ไลฟ์แฮ็ก

แบบฝึกหัดจินตนาการ

103
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
แบบฝึกหัดจินตนาการ

"Imagination is more important than knowledge."
- - Albert Einstein - -

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บอกไว้ในประโยคที่เป็นอมตะจนถึงทุกวันนี้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” นั่นก็เพราะจริง ๆ แล้วในชีวิตคนเรามักจะใช้จินตนาการอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว กระบวนการความคิดในแต่ละวันถูกสร้างขึ้นมาเป็นภาพจำ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยว่าใช้งานมากน้อยแค่ไหน เพราะสมองของคนเราจดจำภาพได้แม่นยำดีกว่าตัวหนังสือ แต่การควบคุมจินตนาการให้เป็นระเบียบก็เป็นการฝึกฝนทักษะ ไม่งั้นอาจเป็นแค่การนึกภาพอะไรไปเรื่อยเปื่อย การฝึกฝนจินตนาการ หรือการใช้จินตภาพ เป็นเรื่องจำเป็นและมีประโยชน์ ช่วยให้คนเรามีสติมากขึ้น และช่วยเสริมให้ชีวิตมีคุณภาพที่ดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

การฝึกใช้จินตนาการเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ง่ายดาย ไม่ต่างกับการหายใจ แต่การหายใจก็ยังต้องฝึกเช่นกัน เพื่อช่วยระบบทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ การใช้จินตนาการไม่ต้องลงทุนอะไร เพราะต้นทุนของการฝึกทักษะมีอยู่แล้วในตัวคนทุกคน มาลองดูแบบฝึกหัดจินตนาการ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ แล้วคุณจะเชื่อว่าได้ประโยชน์มากมายต่อตัวคุณเอง

Advertisement

Advertisement

4ขอบคุณภาพประกอบจาก pxhere

เลือกเป้าหมาย ลองนึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับตัวคุณ อะไรที่คุณต้องการอยากทำ อย่างเช่น หากคุณอยากจะเป็นคนที่มีความมั่นใจมากขึ้น อยากมีความรักที่ดี อยากมีงานที่มั่นคง ลองนึกถึงในระยะใกล้ นึกภาพให้เคยชิน เชื่อในสิ่งที่คุณจินตนาการว่าจะต้องทำสำเร็จแน่ ๆ มองที่เป้าหมายเป็นหลัก ขั้นตอนนี้คุณจะต้องเชื่อในสิ่งที่คุณอยากจินตนาการจริง ๆ ห้ามหลอกตัวเอง ทำไปตามขั้นตอน แล้วสุดท้ายให้เขียน “เป้าหมาย” นั้นลงบนแผ่นกระดาษ

1ขอบคุณภาพประกอบจาก Dana Tentis /pxhere

ทำให้ภาพปรากฏชัด เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว ก็เข้าสู่ภาวะผ่อนคลายตามวิธีแรก คราวนี้ให้จินตนาการต่อไปว่าบรรลุเป้าหมาย ทำสำเร็จแล้ว นึกภาพตัวเองที่กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในเรื่องนั้น จินตนาการไปกับความสัมพันธ์ใหม่ หน้าที่การงานใหม่ รถใหม่ คนรัก หรืออะไรก็ตาม เอาตัวคุณเป็นศูนย์กลางของภาพ ทำให้ภาพนั้นมีชีวิต คุณจะต้องจินตนาการให้ได้ว่าภาพที่คุณนึกนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ภาพที่อยากเห็นในอนาคต เพราะไม่งั้นมันก็จะเป็นอนาคตของคุณต่อไปเรื่อย ๆ การทำแบบนี้เหมือนเราสั่งให้จิตใต้สำนึกของเราเชื่อฟังการชี้นำของจิตใจเรา หากคุณจินตนาการไม่ได้ว่าเป้าหมายเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน เป้าหมายนั้นก็จะยังเป็นอนาคตอยู่ต่อไป

Advertisement

Advertisement

7ขอบคุณภาพประกอบจาก pxhere

นึกภาพนั้นไปพร้อมกับใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ คุณสามารถจินตนาการได้ทุกที่ ลองนึกถึงสิ่งที่คุณจินตนาการไว้ในขณะที่คุณกำลังประชุม ทำงาน ขับรถ หรือซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตดูสิ ฝึกฝนทำให้เป็นนิสัย ทำให้เป็นประจำ แบบคลิกเดียวภาพปรากฏขึ้นมา แล้วคุณก็ซึมซับไปกับจินตนาการของคุณ ปล่อยวันเวลาให้ภาพเหล่านั้น ค่อย ๆ เติบโตขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณจริง ๆ

เสริมด้วยความเชื่อ จากนั้นก็ต้องส่งเสริมภาพจินตนาการของคุณด้วยความคิดที่เหมาะสม ตัวคุณเองต้องรับรู้ให้ได้ว่าความเชื่อและจินตนาการสัมพันธ์กันมากขนาดไหน เพราะถ้าคุณจินตนาการถึงความสำเร็จในชีวิต แต่ใจจริงคุณกลับเชื่อไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม กดทับความรู้สึกตัวเองด้วยความคิดเช่นว่า ไม่มีทางหรอก เพราะตัวคุณเองไม่เก่ง หรือจะทำได้ยังไง ไม่มีทางหรอก ฯลฯ หากคิดวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ แบบนั้นแล้ว จินตนาการของคุณก็ไม่มีวันเป็นจริง จินตนาการที่ได้ผลดีจะต้องมีภาพในฝันและความคิดที่สอดคล้องลงตัวกัน

Advertisement

Advertisement

5ขอบคุณภาพประกอบจาก pxhere

ชื่นชมไม่ว่าจะเกิดอะไร คุณต้องรับรู้ใจคุณให้ได้ว่าคุณกำลังพยายามไขว่คว้าอะไร และสังเกตจินตนาการคุณเองว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว อะไรเกิดขึ้นบ้าง ระหว่างทางมีอะไรบ้าง แต่อีกด้านนึงคุณก็ต้องเชื่อว่าโลกเรามีอะไรที่ไม่แน่นอน คนเราก็เช่นกัน ถึงช่วงนึงความคิดความเชื่อก็เปลี่ยนแปลงไปได้ เป้าหมายก็เปลี่ยนได้ จินตนาการก็อาจต้องปรับเปลี่ยนไปตาม แต่แน่นอนหากคุณยังไม่เปลี่ยนใจ คุณก็ต้องรักษาเส้นทางที่คุณจินตนาการเอาไว้  ยึดมั่นกับความตั้งใจ เดินหน้าไขว่คว้าให้เต็มที่คุณก็จะไปถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน มันอาจจะดูแปลกจนไม่น่าเชื่อ

และหากจินตนาการของคุณเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเท่าไหร่ เป้าหมายก็จะค่อย ๆ เล็กลง และที่สำคัญอย่าได้ละเลยการชื่นชมความสำเร็จนั้น เพราะความสำเร็จของเราจะเป็นตัวช่วยเสริมพลังแห่งจินตนาการให้แข็งแรง  

ขอบคุณภาพปกจาก pxhere

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์