คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

5 สิ่งห้ามทำสำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มเรียนศิลปะ

260
ก้อนเมฆ
ก้อนเมฆ
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ก้อนเมฆ
แจ้งตรวจสอบ
5 สิ่งห้ามทำสำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มเรียนศิลปะ

1.อย่าพึ่งอุปกรณ์มากเกินไป

ปากกากับขวดหมึกราคาแพง

          น้อง ๆ บางคนที่กำลังเริ่มหัดวาดรูปแล้วรู้สึกว่าตัวเองวาดรูปไม่สวยหรือวาดไม่ถนัด โดยคิดว่าเป็นเพราะเครื่องเขียนที่ใช้นั้นไม่ดี ซึ่งในความเป็นจริงคุณภาพของเครื่องเขียนก็ส่งผลต่อการทำงานในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มีผลมากขนาดที่ว่าถ้าไม่ได้เครื่องเขียนชั้นดีก็วาดรูปสวยไม่ได้ ดังนั้นเราควรใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นและเพียงพอต่อการใช้งานของเราก็พอ เพราะสุดท้ายผู้ที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการสร้างสรรค์ผลงานก็คือตัวเราเอง

 

2.อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจนทำให้รู้สึกแย่

รูปตาชั่ง

           ไม่ว่าเราจะมีฝีมือดีหรือไม่ดี มีพื้นฐานวาดรูปมาก่อนหรือพึ่งเริ่มฝึก ไม่ว่าแบบไหนก็จะมีคนที่เก่งกว่าเราอยู่เสมอ แม้แต่ระดับมืออาชีพเองก็ยังมีคนที่เก่งกว่าไปเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าเรามัวแต่เปรียบเทียบงานของตัวเองกับคนที่เก่งกว่าก็มีแต่จะนำพาความรู้สึกแย่เข้ามาใส่หัวเพราะสิ่งที่เราควรทำคือเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่าเรา ทิ้งความคิดที่ว่า "ทำไมเราถึงไม่เก่งเท่าเขา" แล้วเปลี่ยนมาคิดว่า "เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร" เรียนรู้วิธีการจากคนที่เก่งกว่าแล้วนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง 

Advertisement

Advertisement

          แล้วเราควรเปรียบเทียบกับใคร? คำตอบนั้นง่ายมาก คนเดียวที่เราควรเปรียบเทียบก็คือตัวเราเอง ลองเทียบผลงานตัวเองชิ้นล่าสุดกับชิ้นเก่าที่เคยทำ ถึงแม้งานล่าสุดของเราจะยังไม่โดดเด่นในหมู่คนที่ทำงานสายนี้ด้วยกัน แต่ที่แน่ ๆ งานเราอาจดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนก็ได้ เราจะไม่รู้สึกว่าเราเก่งขึ้นจนเราได้เปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อก่อน แล้วถ้าเกิดงานของเราแย่ลงล่ะ? อย่าพึ่งถอดใจไป สำหรับช่วงเริ่มต้น ฝีมือที่ขึ้น ๆ ลง ๆ นั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเรายังไม่เข้าใจหลักการดีพอว่าทำแบบไหนถึงจะดี ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำไม่ใช่รู้สึกแย่กับมัน แต่จงหาว่าเพราะอะไรงานนี้ถึงทำออกมาจึงดูไม่ดี มีจุดไหนที่เราทำผิดพลาดไปแล้วจำไว้แก้ไขในงานหน้า

Advertisement

Advertisement

 

3.ฝึกฝนด้วยตัวเองอย่ามัวแต่รอโจทย์จากคนอื่น

ภาพคนถือโทรโข่งพูดใส่อีกคน          บางคนชื่นชอบในศิลปะแต่ไม่ได้มีนิสัยชอบวาดรูปในเวลาว่างมาตั้งแต่เด็กแล้วพึ่งมาเริ่มเรียนอย่างจริงจังเมื่อรู้ตัวว่าชอบ โดยส่วนมากคนที่ไม่ได้ติดนิสัยวาดรูปเล่นมักจะเสียเปรียบคนที่วาดมาตั้งแต่เด็กอยู่คือบางคนไม่คิดที่จะลองวาดรูปอะไรเองถ้าไม่ได้รับมอบหมายงานจากพี่ติวที่สอนพิเศษหรือต้องรอให้ใครสักคนกำหนดโจทย์ในการวาดให้ก่อน นั่นทำให้คนนั้นอาจพัฒนาได้ช้ากว่าคนที่ชอบวาดรูปเล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คนที่วาดรูปบ่อย ๆ จะสามารถถ่ายทอดจินตนาการในหัวของตัวเองให้ออกมาเป็นภาพวาดได้ ในขณะที่คนที่รอโจทย์จากที่สอนพิเศษที่ไปเรียนได้แค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะขาดความถี่ในการฝึกฝนและหลายคนที่เป็นแบบนี้มักจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะวาดภาพจากจินตนาการแล้วรู้สึกว่าภาพในหัวนั้นดูดีกว่าภาพที่วาดออกมา

Advertisement

Advertisement

          ไม่ว่าในหัวเราจะมีภาพจินตนาการที่สวยงามขนาดไหนแต่ถ้าเราถ่ายทอดมันออกมาไม่ได้ก็ไม่สามารถสื่อสารกับผู้ที่ชมผลงานได้ วัตถุประสงค์ในการวาดภาพจึงไม่ถูกแสดงออกมา ดังนั้นต้องหมั่นฝึกฝนด้วยตัวเองในเวลาว่าง สร้างนิสัยที่อยากวาดรูปด้วยตัวเองและมีความสุขไปกับมันครับ

 

4.อย่าเริ่มลงมือทำงานจริงเลยโดยที่ไม่สเก็ตช์ภาพก่อนภาพคนกำลังเขียนหนังสือลงในสมุด

          เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่ติวหรือครูหลายคนมักจะเน้นย้ำเสมอ และเป็นเรื่องที่พวกเราที่พึ่งเริ่มต้นเรียนศิลปะมักจะมองข้ามไม่ให้ความสำคัญ เพราะคิดว่าตัวเองสามารถทำได้หรือขี้เกียจสเก็ตช์ภาพเพราะเดี๋ยวก็ต้องทำใหม่อีกรอบอยู่ดี นี่เป็นความคิดที่แม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังพบเจออยู่และเป็นความคิดที่ผิด วัตถุประสงค์ของภาพสเก็ตช์คือเป็นการลองร่างภาพก่อนลงมือทำงานจริง เป็นการทำงานอย่างมีแบบแผน ถ้าหากว่าเราวาดภาพสเก็ตช์ไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วเราจะวาดชิ้นงานจริงที่ขนาดใหญ่กว่าได้อย่างไร พอเราวาดชิ้นงานใหญ่ตามภาพที่ปรากฏในหัวเพียงเล็กน้อยแล้วพบว่าเหลือพื้นที่ว่างในงานที่ไม่ได้วางแผนตั้งแต่แรกว่าจะวาดอะไร เราก็จะเริ่มหาทางเติมภาพให้เต็มซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุส่งผลให้ภาพวาดนั้นอาจจะดูไม่สมบูรณ์

          ดังนั้นหากครูที่สอนอยากให้เราส่งภาพสเก็ตช์ให้เขาตรวจก่อนก็อย่าไปปฏิเสธเขาเลยครับเพราะมันเป็นวิธีทำงานที่ถูกต้องแล้วเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ

5.อย่าลอกผลงานผู้อื่น    ภาพตำรวจที่รอจับโจรที่ขโมยของจากด้านหลังเครื่องหมายลิขสิทธิ์

          เมื่อมีคนมาบอกกับเราแบบนี้ เราก็ต้องคิดว่าเราไม่มีทางทำอะไรแบบนี้อย่างแน่นอนเพราะมันเป็นสามัญสำนึกที่ทุกคนรู้กัน แต่นักเรียนศิลปะหลายคนกลับติดนิสัยที่จะหาแรงบันดาลใจ  หาภาพอ้างอิงหรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า "หาเรฟ(Reference)" ซึ่งการหาตัวอย่างเพื่อนำมาศึกษาให้เข้าใจในงานที่เราจะทำนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่ถ้าหากเรารู้ตัวว่าเราจำเป็นจะต้องหาภาพตัวอย่างทุกครั้งก่อนทำงานสร้างสรรค์หรืองานออกแบบ เราควรคิดทบทวนดูอีกทีว่าเรากำลังหา "แรงบันดาลใจ" หรือกำลังหา "ต้นแบบ" กันแน่ บางคนมีฝีมือดี มีผลงานที่มีแนวคิดที่โดดเด่นแต่เวลาเขาทำงานเขากลับเปิดแอป Pinterest ก่อนทำงานทุกครั้งจนติดเป็นนิสัย ซึ่งวันไหนรู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถทำงานได้หากไม่เปิดดูรูปตัวอย่างผลงานคนอื่นก่อนนั่นหมายความว่าเราอาจกำลังลอกผลงานของผู้อื่นมาโดยตลอดก็เป็นได้

          ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ เราควรเลิกนิสัยแบบนี้ได้แล้วก่อนที่จะเกิดผลเสียต่อตัวเราเองในการทำงานในอนาคตครับ

 

รูปภาพหน้าปกจาก Pixabay แต่งภาพโดย ผู้เขียน

รูปที่1 จาก Pixabay1

รูปที่2 จาก Pixabay2

รูปที่3 จาก Pixabay3

รูปที่4 จาก Pixabay4

รูปที่5 จาก Pixabay5

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด