ไลฟ์แฮ็ก
5 เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้งานทันใจ

หากคุณส่งใบสมัครงานออนไลน์ไปตั้ง 20-30 บริษัทแล้ว แต่ยังไม่มีฝ่ายบุคคลจากบริษัทไหนติดต่อคุณกลับมาเลย บางทีอาจจะเป็นเพราะคุณพลาดเทคนิคบางอย่างที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้งาน ถูกเรียกสัมภาษณ์ไปก็ได้ วันนี้เรามี 7 เทคนิคที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้งาน ได้เพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์มาฝากกันคะ
เทคนิคที่ 1 ประหยัดเวลาในการมองหางานด้วยการใช้เครื่องมือ Advanced Search หรือปุ่มค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง เราเชื่อว่าทุก ๆเวบไซด์หางานจะมีปุ่มการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจงให้คุณใส่ข้อมูลเข้าไป เช่น ประเภทของงานที่ต้องการ ทำเลที่ตั้ง การศึกษา และแม้แต่เงินเดือนที่ต้องการ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยย่นระยะเวลาในการหางานของคุณ และช่วยให้ได้เจองานที่คุณสนใจได้เร็วขึ้นด้วย เพื่อประหยัดเวลาเตรียมทำรีซูเม่ดี ๆ ส่งให้บริษัทที่คุณต้องการดีกว่า
Advertisement
Advertisement
ภาพถ่ายโดย energepic.com จาก Pexelshttps://www.pexels.com/th-th/photo/313690/
เทคนิคที่ 2 การหว่านสมัครงานไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ไอเดียที่ดี เราข้าใจว่าใคร ๆ ก็อยากได้งาน เพราะงานหมายถึงรายได้ และความมั่นคงที่จะเข้ามาทุก ๆ สิ้นเดือน แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณสมัครงานในบริษัทในฝันหรืองานที่คุณต้องการจริง ๆ มากกว่าการหว่านสมัครงานในบริษัทหรืองานที่คุณไม่ถนัดและไม่อยากทำเลย มันจะเสียเวลาทั้งคุณและบริษัท รวมไปถึงเสียสุขภาพจิตของตัวคุณเองที่ต้องทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดและไม่ชอบเลย
เคล็ดลับเสริม หากคุณมีบริษัทในใจที่อยากทำงานด้วยอยู่แล้ว หาข้อมูล เบอร์ติดต่อ แล้วโทรไปสอบถามเลยว่ามีตำแหน่งว่างไหม เพราะบางทีบริษัทที่คุณต้องการเขาอาจจะไม่ได้ลงประกาศหางานก็ได้ แบบนี้มีโอกาสได้สูงมากขึ้นด้วยนะ
Advertisement
Advertisement
เทคนิคที่ 3 อย่าหยุดสมัครงาน จนกว่าจะได้สัมภาษณ์งานที่ถูกใจ นอกจากการเลือกงานที่ตรงใจกับคุณสมบัติและความสามารถของตัวคุณเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรจะทำต่อไปเพื่อเพิ่มโอกาสคือ การส่งใบสมัครงานไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์งานและมีการจ้างงานกันเรียบร้อยแล้ว
ภาพถ่ายโดย Lukas จาก Pexelshttps://www.pexels.com/th-th/photo/590016/
เทคนิคที่ 4 นอกจากการหว่านสมัครงานไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้พิจารณาว่าเราเองต้องการงานประเภทไหนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เจอกันบ่อยคือ ทำ Cover Letter และ Resume ฉบับเดียว ส่งไปทุก ๆ ประเภทงาน และทุก ๆ บริษัท อย่าลืมว่าเหตุผลที่ฝ่ายบุคคลเขาจะเรียกสัมภาษณ์คุณนั้นเป็นเพราะว่า ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณนั้นตรงกับที่เขามองหามากที่สุด การที่คุณส่งรีซูเม่และจดหมายสมัครงานโดยที่ยังไม่ได้เอามาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตำแหน่งงานที่คุณสมัครเลย นอกจากจะทำให้เสียโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์แล้ว ฝ่ายบุคคลยังมองว่าคุณไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น ทั้งที่ความจริงแล้ว ความสามารถของคุณอาจจะเหมาะกับงานนั้นมาก ๆ เพียงแต่รีซูเม่และจดหมายสมัครงานของคุณไม่ได้มีอธิบายตรงจุดนั้น นั้นเอง ข้อแนะนำคือ ทำรีซูเม่และจดหมายสมัครงานขึ้นมาใหม่ โดยพิจารณาถึงประสบการณ์และการทำงานตรงไหนของคุณที่เหมาะกับงานที่กำลังสมัคร แล้วเขียนให้ตรงจุดลงไปเลย
Advertisement
Advertisement
ภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay http://bit.ly/2FWdxE4
เทคนิคที่ 5 ใส่ความรู้ความสามารถหรือกิจกรรมอะไรที่คุณทำนอกเหนือจากงานประจำลงไปในรีซูเม่ด้วย ยิ่งถ้าสิ่งที่คุณทำนั้น สามารถเพิ่มประโยชน์ให้กับบริษัทในระยะยาวได้ คุณจะยิ่งโดดเด่นและมีโอกาสมากกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ ด้วย เช่น คุณมีความสามารถด้านการถ่ายภาพ ตกแต่งภาพ หรือการทำพรีเซนต์นำเสนองานได้ดี ความสามารถพูดในที่สาธารณะได้ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคนิคเบื้องต้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์เท่านั้นนะคะ สิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากนี้คือ การพัฒนาทักษะความรู้ที่มีอยู่ของคุณให้ทัน ในวันที่โลกหมุนเร็วมาก ๆ และความต้องการของผู้ว่าจ้างก็นับแต่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ควรมั่นศึกษาหาความรู้และพัฒนาความรู้ที่มีอยู่เสมอ เพราะเมื่อถึงเวลาที่ผู้สัมภาษณ์ถามคุณว่า “ทำไมเราถึงต้องจ้างคุณ” คุณจะได้มีคำตอบอย่างชัดเจนว่าคุณสมบัติและความรู้ที่คุณมีมันวิเศษแค่ไหนต่อองค์กร แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีคะ
เครดิตภาพหน้าปก ภาพถ่ายโดย Minervastudio จาก Pexelshttps://www.pexels.com/th-th/photo/2897883/
ข้อมูลจาก https://www.thebalancecareers.com/tips-to-help-you-get-hired-fast-2059661
ความคิดเห็น






