อื่นๆ

เสียงขลุ่ยเรียกผี

242
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เสียงขลุ่ยเรียกผี

                อ๊อดเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป่าขลุ่ยเป็นอย่างมาก เขามีโอกาสได้ย้ายมาอยู่กับลุงของเชื่อลุงจุ่นซึ่งเป็นหัวหน้าวงดนตรีไทย  บ้านของลุงจุ่นเป็นบ้านไม้เรือนไทยโบราณสองชั้น  บริเวณบ้านมีต้นไม้ล้อมรอบ และมีศาลาเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ริมคลอง  อ๊อดชอบบรรยากาศที่บ้านของลุงจุ่นมาก  ที่บ้านของลุงจุ่นอาศัยกันอยู่ 4 คนคือป้าศรีเมียของลุงจุ่น และลูกสาวของลุงจุ่นอีกสองคน ชื่อเอื้อยกับอ้าย  ช่วงกลางวันก็มักจะมีบรรดาลูกศิษย์ของลุงจุ่นมานั่งซ้อมดนตรีบนเรือนกันเป็นประจำ และลุงจุ่นก็ให้อ๊อดร่วมซ้อมดนตรีโดยทำหน้าที่เป่าขลุ่ยในวงด้วย

                 วันหนึ่งขณะที่อ๊อดกับลังนั่งเล่นที่อยู่ศาลาริมคลอง เขามองไปเห็นห้องเก็บของเล็กๆ ที่แยกออกมากตัวบ้าน เขาจึงลองเดินเข้าไปดู เขาเห็นประตูห้องเก็บของไม่ได้ล๊อคไว้ เขาจึงลองเปิดเข้าไปดู ข้างในมีเครื่องดนตรีเก่าๆ ที่ชำรุดแล้วเก็บไว้อย่างไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก เขาเดินดูรอบๆ ห้องเห็นหีบไม้เก่าๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนชั้นติดกับผนังห้อง เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ใบนั้นมา เมื่อเปิดออกดูก็เห็นว่ามีขลุ่ยไม้ไผ่ลงยาสีน้ำตาลแดงอยู่หนึ่งอัน สภาพดีมาก เขาแปลกใจว่าทำไมของที่สภาพดีขนาดนี้ถึงได้ถูกนำมาเก็บรวมไว้กับเครื่องคนตรีที่ชำรุดได้ เขาจึงถือวิสาสะหยิบขลุ่ยอันนั้นออกมา และเก็บไว้กับตัว  เมื่อเขาเดินออกจากห้องเก็บของเขาได้นำขลุ่ยมาทำความสะอาดทันที เขารู้สึกชอบขลุ่ยอันนี้มากและตั้งใจจะเก็บไว้เป็นขลุ่ยประจำตัว

Advertisement

Advertisement

                พอตกค่ำอ๊อดรู้สึกว่านอนไม่หลับ จึงเดินลงมาจากเรือนมานั่งเล่นที่ศาลาริมคลอง เขาได้ถือขลุ่ยไม้ติดตัวลงมาด้วย  เขานั่งเป่าขลุ่ยที่ศาลาอยู่สักพัก ก็รู้สึกว่าอากาศบริเวณนั้นเริ่มเย็นลง บรรยากาศก็เงียบสนิท มีเพียงเสียงหมาหอนที่ดังขึ้นมา ตามทำนองของขลุ่ยที่เขาเป่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้อ๊อดรู้สึกกลัวอะไร เขานั่งเป่าขลุ่ยไปเรื่อยๆ  ขณะที่เป่าขลุ่ยสายตาของก็มองไปรอบๆ  เขาเห็นเงาคนประมาณสี่ห้าคน ยืนเกาะอยู่ริมรั้วบ้าน ใกล้ๆ กับศาลาที่เขานั่งอยู่  เขาก็คิดว่าคงเป็นคนแถวนั้นที่มายืนฟังเสียงเพลงจากขลุ่ยที่เขาเป่า  เมื่อเขาหยุดเป่าขลุ่ย เสียงหมาหอนก็เงียบลง  และคนที่มายืนริมรั้วก็หายไปโดยที่เขาไม่ทันสังเกตว่าคนเหล่านั้นหายไปตอนไหน  และเขาก็ได้เดินกลับขึ้นเรือนนอน

                วันต่อมาลุงจุนให้ให้อ๊อดไปร่วมเล่นดนตรีกับวงของลุงที่จะมีงานแสดงในคืนนี้ อ๊อดดีใจมากและตั้งใจว่าจะใช้ขลุ่ยที่เขาเจอมา ไปเป่าในการแสดงด้วย  พอถึงตอนค่ำเมื่อทุกคนไปถึงงานและเตรียมพร้อมจะเล่นดนตรี  ลุงจุ่นก็ให้สัญญาณกับนักดนตรีให้เริ่มแสดงได้ ขณะที่กำลังเล่นดนตรีกันอยู่นั้น เมื่อถึงจังหวะที่อ๊อดหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าไปได้ท่อนแรก อยู่ๆ ไฟในงานก็ดับลง แต่ทุกคนในงานก็คิดว่าคงแค่ไฟตกเฉยๆ จึงให้วงดนตรีบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ อ๊อดก็เป่าขลุ่ยต่อไป  ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนท่าทางแปลกๆ เดินออกมาท่ามกลางความมืด เข้ามามุงตรงที่อ๊อดกับลังเป่าขลุ่ย  แต่ละคนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ หน้าแห้งซีด บางคนก็หน้าตาเละเทะ  จนคนในงานที่เห็นต่างตะโกนร้องลั่น ว่า “ผีหลอก”  ทุกคนต่างตกใจวิ่งหนีกันพัลวัน เมื่อลุงจุ่นเห็นดังนั้น ก็มองไปที่ขลุ่ยของอ๊อดและรีบออกให้อ๊อดหยุดเป่าขลุ่ยกันที  ลุงจุ่นรีบวิ่งไปที่อ๊อดแย่งขลุ่ยมา และสวดคาถาพรึมพรัม สักพักเหล่าผีก็หายไป  จากนั้นลุงจุ่นก็พานักดนตรีกลับบ้านทันที

Advertisement

Advertisement

เมื่อกลับมาถึงบ้านลุงจุ่นก็ถามอ๊อดว่า “เอ็งเอาขลุ่ยนี่มาใช้ได้อย่างไร “

อ๊อดก็ตอบไปว่า “ผมไปเจอมาจากห้องเก็บของครับ เห็นมันสวยดี เสียงก็เพราะจึงเอามาใช้ครับ”

ลุงจุ่นจึงพูดว่า “ขลุ่ยอันนี้มันมีอาถรรพ์ เมื่อใครเป่าแล้ว จะเรียกพวกผีออกมา ข้าจึงเก็บไว้ไม่ให้ใครเอามาใช้  ไม่คิดว่าเอ็งจะไปเจอและเอามาเป่า  ต่อไปอย่าได้เอามาใช้อีก”

เมื่อได้ยินดังนั้นจุ่นก็ตอบว่า “ครับลุง ผมขอโทษที่หยิบของมาใช้โดยไม่ได้บอก”

จากนั้นลุงจุ่นจึงได้นำขลุ่ยไปเก็บไว้อย่างดีและกำชับทุกคนว่าอย่าได้นำขลุ่ยอันนี้มาใช้อีก  ตั้งแต่นั้นมาจึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับขลุ่ยไม้อันนั้นอีกเลย

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์