ข่าวสาร
4 ความแตกต่าง รถไฟฟ้า กับรถยนต์ ต่างกันอย่างไร?

สวัสดีเหล่านักอ่านทุกๆ คนนะครับ หากพูดถึงยานพาหนะที่ทุกคนนิยมใช้ในการเดินทาง หลายคนก็ต้องนึกถึงรถยนต์กันอย่างแน่นอนใช่มั้ยล่ะครับ ในปัจจุบันรถยนต์ในไทยที่เรามักพบเห็นจะมี 2 ประเภทด้วยกัน คือรถยนต์และรถไฟฟ้า (หรือก็คือรถยนต์ EGV) หลายคนคงจะสงสัยใช่มั้ยล่ะครับ ว่ารถยนต์ 2 ประเภทนี้มันแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้ ผมเลยอยากมาไขกระจ่างผ่าน 4 ความแตกต่างให้ทุกๆ คนได้รู้กันครับ จะมีอะไรบ้าง มาอ่านกันเลยยยย
1. แหล่งพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อน
อย่างที่หลายๆ คนรู้กันครับ รถยนต์นั้นจะอาศัยพลังงานความร้อนจากการเผาไหม้น้ำมัน ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้น มันจะไปช่วยขับเคลื่อนรถยนต์ให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ครับ
ในขณะที่รถไฟฟ้า จะอาศัยพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนตัวรถยนต์ให้เคลื่อนที่นั่นเองครับ
2. การเติมพลังงาน
Advertisement
Advertisement
หากเราขับรถยนต์อยู่ดีๆ แล้วน้ำมันใกล้หมด วิธีเติมน้ำมันก็คือต้องแวะปั๊มเพื่อเติมน้ำมันเข้าไปใช่มั้ยล่ะครับ
ในขณะที่รถไฟฟ้า หากพลังงานไฟฟ้าใกล้หมด วิธีเติมพลังงานก็คือชาร์จรถยนต์ครับ ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีจุดบริการชาร์จรถหรือไม่ก็เราสามารถติดตั้งที่ชาร์จและสามารถชาร์จรถได้เองที่บ้านเลยครับ
แล้วจากข้อแตกต่างตรงนี้ มันเป็นข้อดีและข้อจำกัดสำหรับรถยนต์ 2 ประเภทอย่างไรเหรอ??? ผมจะขอยกเป็นกรณีไปนะครับ
สมมติบ้านเราอยู่ในแถบชนบท ที่แทบไม่มีปั๊มน้ำมันหรือจุดบริการชาร์จรถเลย ผมรู้สึกว่ารถไฟฟ้าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะถ้ารถยนต์เกิดพลังงานหมด หากเรามีที่ชาร์จไฟในบ้าน เราสามารถชาร์จรถเองได้เลยโดยไม่ต้องไปตามหาปั๊มน้ำมันหรือจุดชาร์จไฟ ทำให้หากเราเดินทางไปไหนมาไหน มันน่าจะสะดวกและสบายใจกว่า
แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในประเทศไทยเกือบทั้งหมด ยังคงใช้รถยนต์เป็นหลักอยู่ เลยทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันกระจายทุกจุดเลย ในขณะที่จุดชาร์จรถไฟฟ้าอาจจะยังไม่เยอะมาก หากเดินทางไปไหนมาไหนแล้วต้องแวะเติมพลังงานล่ะก็ รถยนต์ก็ยังคงหาแหล่งเติมพลังงานง่ายกว่าอยู่ดี
Advertisement
Advertisement
3. ระยะเวลาในการเติมพลังงาน
ต่อจากข้อที่แล้วเลยครับ เวลาเติมน้ำมัน พนักงานปั๊มเค้าก็จะเอาน้ำมันมาเติม ซึ่งระยะเวลาในการเติมก็ไม่นานมาก ต่อให้น้ำมันใกล้จะหมด เวลาเติมน้ำมันจนเต็มถังก็ใช้เวลาแป๊บเดียว เติมเสร็จปุ๊บ ก็พร้อมออกเดินทางต่อได้เลย
ในขณะที่รถไฟฟ้าที่ต้องเติมพลังงานด้วยการชาร์จไฟ ระยะเวลาในการเติมพลังงานน่าจะนานกว่าเติมน้ำมันอย่างแน่นอนครับ ยิ่งพลังงานในรถยนต์ใกล้หมด หากต้องการชาร์จไฟให้เต็ม อาจจะต้องใช้เวลายาวนานกว่าเดิมอย่างแน่นอน
จากจุดนี้ สมมติว่าหากเราต้องเร่งรีบไปทำธุระแล้วดันโชคร้ายที่แหล่งพลังงานใกล้หมด จากข้อแตกต่างที่ผมยกไปเมื่อกี้ ผมมองว่ารถยนต์น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนเร่งรีบได้ดีกว่ารถไฟฟ้านะครับ
4. มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ารถยนต์ต้องอาศัยการเผาไหม้น้ำมันในการทำให้เกิดพลังงานขับเคลื่อน ซึ่งนอกจากจะได้พลังงานแล้ว ยังเกิดควันพิษออกมาอีกด้วย หนึ่งในนั้นคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งหากเราสูดดมเข้าไป อาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ครับ
Advertisement
Advertisement
ตรงกันข้ามกับรถไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนตัวผมที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องมลพิษสูง หากคนกรุงเทพเริ่มหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ผมว่าปัญหามลพิษอาจจะลดลงไปได้เยอะเลยล่ะครับ

ทั้งหมดนี้ คือ 4 ความแตกต่างระหว่างรถยนต์และรถไฟฟ้าที่ผมเอามาเปรียบเทียบให้ทุกคนกันครับ จากข้อแตกต่างนี้ จะเห็นได้ว่าทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้ามีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไปตามที่ผมลองยกตัวอย่างไป หากมองโดยรวม ส่วนตัวผมชอบรถไฟฟ้ามากกว่าตรงที่มันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถเติมพลังงานได้เองที่บ้านนี่แหละครับ แล้วนักอ่านล่ะครับ ชอบรถยนต์หรือรถไฟฟ้า? ลองมาแชร์ให้ผมอ่านกันได้นะครับ
ที่มาภาพประกอบภาพปก จาก Pixabay
- ภาพที่ 1 และ 2 : OpenClipart-Vectors
- ภาพที่ 3 : GDJ
ที่มาภาพประกอบ จาก KyojuroRengoku (ผู้เขียน) และ Pixabay
- ภาพประกอบที่ 1/6/7 : KyojuroRengoku (ผู้เขียน)
- ภาพประกอบที่ 2 : Falkenpost
- ภาพประกอบที่ 3 : IsmaelMarder
- ภาพประกอบที่ 4 : andreas160578
- ภาพประกอบที่ 5 : Joenomias
บทความหมวดข่าวสารเรื่องอื่นๆ ของผู้เขียน
- รีวิวงานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2023 อีเวนต์ที่สายนิยายและสาย How to พัฒนาตนเองไม่ควรพลาด #Lotus'sPRIVE
- รีวิว วิธีเดินทางไป สามย่านมิตรทาวน์ ด้วยรถไฟฟ้า BTS งานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2023
- “ใด ๆ ในโลกล้วนฟิสิกส์” พอดแคสต์วิทย์ๆ ความรู้แน่น ๆ แต่เข้าใจง่าย จาก THE STANDARD
- รีวิวแอป Threads มีอะไรน่าสนใจบ้าง ต่างกับ Twitter อย่างไร ?
ใครที่ชื่นชอบบทความนี้ ฝากกดแชร์ กดติดตามเพจ KyojuroRengoku ไว้ด้วยนะครับ และถ้าหากใครที่เป็นสายท่องเที่ยว ก็ฝากกดถูกใจและกดติดตามเพจท่องเที่ยว KyojuroRengoku ไว้ด้วยนะครับ ยังมีบทความดีๆ อีกมากมายที่รอเสิร์ฟนักอ่านทุกคนอยู่นะครับ
เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !
ความคิดเห็น






