อื่นๆ

4 กิจกรรมแก้เบื่อช่วงกักตัว

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
4 กิจกรรมแก้เบื่อช่วงกักตัว

          สถานการณ์ช่วงนี้ สถานประกอบการหลาย ๆ แห่งปิดทำการชั่วคราวและให้มีการกักตัวสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผลเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้อง work from home หรือแม้กระทั่งบางคนถูกพักงานชั่วคราวหรือเลิกจ้างกันเลยทีเดียว ขาดรายได้ ขาดโอกาสในการทำสิ่งที่วางแผนกันไว้ถ้วนหน้า สำหรับกลุ่มของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องทำการเรียนและการสอบออนไลน์ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากทีเดียว

          แต่เชื่อว่าการกักตัวอยู่แต่ในที่พักเป็นระยะเวลานานเกินไป อีกทั้งบางครั้งมีเวลาว่างมากมายที่น่าเบื่อ และความอึดอัดที่ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมใด ๆ ข้างนอกได้อย่างเต็มที่ อาจส่งผลไม่ดีต่อสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก 

มาหาอะไรเพลิน ๆ ทำกันดีกว่าาาาา

          วันนี้ เราอยากมาแนะนำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่เราพยายามหามาทำในช่วงกักตัว เพื่อขจัดความเบื่อหน่ายจากการกักตัวอยู่ในหอพักเป็นระยะเวลานาน แม้เราจะชอบการอยู่ในที่พักมากกว่า แต่ไม่ว่าใคร ๆ เมื่ออยู่แต่ในสภาพเดิม ๆ เห็นแต่อะไรเดิม ๆ ทุกวันคงโหยหาการออกไปรับบรรยากาศใหม่ ๆ ข้างนอกเป็นแน่ แต่ในเมื่อยังทำแบบนั้นไม่ได้ เราจึงหาอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน มาลองทำในช่วงนี้ดูบ้าง เพื่อจะได้ไม่รู้สึกหดหู่มากเกินไป

Advertisement

Advertisement

          มาดูกัน ว่าเราลองทำอะไรใหม่ ๆ บ้างในช่วงกักตัว.....


1. ปลูกต้นไม้

          ขอออกตัวก่อนว่าเดิมทีเราไม่ได้สนใจต้นไม้หรือชอบปลูกต้นไม้หรือทำอะไรทำนองนี้ แต่มาคิดว่าลองดูหน่อย คงไม่เสียหาย ประกอบกับยังไงช่วงนี้ก็มีเวลาให้ความใส่ใจกับน้องอย่างแน่นอน จึงไม่รอช้าเริ่มทำการเลือกต้นไม้เลยดีกว่า (เรียกว่าปลูกตามเพื่อนจะดูดีกว่าแหละ)  

          น้องที่เราลงต้นเองกับมือ ก็คือ "ต้นกระบองเพชรหูกระต่าย" ชื่อน่ารักเชียว 

Advertisement

Advertisement

ต้นกระบองเพชรหูกระต่าย


2. ทำอาหาร

          เราเข้าครัวเป็นปกติอยู่แล้วเวลาอยู่บ้าน ช่วยพ่อแม่ทำอาหารบ้าง ทำเองบ้าง แต่เมื่ออยู่หอ เราก็เลือกทำอะไรที่ง่าย ๆ และไม่ได้ทำบ่อยเหมือนอยู่บ้าน เพราะเครื่องครัว เครื่องปรุงมีไม่ครบถ้วนเหมือนที่บ้านนี่นา 

          ตัวอย่างอาหารที่เราขอเลือกมาพูดถึง คือ "ข้าวแกงกะหรี่เนื้อ" ด้วยความที่ไปกินที่ร้านไหนก็ยังไม่เจอรสที่ถูกปาก ประกอบการไม่เคยทำเมนูนี้มาก่อน เลยมาลองทำกันดู ขั้นตอนการทำอาหารไม่ยากอย่างที่คิด ง่ายมาก เพียงแต่ใช้เวลาในการทำนานนิดหน่อย 

ข้าวราดแกงกะหรี่เนื้อ          ความสนุกในการลองทำเมนูนี้ครั้งแรกคือ เรากะปริมาณเครื่องแกงกะหรี่ไม่ถูก ให้เหมาะกับปริมาณผักและเนื้อสัตว์ เลยเกิดความวุ่นวายเล็ก ๆ ในตอนต้นของการทำอาหาร แต่ก็จบได้ด้วยดี อร่อย เข้มข้น เก็บกินไปได้อีก 3-4 มื้อเลย คุ้มมากเลย

Advertisement

Advertisement

วิธีทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่น(สไตล์เรา เน้นการกะปริมาณเอง ไม่ได้ชั่งหรือตวง) สำหรับ 5-6 ที่

  • วัตถุดิบ :
  1. เนื้อสัตว์ 
  2. มันฝรั่ง
  3. แครอท
  4. หอมหัวใหญ่
  5. น้ำเปล่า
  6. น้ำมัน (แนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอก)
  7. ซอสปรุงรสญี่ปุ่น (ยี่ห้อใดก็ได้)
  8. เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (เราใช้ของ Golden Curry กล่องสีดำ)
  9. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ยี่ห้อใดก็ได้)                                                                                               
  • วิธีทำ :
  1. ล้างเนื้อสัตว์ และหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ
  2. ปอกเปลือกมันฝรั่ง แครอท และหอมหัวใหญ่ และนำไปล้าง ต่อมานำมาหั่นมันฝรั่งและแครอทมาหั่นเป็นลูกเต๋า และซอยหอมหัวใหญ่     
    ***แนะนำให้หั่นมันฝรั่งและแครอทให้เป็นลูกเต๋าขนาดใหญ่ไว้ก่อนนะคะ***
  3. เทน้ำมันมะกอกลงกระทะ ตั้งไฟ รอจนกระทั่งน้ำมันเดือด ให้นำหอมหัวใหญ่ เนื้อ และแครอทลงผัดตามลำดับ เยาะซอสปรุงรสเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่พอให้เนื้อสุก ก็ปลดลงจากเตาได้เลย
  4. เทน้ำเปล่าลงในหม้อ (เยอะนิดนึงนะคะ เผื่อตอนน้ำแกงกระหรี่ข้น ๆ ด้วย) เหยาะซอสปรุงรสเล็กน้อย รอจนน้ำเดือด ให้นำหอมหัวใหญ่ เนื้อ และแครอทที่ผัดไว้แล้วมาเทลงในหม้อ
  5. รอจนน้ำเดือดอีกรอบ ให้นำมันฝรั่งลงหม้อ 
  6. รอจนน้ำเดือด จึงใส่เครื่องแกงกะหรี่ หลังจากนั้นต้องคอยคนแกงกะหรี่ตลอด เพื่อให้ตัวเครื่องแกงละลาย เมื่อเครื่องแกงละลายจนหมด จึงใส่โยเกิร์ตลงไป
  7. หลังจากนี้ ต้องคอยคนแกงกะหรี่เป็นพัก ๆ นะคะ เพื่อไม่ให้มันฝรั่งติดก้นหม้อ ตั้งหม้อไปจนกว่าเนื้อจะเปื่อย มันฝรั่งและแครอทจะสุก แบบเละนิด ๆ และน้ำแกงกะหรี่ข้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  8. เมื่อสุกทั้งหมด ก็ปลดหม้อลงได้ค่ะ นำมาราดกินพร้อมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ อร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ

3. ทำขนม&เครื่องดื่ม

          แม้จะเคยทำขนมมาบ้าง แต่ไม่บ่อยค่ะ และนาน ๆ ได้ทำที อีกอย่างเป็นคนชอบกินขนมหวานอยู่แล้วด้วย  เลยลองทำดู เอาแบบง่าย ๆ ไม่ใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย เน้นใช้อุปกรณ์ที่มีในหอ คือ ตู้เย็น หม้อต้ม กระทะไฟฟ้า ไม่มีเตาอบ ไม่มีไมโครเวฟ ไม่มีหม้อหุงข้าว หา ๆ ดูแล้ว มาจบที่ขนมที่มีชื่อว่า "ทาร์ตช็อกโกแลต" และ "สตอว์เบอร์รี่ชีสพาย" 

ทาร์ตช็อกโกแลต&สตอว์เบอร์รี่ชีสพาย          "ทาร์ตช็อกโกแลต" เราไม่ได้เลือกใช้แป้งทาร์ตสำเร็จ ด้วยความที่อยากทำเองด้วยวัตถุดิบง่าย ๆ ในครั้งนี้เลือกใช้ถ้วยฟอยล์ 3219 (ขนาด 68*47*26.5 mm.) เราว่ามันเป็นขนาดที่กำลังพอดีสำหรับการกิน 1 ครั้งและง่ายในการเอาไปแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เราราดหน้าทาร์ตด้วยแยมสดสตอว์เบอร์รี่เล็กน้อย ให้มีรสชาติที่ลงตัวของความเค็มเล็กน้อยจากบิสกิต ความขมนวลจากช็อกโกแลต และความหวานอมเปรี้ยวจากแยม

ทาร์ตช็อกโกแลต          "สตอว์เบอร์รี่ชีสพาย" เราใช้ถ้วยฟอยล์ 3219 เช่นเดียวกับที่ใช้ทำทาร์ตช็อกโกแลต เราว่าหน้าตาออกมาถือว่าไม่ได้แย่ รสชาติก็เช่นกัน แม้ชั้นครีมชีสจะไม่ได้เปรี้ยวเท่าที่ควร แต่สำหรับเราถือว่าโอเคเลยค่ะ ขอแอบกระซิบหน่อยว่าเพื่อน ๆ ก็ชมว่าอร่อยดี ขอให้ทำให้กินอีก ๆ รู้สึกปลื้มปริ่มใจมากเลยค่ะ

สตอว์เบอร์รี่ชีสพาย          จากที่ได้ทำขนมข้างต้น ทำให้เราได้ลองทำแยมสตอว์เบอร์รี่ด้วยตัวเองด้วยค่ะ เพราะเก็บไว้ใช้ได้นาน บวกกับใช้ในการทำขนมนี้ด้วย ซึ่งทำได้เองไม่ยากเลยค่ะ ตัวแยมที่ทำเองจะมีเนื้อของสตอว์เบอร์รี่ค่อนข้างมากกว่าแยมมียี่ห้อ อีกทั้งยังมีรสชาติที่เราชอบอีกด้วย ไม่หวานหรือเปรี้ยวจนมากเกินไป ประหยัดค่าแยมไปได้อีกนานเลยค่ะ

แยมสดสตอว์เบอร์รี่          นอกเหนือจากการลองทำขนมแล้ว เรายังลองทำเมนูเครื่องดื่มง่าย ๆ อีกด้วย เนื่องจากสตอว์เบอร์รี่ที่ซื้อมายังมีเหลืออยู่ จึงลองหาเมนูเครื่องดื่มที่ทำง่ายที่สุดและใช้วัตถุดิบที่เรามีหลงเหลืออยู่ในตู้เย็น จนไปเจอเข้ากับ "นมสดสตอว์เบอร์รี่" สำหรับเมนูนี้ ใช้เวลาในการทำน้อยมากค่ะ ทำเสร็จแล้วนำแช่ตู้เย็นสักพักแล้วค่อยนำมาทานนะคะ ช่วยให้รู้สึกเย็นสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ ในสภาพอากาศร้อนแบบนี้เลยค่ะ

นมสดสตอว์เบอร์รี่


4. ลงเรียนคอร์สออนไลน์

         ไหน ๆ เราก็ออกไปไหนไม่ได้แล้ว เลยถือโอกาสในการพัฒนาตัวเองด้วยการเรียนในสิ่งที่สนใจหรืออยากรู้เพิ่มเติม จากคอร์สออนไลน์ที่ตอนนี้หลายสถาบันได้มีการจัดคอร์สอบรม คอร์สการเรียนในด้านต่าง ๆ ออกมามากมาย มีทั้งแบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย หรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องการใบรับรองการเข้าร่วมและการผ่านคอร์สนั้น ๆ 

          ตัวอย่างที่เราลงเรียนคอร์สออนไลน์ เป็นของ Coursera มีให้เลือกเรียนในหลากหลายด้าน ที่ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ โดยมีการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราเล็งเห็นว่านอกจากจะได้ความรู้ด้านอื่นเพิ่มเติมแล้ว ยังได้ฝึกใช้ทักษะการฟังภาษาอังกฤษอีกด้วย 

https://www.coursera.org/browseCr. https://www.coursera.org/browse

          สำหรับคอร์สออนไลน์ที่ทำการบรรยายเป็นภาษาไทยที่อยากแนะนำเป็นของ CHULA MOOC และ MAHIDOL UNIVERSITY EXTENSION ค่ะ เอาไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกกันได้เลยนะคะ

CHULA MOOCCr. https://mooc.chula.ac.th/courses

MAHIDOL UNIVERSITY EXTENSIONCr. https://mooc.mahidol.ac.th/courses


          เชื่อว่าเพื่อน ๆ คงมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ความถนัด ความชอบ หรือความสนใจของตนเอง ลองเอาสิ่งที่ไม่เคยทำมาลองทำดูสิคะ ถือว่าเพิ่มกิจกรรมไม่ทำให้เราว่างจนเบื่อเกินไปได้นะคะ

โอกาสในการลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาถึงแล้ว อย่ารอช้ากันเลย 

Credit รูปปกจาก canva และรูปถ่ายทั้งหมด by me เองจ้าาาาาา

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์