คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

3 ขั้นตอน รับมือกับอคติจากคนอื่น

426
ChompooMint
ChompooMint
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ChompooMint
แจ้งตรวจสอบ
3 ขั้นตอน รับมือกับอคติจากคนอื่น

จิตใจมนุษย์ยากที่จะเข้าถึง จริงหรือ? เคยเป็นแบบนี้ไหมคะ การทำงานร่วมกัน การคบกับแฟน หรือการเข้าสังคมต่าง ๆ บ่อยครั้งเราเคยรู้สึกไม่สนิทใจกับคน ๆ นึง เพราะดูแล้วเขาอาจจะเป็นคนที่ไม่รับฟัง เถียงเก่ง หรือเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ หรือนิสัย แนวคิดต่าง ๆ ที่เราไม่ชอบ เราอยากจะพูดอธิบายให้เขาฟัง ยกตัวอย่างมาร้อยแปดพันอย่าง แต่เขาก็ยังคงรักษานิสัยที่เราไม่ชอบไว้ได้เป็นอย่างดี เฮ้อ..

พอเป็นแบบนี้ ความไม่ลงรอยกันก็ส่งผลให้ความสัมพันธ์นั้น ค่อย ๆ ร้าวฉานไปอย่างน่าเสียดาย โดยไม่ทันได้ปรับความเข้าใจกัน เอาล่ะค่ะ พอกันทีกับการคาดหวังให้เขาเปลี่ยนไป.. หากอยากมีความสุขที่สุด และคงทนถาวร ไม่ว่าจะต้องพบเจอ หรือทำงานกับใครก็แฮปปี้ไปหมด ขอแนะนำ 3 ขั้นตอนในการรับมือกับความไม่ลงรอยกันนี้ได้อย่างแยบยล คือ เราต้อง ‘เข้าใจ’ ว่าสาเหตุที่ทำให้เขาแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักแบบนี้กับเรา เป็นเพราะอะไร และปรับเปลี่ยนตัวเองควบคู่ไปด้วย มาเริ่มกันเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

[คำแนะนำในบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เงียบให้ถูกจังหวะ... คนชนะไม่พูดมาก” เขียนโดย คุณมาร์ก กูลสตัน แปลโดย คุณนุชนาฎ เนตรประเสริฐศรี ในบทที่ 9 แก้ภาพที่ผิดเพี้ยนเสียตั้งแต่ต้น หนังสือเล่มนี้ดีมาก ๆ สำหรับทุกคนที่อยากปรับตัวให้อยู่กับคนทุกประเภทได้อย่างมีความสุข ไม่อึดอัดตัวเอง และไม่ทำร้ายใครแน่นอน ถ้าอ่านและฝึกตามที่คุณมาร์กสอน]

1. สำรวจความรู้สึกของคนอื่นที่มีต่อตัวเรา

ตัวอย่างนิสัยที่ไม่ดี เช่น จุกจิกจู้จี้ ขี้โวยวาย เห็นแก่ตัว ฯลฯเริ่มต้นจากการถามตรง ๆ จากคนในครอบครัว คนที่อยู่กับเราบ่อยที่สุด ถ้าเป็นคนพูดตรงได้จะยิ่งดี แต่วิธีที่จะไม่ทำให้เขารำคาญหรือไม่อยากตอบคำถามของเรา ทำได้โดยเขียนนิสัยที่ไม่ดีลงในกระดาษ (ควรใส่นิสัยที่เราไม่คิดว่าเราจะเป็นลงไปด้วย เพราะเราไม่อาจรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเราจริง ๆ) และให้เลือกอันดับ 1-3 นิสัยไม่ดีของเราที่ทำบ่อยตามลำดับ การทำแบบนี้จะเป็นการเปิดมุมมองของคนอื่นที่มีต่อตัวเรา ความคิดคนเราต่างกัน เราอาจเคยคิดว่าเราเป็นคนเงียบ ขี้อาย แต่คนอื่นอาจคิดว่าเราหยิ่ง เข้าถึงยาก แบบนี้ก็ได้ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เราต้องยอมรับความคิดของคนอื่นที่มีต่อเรา ถึงแม้เราอาจจะคิดว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นไม่ใช่ตัวเรา แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาสัมผัสได้เวลาที่อยู่กับเรา ถ้าเราอธิบายไปให้เขาเข้าใจไม่ได้ ก็ต้องปรับที่ตัวเราก่อนนั่นแหละ แต่ถ้าหากไม่มีไอเดียในการแก้ไข ก็ไปดูคำแนะนำข้อต่อไปกันเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

2. ขอคำแนะนำจากคนใกล้ตัวในการพัฒนาให้ดีขึ้น

ภาพคนนั่งคุยกันคงไม่ค่อยมีใครชอบให้คนอื่นพูดถึงแต่ข้อเสียของตัวเองอย่างเดียวหรอกใช่ไหมคะ เพราะถ้าเรายังทำนิสัยไม่ดีอยู่ ก็แสดงว่าเราอาจจะไม่รู้จริง ๆ น่ะสิ ว่าทำแบบนี้มันไม่น่ารัก ดังนั้นถ้าได้รับคอมเมนต์ถึงข้อเสียของเรามา แล้วตามด้วยคำแนะนำ แล้วต่อด้วยการค่อย ๆ พยายาม ทำตามคำแนะนำ แบบนี้ คนที่ให้คำแนะนำเรา ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเรา ว่าอย่างน้อยเราก็ยังรู้ตัวและพยายามแก้ไขให้เห็นอยู่ ตัวเราเองถึงตอนแรกเริ่มจะทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่เชื่อสิคะ เมื่อเราเริ่มเข้าใจและปรับปรุงตัวเองให้เขาเห็นแล้ว เราก็จะมีความสุขจากการที่ความสัมพันธ์มันเริ่มค่อย ๆ ดีขึ้นแล้วทีละนิด ถือเป็นกำลังใจที่ดีมาก ๆ อย่างนึงเลยล่ะค่ะ

Advertisement

Advertisement

3. ออกตัวขอโทษตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายหรือทำให้เขาอึดอัดใจหากเราทำหรือพูดอะไรที่ดูเหมือนทำร้ายจิตใจในเวลาที่คุยกัน

รูปภาพประกอบ ขอโทษข้อนี้นำไปใช้ได้ในกรณีที่พบเจอกันครั้งแรกก็ได้ เมื่อเราไม่รู้ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบพฤติกรรมแบบไหน ทางปลอดภัยที่สุดก็คือ การออกตัวขอโทษไว้ตั้งแต่แรก มนุษย์เรามักตัดสินคนอื่นแบบเบื้องต้นเวลาที่เพิ่งรู้จักหรือเพิ่งคุยกันเป็นครั้งแรก ๆ ดังนั้นการที่เราอาจจะทำอะไรเปิ่น ๆ ออกไปในเดทแรก หรือนัดแรก โดยเฉพาะชาวต่างชาติกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น การมีมารยาทของเรา อาจเป็นสิ่งที่ดูหยาบคายสำหรับเขา จึงเป็นข้อควรระวังมากในการสร้างภาพจำอันน่าอับอายเอาไว้ให้กับเขาและเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีใครเพอร์เฟคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน เราทำได้ดีขนาดไหน หากเขาตัดสินจากมุมมองของเขาที่แตกต่างออกไปนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อาจจะร้ายแรงถึงขั้นทำลายความเชื่อมั่นต่อตัวเราไปได้ แต่การขอโทษนี้ ไม่ควรสักแต่ว่าขอโทษ แต่ไม่ได้เตรียมตัว ศึกษาอะไรไปก่อนเลย เมื่อขอโทษเสร็จ ก็ทำทุกอย่างที่เขาไม่ชอบลงไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นอย่างนี้ ขอโทษกี่ครั้ง ให้ตายยังไง เขาก็จะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเราอยู่ดีนะคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการขอโทษจะทำให้เขามองเราแง่ดีเสมอไป เพียงแต่เป็นการลดกำแพงลงให้เขาสามารถแนะนำสิ่งที่เราควรปรับปรุงได้ในครั้งถัดไป และไม่มีอคติต่อเรานั่นแหละค่ะ

 

นำไปปรับใช้กับตัวเองก่อน และเราจะเข้าใจว่าทำไมความสัมพันธ์กับบางคนจึงตะกุกตะกัก บางทีโดนเกลียดแบบไม่รู้ตัว หรือคนอื่นไม่อยากร่วมงานด้วย อย่าเพิ่งคิดน้อยใจไปเองนะคะ ลองถามคนในครอบครัว คนใกล้ตัวดูก่อน ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ รับรองว่าจะเป็นคนที่ถูกรักและเมตตา เพราะมุมมองของคนอื่นกับของเรามันค่อย ๆ ปรับจูนให้ตรงกันแล้วนั่นเองค่ะ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Canva.com รูปภาพปก | ภาพประกอบ 1 | ภาพประกอบ 2 | ภาพประกอบ 3

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด