ และลุงจุ่นก็ให้อ๊อดร่วมซ้อมดนตรีโดยทำหน้าที่เป่าขลุ่ยในวงด้วย
วันหนึ่งขณะที่อ๊อดกับลังนั่งเล่นที่อยู่ศาลาริมคลอง เขามองไปเห็นห้องเก็บของเล็กๆ ที่แยกออกมากตัวบ้าน เขาจึงลองเดินเข้าไปดู เขาเห็นประตูห้องเก็บของไม่ได้ล๊อคไว้ เขาจึงลองเปิดเข้าไปดู ข้างในมีเครื่องดนตรีเก่าๆ ที่ชำรุดแล้วเก็บไว้อย่างไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก เขาเดินดูรอบๆ ห้องเห็นหีบไม้เก่าๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนชั้นติดกับผนังห้อง เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ใบนั้นมา เมื่อเปิดออกดูก็เห็นว่ามีขลุ่ยไม้ไผ่ลงยาสีน้ำตาลแดงอยู่หนึ่งอัน สภาพดีมาก เขาแปลกใจว่าทำไมของที่สภาพดีขนาดนี้ถึงได้ถูกนำมาเก็บรวมไว้กับเครื่องคนตรีที่ชำรุดได้ เขาจึงถือวิสาสะหยิบขลุ่ยอันนั้นออกมา และเก็บไว้กับตัว เมื่อเขาเดินออกจากห้องเก็บของเขาได้นำขลุ่ยมาทำความสะอาดทันที เขารู้สึกชอบขลุ่ยอันนี้มากและตั้งใจจะเก็บไว้เป็นขลุ่ยประจำตัว
Advertisement
Advertisement
พอตกค่ำอ๊อดรู้สึกว่านอนไม่หลับ จึงเดินลงมาจากเรือนมานั่งเล่นที่ศาลาริมคลอง เขาได้ถือขลุ่ยไม้ติดตัวลงมาด้วย เขานั่งเป่าขลุ่ยที่ศาลาอยู่สักพัก ก็รู้สึกว่าอากาศบริเวณนั้นเริ่มเย็นลง บรรยากาศก็เงียบสนิท มีเพียงเสียงหมาหอนที่ดังขึ้นมา ตามทำนองของขลุ่ยที่เขาเป่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้อ๊อดรู้สึกกลัวอะไร เขานั่งเป่าขลุ่ยไปเรื่อยๆ ขณะที่เป่าขลุ่ยสายตาของก็มองไปรอบๆ เขาเห็นเงาคนประมาณสี่ห้าคน ยืนเกาะอยู่ริมรั้วบ้าน ใกล้ๆ กับศาลาที่เขานั่งอยู่ เขาก็คิดว่าคงเป็นคนแถวนั้นที่มายืนฟังเสียงเพลงจากขลุ่ยที่เขาเป่า เมื่อเขาหยุดเป่าขลุ่ย เสียงหมาหอนก็เงียบลง และคนที่มายืนริมรั้วก็หายไปโดยที่เขาไม่ทันสังเกตว่าคนเหล่านั้นหายไปตอนไหน และเขาก็ได้เดินกลับขึ้นเรือนนอน
วันต่อมาลุงจุนให้ให้อ๊อดไปร่วมเล่นดนตรีกับวงของลุงที่จะมีงานแสดงในคืนนี้ อ๊อดดีใจมากและตั้งใจว่าจะใช้ขลุ่ยที่เขาเจอมา ไปเป่าในการแสดงด้วย พอถึงตอนค่ำเมื่อทุกคนไปถึงงานและเตรียมพร้อมจะเล่นดนตรี ลุงจุ่นก็ให้สัญญาณกับนักดนตรีให้เริ่มแสดงได้ ขณะที่กำลังเล่นดนตรีกันอยู่นั้น เมื่อถึงจังหวะที่อ๊อดหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าไปได้ท่อนแรก อยู่ๆ ไฟในงานก็ดับลง แต่ทุกคนในงานก็คิดว่าคงแค่ไฟตกเฉยๆ จึงให้วงดนตรีบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ อ๊อดก็เป่าขลุ่ยต่อไป ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนท่าทางแปลกๆ เดินออกมาท่ามกลางความมืด เข้ามามุงตรงที่อ๊อดกับลังเป่าขลุ่ย แต่ละคนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ หน้าแห้งซีด บางคนก็หน้าตาเละเทะ จนคนในงานที่เห็นต่างตะโกนร้องลั่น ว่า “ผีหลอก” ทุกคนต่างตกใจวิ่งหนีกันพัลวัน เมื่อลุงจุ่นเห็นดังนั้น ก็มองไปที่ขลุ่ยของอ๊อดและรีบออกให้อ๊อดหยุดเป่าขลุ่ยกันที ลุงจุ่นรีบวิ่งไปที่อ๊อดแย่งขลุ่ยมา และสวดคาถาพรึมพรัม สักพักเหล่าผีก็หายไป จากนั้นลุงจุ่นก็พานักดนตรีกลับบ้านทันที
Advertisement
Advertisement
เมื่อกลับมาถึงบ้านลุงจุ่นก็ถามอ๊อดว่า “เอ็งเอาขลุ่ยนี่มาใช้ได้อย่างไร “
อ๊อดก็ตอบไปว่า “ผมไปเจอมาจากห้องเก็บของครับ เห็นมันสวยดี เสียงก็เพราะจึงเอามาใช้ครับ”
ลุงจุ่นจึงพูดว่า “ขลุ่ยอันนี้มันมีอาถรรพ์ เมื่อใครเป่าแล้ว จะเรียกพวกผีออกมา ข้าจึงเก็บไว้ไม่ให้ใครเอามาใช้ ไม่คิดว่าเอ็งจะไปเจอและเอามาเป่า ต่อไปอย่าได้เอามาใช้อีก”
เมื่อได้ยินดังนั้นจุ่นก็ตอบว่า “ครับลุง ผมขอโทษที่หยิบของมาใช้โดยไม่ได้บอก”
จากนั้นลุงจุ่นจึงได้นำขลุ่ยไปเก็บไว้อย่างดีและกำชับทุกคนว่าอย่าได้นำขลุ่ยอันนี้มาใช้อีก ตั้งแต่นั้นมาจึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับขลุ่ยไม้อันนั้นอีกเลย
ความคิดเห็น






