ไลฟ์แฮ็ก
แม่ผัว-ลูกสะใภ้ สันติภาพที่สร้างได้

ปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้ นับเป็นปัญหาระดับโลก และเป็นปัญหาโลกแตกที่ยากจะแก้ไข เมื่อผู้หญิงอันทรงอิทธิพลในชีวิตไม่สามารถลงรอยกันได้ คนที่ปวดหัวที่สุดก็คือคนกลาง อันที่จริงแล้ว ปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้ จะไม่เกิดขึ้นเลยหากทั้งสองฝ่ายเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะทั้งแม่ผัวและลูกสะใภ้ ก็ต่างอยู่ในครอบครัวที่มีความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ รวมทั้งทัศนคติการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป การที่จะยอมรับความแตกต่างระหว่างกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะปรับตัวเข้าหากันได้ วันนี้จึงมีแนวทางที่ทั้งฝ่ายคนที่เป็นแม่ผัว และคนที่เป็นลูกสะใภ้พอจะสร้างสันติภาพให้เกิดกับครอบครัวได้

เครดิตภาพ @bearfotos
ในฐานะแม่ผัว
- เข้าใจ
ในแง่ของลูกผู้หญิงด้วยกัน เมื่อเราออกจากอกของพ่อแม่ที่เคยปกป้อง ถนอมเลี้ยงดูมา อย่าลืมว่าลูกใคร ๆ ก็รัก ยิ่งลูกสาวแล้วบางบ้านทั้งรักทั้งหวงยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ การที่เขายกลูกสาวให้มาเป็นภรรยาของลูกเรา ก็แสดงว่าเขาเชื่อว่าลูกเราจะสามารถดูแล ปกป้อง คุ้มครอง ได้ดีเหมือนเช่นที่พ่อแม่เขาเลี้ยงดูมา เราในฐานะคนเป็นพ่อแม่ก็ต้องให้การสนับสนุนลูกเราในทางอ้อม และส่งเสริมให้ครอบครัวของลูกมั่นคง มีความสุข
Advertisement
Advertisement
- วางใจ
เนื่องจากเราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับลูกเราได้ตลอดชีวิต และลูกก็ได้เลือกแล้วว่าจะพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เราก็ควรจะเชื่อมั่นในตัวลูกของเรา และให้เกียรติกับผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตลูก บางครั้งกิริยามารยาท หรือแนวความคิดอาจจะไม่ตรงใจเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นคนอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่ต้น บางทีก็ต้องปล่อยผ่านไป ไม่ได้มีอะไรถูกตาถูกใจเราไปเสียทุกเรื่อง อีกอย่างลูกเราก็ไม่ได้เป็นคนดีไปทุก ๆ เรื่อง อาจจะมีเรื่องที่สามี-เมียเขาขัดข้องหมองใจกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องสามี-ภรรยา เราดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ให้กำลังใจเขาจะดีกว่าค่ะ
- ให้อภัย
ลูกสะใภ้ก็เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง บางคนก็ต้องห่างบ้านเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับสามีก็คือลูกของเรา ต่อให้อายุมากกว่าลูกเรา แต่เขาก็คงอายุน้อยกว่าเรา การที่เขาอาจจะทำอะไรผิดพลาด ไม่เข้าตา ก็อาจจะด้วยวัยวุฒิ และวุฒิภาวะที่น้อยกว่า ประสบการณ์ชีวิตก็ยังน้อย ก็ต้องมีบ้างที่ไม่ถูกตาถูกใจ บางเรื่องก็อาจจะพูดไม่ถูกหู คนเป็นแม่ทำได้ทีที่สุดก็คือการให้อภัยค่ะ
Advertisement
Advertisement

เครดิตภาพ @rawpixel.com
- ปล่อยเขาไป
ถ้าเกิดลูกสะใภ้ไม่น่ารักเลย ไม่ปรับตัว ไม่เข้าหา ก้าวร้าว บอกสอนไม่ได้ บางทีก็ปล่อยผ่าน แล้วก็ดูอยู่ห่าง ๆ นาน ๆ เจอกันทีก็แล้วกัน แต่ถ้าเกิดโชคร้ายต้องอยู่บ้านร่วมกัน เราคนเป็นแม่ก็คงต้องอดทน ถือเสียว่าทำเพื่อลูก หลีกเลี่ยงการปะทะ หรือการพูดคุยจะดีกว่า อะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งก็เลี่ยง ๆ ไปเสีย ยังไงเราก็ไม่ได้เป็นคนที่ต้องทนตลอดชีวิตหรอกค่ะ สงสารลูกแต่ก็ทำยังไงได้เขารักของเขาเนอะ
และท้ายที่สุดเชื่อเถอะว่า ถ้าผู้หญิงที่ไม่ดีกับแม่ของสามีของตัวเองเลย วันหนึ่งข้างหน้าเขาก็จะได้รับผลของการกระทำแบบนี้ ยังไงบาปกรรมก็มีจริง และที่สำคัญวันหนึ่งลูกคุณก็ต้องรู้และคงไม่สามารถหูหนวกตาบอดได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าลูกคุณแกล้งหูหนวกตาบอดเข้าข้างเมียจนไม่รู้ผิดถูก อันนี้คุณก็คงต้องพิจารณาด้วยว่าจะอยู่กับเขา หรือหาทางแยกไปอยู่ที่อื่นน่าจะดีสำหรับสุขภาพจิตของเราด้วย หรือแม้กระทั่งว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นแย่จริง ๆ วันนึงลูกคุณก็คงมีวันที่หมดเวรหมดกรรม หูตาสว่างและสามารถเอาตัวเองออกไปจากผู้หญิงแย่ ๆ แบบนั้นได้
Advertisement
Advertisement

เครดิตภาพ @freepik
ในฐานะลูกสะใภ้
เคารพ และให้เกียรติ
การเป็นลูกสะใภ้นั้นมีข้อปฏิบัติง่าย ๆ คือ ให้นับถือแม่สามี เสมือนแม่ของเรา ต่อให้เราไม่สามารถเคารพท่านได้เท่าแม่ของเรา แต่อย่างน้อยท่านก็เป็นแม่ของคนที่เรารัก อบรมสั่งสอนให้สามีเราเป็นสามีที่มีคุณสมบัติพึงประสงค์ อาจจะมีเรื่องให้ผิดใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง ก็เป็นเรื่องที่สามารถอภัย และปรับตัวเข้าหากัน ขนาดแม่เรา บางทีเราก็ยังนอยด์ยังโกรธ ประสาอะไรแม่สามีที่ไม่ได้เลี้ยงเรามาตลอดชีวิตจะเข้าใจเราได้ อีกอย่างการแสดงออกถึงความเคารพและให้เกียรติแม่สามี เป็นสิ่งสะท้อนการอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวเราด้วยว่า พ่อแม่เราอบรมเลี้ยงดูเรามาดีอย่างไร เราถึงให้เกียรติและเคารพผู้ใหญ่

เครดิตภาพ : @katemangostar
แสดงความเอื้อเฟื้อ และมีน้ำใจ
การแสดงความเอื้อเฟื้อและมีน้ำใจต่อแม่สามี รวมถึงญาติ ๆ ทางฝั่งสามี เป็นหนึ่งในมงคลของการครองเรือน เป็นหน้าที่ของภรรยาพึงมีต่อสามี การเอื้อเฟื้อหรือสงเคราะห์ญาตินี้ อาจจะไม่ใช่การให้เงิน แต่หมายถึงการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ โดยแสดงออกด้วยความจริงใจ ตามที่กำลังเราจะทำได้โดยไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนด้วยค่ะ เชื่อว่าความดีงามและความจริงใจที่คุณกระทำต่อญาติสามี พ่อแม่สามี จะทำให้คนรอบข้างมองเห็น
อย่าลืมว่า สามีคุณเขารักแม่ของเขา ดังนั้น ถ้าจะทำให้สามีรักและเกรงใจคุณมากขึ้น คุณต้องทำให้คนที่เขารักมีความสุข อะไรที่เป็นความสุขของแม่ของสามีก็ทำไปเถอะค่ะ อย่างเช่น จำได้ว่าแม่สามีชอบทานอะไร ก็จัดหาของที่ท่านชอบไปให้ ท่านชอบเสื้อผ้าเครื่องใช้แบบไหน สีอะไร วันเกิดท่านวันไหน หรือเทศกาลต่าง ๆ ก็อย่าลืมที่จะให้ความสำคัญเท่า ๆ กับครอบครัวของคุณเอง พยายามรักษาสมดุลย์ของช่วงวันเทศกาลโดยเฉพาะ ปีใหม่ สงกรานต์ วันพ่อ-วันแม่ ให้สามารถบริหารจัดการได้ลงตัว ยิ่งคุณดีกับคุณแม่สามีมากเท่าไร สามีคุณจะรักและเกรงใจคุณมากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งคุณเองก็จะได้รับความเมตตาต่อแม่สามี ต่อให้ท่านไม่ได้ชอบคุณมากมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ท่านก็จะเกรงใจคุณเพราะความดี และความจริงใจของคุณเป็นเครื่องค้ำชู

เครดิตภาพ @katemangostar
สำหรับแม่ผัวและลูกสะใภ้ที่ยังปรับเข้าหากันไม่ได้ อยากให้ลองคิดสักนิดว่าคุณสองคนอาจจะใช้เวลาร่วมกันน้อยไปหน่อย ถ้ามีเวลาลองพักรบแล้วลองปรับทัศนคติต่อกัน บางทีเป็นเพราะเรารักผู้ชายคนเดียวกันแต่ต่างสถานะ ก็เลยทำให้เรารู้สึกเหมือนคนที่เรารักถูกแบ่งเอาไป ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของคนทั้งคู่ แต่มันจะดีกว่าถ้าเราสามารถหาจุดที่เราประสานความรู้สึกและเข้าใจกันได้ บางทีคุณก็จะได้แม่ที่น่ารักเข้าใจคุณมาเพิ่มอีกหนึ่งคน ส่วนคนที่เป็นแม่ผัวก็จะได้กำไรตรงได้ลูกสาวที่น่ารักมาเป็นเพื่อนพูดคุย ดูแลยามเจ็บไข้ได้อีกคนด้วยค่ะ

เครดิตภาพ @freepik
ความคิดเห็น






