ไลฟ์แฮ็ก
ใครมีสิทธิรับมรดก...

สวัสดีครับ...พบกับกฎหมายง่าย ๆ สไตล์ผู้เขียน วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอกฎหมายเกี่ยวกับมรดกคำว่ามรดก คือ ทรัพย์สินทุกชนิดที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย รวมถึงสิทธิ หน้าที่ หนี้สินต่าง ๆ (รู้น้าว่าผู้อ่านหลายท่านสงสัยว่า มันรวมถึงหนี้สินด้วยหรือ...) แน่นอนครับว่า คำว่ามรดกรวมทั้งทรัพย์สิน และหนี้สินด้วยนะครับ ตลอดจนภาระจำยอม สิทธิจำนอง สิทธิในเครื่องหมายการค้า เป็นต้นครับ
สิ่งสำคัญทรัพย์สินที่จะเป็นมรดกได้นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่า ทรัพย์สินที่เป็นมรดกนั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย เช่น นายดำเจ้ามรดกมีกิจการฟาร์มเลี้ยงวัว มีบ้าน มีรถยนต์ มีเรือสำราญ เมื่อนายดำถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินที่ว่ามานี้ถือเป็นมรดกเพราะเป็นทรัพย์สินที่นายดำมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย ตรงกันข้ามหากเมื่อนายดำตาย แล้วได้รับเงินที่เป็นค่าตอบแทนสำหรับผู้ตาย (เงินสงเคราะห์,กองทุนต่าง ๆ ) อันนี้ไม่ถือว่าเป็นมรดกตามกฎหมายนะครับ และอย่าลืมว่าหากนายดำมีหนี้สินที่ไปทำไว้ก่อนตาย เมื่อตายแล้วหนี้สินส่วนนี้ก็จะตกเป็นมรดกได้เหมือนกัน
Advertisement
Advertisement


ที่นี้มาดูว่ามรดกมรดกจะตกทอดแก่ทายาทอย่างไรบ้างเพราะปัจจุบันค่อนข้างสับสน วุ่นวายพอสมควรโดยเฉพาะคนที่มีมรดกเยอะ ๆ มีเงินทองเป็นพันล้าน ร้อยล้าน อันนี้จะเห็นเป็นข่าวแทบทุกทีว่ามีการฆ่าชิงมรดกกันระหว่างพี่น้อง หรือมีศึกสายเลือดฆ่าล้างตระกูล ชิงมรดก อะไรประมาณนี้ เรามาดูกันครับว่า ลำดับทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งเรียกว่าทายาทโดยธรรมนั้นมีกี่ลำดับ
ทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีอยู่ 6 ลำดับด้วยกันครับ คือ ลำดับที่ 1 ผู้สืบสันดาน ได้แก่บุตร ลำดับที่ 2 บิดา มารดา ลำดับที่ 3 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ลำดับที่ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา และต้องพิจารณาคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและยังมีชีวิตอยู่ถือเป็นทายาทโดยธรรมอีกด้วย และกฎหมายยังกำหนดไว้อีกด้วยว่า ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่หรือผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วผู้เป็นทายาทลำดับถัดมาไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย นั้นก็หมายความว่าหากทายาทลำดับก่อนหน้านั้นยังมีชีวิตอยู่ทายาทลำดับถัดหรือลำดับรองลงมาก็หมดสิทธิรับมรดกนะครับ....
Advertisement
Advertisement
ทายาทแต่ละลำดับมีความหมายอย่างไร สำหรับทายาทลำดับที่ 1 ซึ่งได้แก่ผู้สืบสันดาน อันนี้หมายความรวมถึง บุตร รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองและบุตรบุญธรรมด้วยนะครับ ทายาทลำดับที่ 2 บิดา มารดา อันนี้หมายความว่า บิดา จะได้หนึ่งส่วน มารดาจะได้หนึ่งส่วนนะครับ ไม่ใช่ได้รวมกัน เช่น มีทรัพย์มรดกอยู่ 5 แสนบาท ถ้าทรัพย์มรดกนั้นตกมายังทายาทชั้นนี้คือเหลือเพียงแค่บิดา มารดา จะได้รับคนละ 2.5 แสนบาท แต่ถ้าเหลือบิดาคนเดียวแบบนี้จะได้รับไป 5 แสนบาท ทายาทลำดับที่ 3 พี่น้องร่วมบิดามารดา หมายถึง พี่น้องที่ร่วมบิดาและมารดาคนเดียวกันนะครับ มีกี่คนก็แบ่งเป็นส่วน ๆ ให้เท่ากันไป ทายาทลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน เหมือนกับลำดับที่ 4 เพียงแค่ร่วมบิดา หรือมารดาเท่านั้นกี่คนก็แบ่งเป็นส่วน ๆ ให้เท่ากันไป ทายาทลำดับที่ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย ครับลำดับนี้มีเท่าไรก็แบ่งกันไปตามนั้น และลำดับสุดท้าย ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา ก็แบ่งกันไปครับ แต่อย่าลืมว่าถ้าเจ้ามรดกมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย (จดทะเบียนสมรส) เมื่อเจ้ามรดกตายกฎหมายกำหนดไว้ว่าให้คู่สมรสมีชีวิตอยู่ ย่อมได้รับส่วนแบ่งตามลำดับด้วยดังนี้ครับ คือ 1.ถ้าทายาทลำดับที่ 1 มีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ คู่สมรสมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร 2 .ถ้ามีทายาทลำดับที่ 2หรือ3 หรือมีผู้รับมรดกแทนที่คู่สมรสมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกึ่งหนึ่ง 3.ถ้ามีทายาทลำดับที่ 4 5 และ 6 หรือมีผู้รับมรดกแทนที่คู่สมรสมีสิทธิรับมรดกสองในสามส่วน และ 4.หากไม่มีทายาท ตั้งแต่ลำดับที่ 1-6 คู่สมรสนั้นมีสิทธิได้รับมรดกทั้งหมด
เห็นไหมครับว่าการแบ่งมรดกนั้นจะว่าเป็นเรื่องง่าย ก็ไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ แต่จะว่ายากก็ไม่ถึงขั้นว่ายาก ทางที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้เขียนทราบมาคือ เจ้ามรดกจะตัดปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการทำพินัยกรรมครับ (การกำหนดเผื่อตาย) ว่าจะยกอะไรให้ลูก หลาน หรือญาติพี่น้องคนใด เท่านี้ก็น่าจะตัดปัญหาเรื่องมรดกที่จะตามมาได้ส่วนหนึ่งนะครับ.....
ความคิดเห็น






