อื่นๆ

Hungry Hub ระบบบริการจองโต็ะร้านอาหารจานเดียวในราคาบุฟเฟต์

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Hungry Hub ระบบบริการจองโต็ะร้านอาหารจานเดียวในราคาบุฟเฟต์

แหล่งที่มา : https://www.freepik.com/free-vector/hand-drawn-food-background_3805111.htm#page=1&query=food&position=0         

          สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน  ในปัจจุบันนี้ธุรกิจตลาดร้านอาหารมีมูลค่าสูงถึง 411,000 ล้านบาทด้วยอัตราการเติบโต 5 % ประกอบกับ “อาหาร” ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์ทำให้เป็นตลาดที่มีความต้องการมหาศาลส่งผลถึงการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆทั้งด้านวัตถุดิบ, เมนู, ระบบการจัดการและการบริการซึ่งในปัจจุบันนั้นได้มีธุรกิจที่ช่วยในการบริการร้านอาหารอยู่มากมายเพื่อที่จะเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหารนั้นๆมากขึ้นแต่ก็มีเพียงบางธุรกิจเท่านั้นที่สามารถประสบความสำเร็จด้วยความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครซึ่งธุรกิจนั้นก็คือ “Hungry Hub” ซึ่งเป็นระบบบริการจองโต็ะร้านอาหารในประเทศไทยโดยจะมีจุดเด่นที่บริการ All You Can Eat ซึ่งจะให้ร้านอาหารจานเดียว (A La Carte) ใช้ช่วงเวลาที่มี “ที่นั่งเหลือ” มาเปิดเป็นรูปแบบ All You Can Eat เพื่อให้สามารถใช้ที่นั่งที่เหลืออยู่นั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่งสำหรับผมแล้วเป็น Service business model ที่แปลกใหม่, สร้างสรรค์และน่าสนใจมากครับ

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน

            สำหรับเหตุผลที่พวกเราควรสนใจธุริจแนวนี้เพราะว่าไอเดียที่จะเปลี่ยนร้านอาหารจานเดียวให้กลายเป็น All You Can Eat นั้นเป็นไอเดียที่ดีมากอย่างในปัจจุบันมีหลายครั้งที่ผมไปรับประทานร้านอาหารหรูแล้วรู้สึกอยากรับประทานอีกจานแต่ด้วยราคาต่อจานที่แพงและงบประมาณที่จำกัดทำให้ผมกินอาหารชนิดนั้นเพียงจานเดียวแต่ถ้าไปทานบุฟเฟต์ที่กินอาหารได้ไม่จำกัดวัตถุดิบของอาหารก็จะเป็นเกรดที่ลดลงเมื่อเทียบกับร้านอาหารหรูซึ่งเป็นปัญหาที่เมื่อก่อนผมพบเจออยู่บ่อยครั้งแต่หลังจากได้เห็น Application “Hungry Hub” จากโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียทำให้ผมเข้าไปลองใช้แล้วรู้สึกประทับใจมากแม้ว่า All You Can Eat จะมีร้านให้เลือกน้อยประกอบกับมีเมนูให้เลือกเพียงเมนูยอดนิยมหรือมีเพียงเมนูในบางส่วนแต่สำหรับผมแล้วก็เป็นบริการที่ดีมากๆครับสามารถแก้ปัญหาเวลาที่ผมไปกินร้านอาหารหรูแต่มีงบประมาณจำกัด          นอกจากนี้ความน่าสนใจของ Hungry Hub คือการที่พยายามหาแพ็คเกจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นอย่างในปัจจุบันได้มีการเพิ่มแพ็คเกจ Party Pack ที่เป็นชุดอาหารจากเมนูยอดนิยมของร้านนั้นๆในราคาประหยัดซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มากับเพื่อนหรือครอบครัวประมาณ 2 - 4 คนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจและมีจำนวนมหาศาลเนื่องจากส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมของคนไทยมักจะไปรับประทานอาหารกันเป็นกลุ่ม โดย Hungry Hub นั้นได้เข้าไปดีลในร้านอาหารชื่อดังกว่า 160 ร้านเช่น Yuutaro, Villa De Bear, Niku Don, Jamie Oliver Kitchen, Hongmin เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน         

            สำหรับเหตุผลที่ Hungry Hub ประสบความสำเร็จคือ “ระบบบริการจองโต็ะร้านอาหารจานเดียวในราคาบุฟเฟต์” ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งหลักอย่าง Eatigo, Offpeak และ Chope Restaurant Reservations ที่มี Points of Difference (POD) ในการมุ่งเน้นลดราคาให้ถูกที่สุดประกอบกับการขยายคู่ค้าที่เป็นร้านอาหารให้ได้เยอะที่สุดเพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในขณะที่ Hungry Hub จะมี POD หลักในการมุ่งเน้นการทำให้ร้านอาหารจานเดียวเพิ่มแพ็คเกจแบบบุฟเฟต์ในช่วงเวลาที่ยังมีที่นั่งเหลืออยู่และขยายคู่ค้าให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อผูกขาดการแข่งขันในตลาดและป้องกันคู่แข่งที่ลอกเลียนแบบระบบบริการก็ไม่สามารถแย่งคู่ค้าที่เราร่วมมือไว้ได้ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นจุดขายหลักที่ทำให้ Hungry Hub ประสบความสำเร็จ         นอกจากนี้ถ้าวิเคราะห์ลึกลงไปอีกนั้น Hungry Hub เป็นธุรกิจบริการประเภท Information Processing ที่เน้นการให้ข้อมูลร้านอาหารต่างๆที่มีโปรโมชั่น All You Can Eat เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปใช้บริการโดย Hungry Hub มีการใช้ Core Service คือ “ระบบบริการจองโต็ะร้านอาหารจานเดียวในราคาบุฟเฟต์” ผ่าน Facilitating Services ในเรื่อง 1.Information โดยมีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลร้านอาหาร, ข้อมูลบริการและเงื่อนไขในการให้บริการ 2.Order-taking ที่สามารถให้ลูกค้าและร้านอาหารสามารถเลือกวันเวลาที่ต้องการนอกจากนี้ยังมีการใช้ Supporting Services ในเรื่อง 1.Consultation ที่มีระบบคุย (Chatting) เพื่อให้พนักงานคอยให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆที่ลูกค้าพบเจอ 2.Exceptions โดยมีระบบที่ให้ลูกค้าสามารถยกเลิกการจองได้ถ้าเกิดติดธุระด่วนและไม่สามารถเข้ามารับประทานอาหารในเวลาที่จองไว้ได้และมีระบบที่ลูกค้าสามารถคอยให้คำแนะนำในปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น       เราจะเห็นได้ว่า Hungry Hub นั้นได้ออกแบบธุรกิจบริการที่เหมาะสมสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าได้โดยผมมองว่าปัจจุบัน Hungry Hub จับกลุ่มเป้าหมาย “พนักงานออฟฟิศ” ผ่านแพ็คเกจ All You Can Eat ที่เหมาะสำหรับหัวหน้าพาลูกน้องที่ทำงานมาเลี้ยงข้าวในงบประมาณที่จำกัดนอกจากนี้ยังมีการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นอย่าง “ครอบครัว” ผ่านแพ็คเกจ Party Pack ที่เป็นการนำเมนูยอดนิยมมารวมเป็นชุดเดียวกันในราคาประหยัดเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่เข้ามารับประทานอาหารประมาณ 2 - 4 คนซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีจำนวนมหาศาลโดยแผนการในอนาคต Hungry Hub นั้นจะสร้างแพ็คเกจใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันประกอบกับการเพิ่มคู่ค้าที่เป็นร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น

             จากแนวคิดที่ได้กล่าวไปข้างต้นทำให้ Hungry Hub สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจบริการ, สร้างความโดดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้และผมมองว่า Hungry Hub นั้นสามารถเติบโตไปได้อีกเยอะเนื่องจากปัจจุบันมีการจับเพียงร้านอาหารคาวยังไม่ได้เข้าไปจับร้านอาหารประเภทอื่นเช่นร้านขนมหวานอย่างร้านเค้ก, ร้านโดนัท, ร้านบิงซูที่เป็นตลาดที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆและยังมีช่องว่างในส่วนนี้อยู่ภาพโดยผู้เขียน

ภาพประกอบโดยผู้เขียน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Nukk321
Nukk321
อ่านบทความอื่นจาก Nukk321

ผู้ที่สนใจความรู้ทางด้านธุรกิจและการตลาด

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์