อื่นๆ

ชีวิตของมนุษย์ประเภท "แกะดำ" ผิดไหมที่เกิดมาแตกต่าง

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ชีวิตของมนุษย์ประเภท "แกะดำ" ผิดไหมที่เกิดมาแตกต่าง

คำว่า แกะดำ ถูกนำมาใช้เรียกบุคคลที่มีความคิดหรือพฤติกรรมที่แปลกแยก แตกต่างจากคนอื่น ไม่เข้าพวก ใช่ค่ะ มันเป็นคำที่ค่อนข้างสื่อไปในทางลบ ซึ่งเราก็แอบสงสัยมาตลอดว่าทำไมการเป็นคนที่แตกต่างจากคนอื่นถึงดูเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีล่ะ ทั้งที่มนุษย์เราก็ไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกันร้อยเปอร์เซนต์อยู่แล้ว แต่ถ้าให้ตอบในมุมของเรา (ซึ่งเป็นแกะดำเหมือนกัน) ก็คงประมาณว่า โดยธรรมชาติมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจึงจะอยู่รอด แน่นอนว่าทุกสังคมจะต้องมีคนที่เป็นจ่าฝูง หรือผู้นำที่คอยชี้นำสังคมให้เป็นไปในทิศทางที่คนในสังคมเห็นว่าดี แต่เนื่องจากมนุษย์เรามีความคิดเป็นของตัวเอง จ่าฝูงจึงมักจะหากลกุบายต่างๆในการควบคุมคนในกลุ่มเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง เช่นหาจุดร่วมที่คนส่วนใหญ่เห็นตรงกัน หยิบยื่นผลประโยชน์ให้เพื่อแลกกลับการยอมทำตามคำสั่ง หรือไม่ก็ผลักไสคนเห็นต่างออกไป ซึ่งวิธีสุดท้ายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด เนื่องจากมนุษย์มักจะระแวงหรือต่อต้านสิ่งที่แตกต่างจากตนเองเป็นทุนเดิม เพราะมันเป็นเรื่องที่เราไม่เข้าใจ เลยรู้สึกไม่ไว้วางใจ ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมักจะเลือกทำตามๆกันเพราะมองว่ามันเป็นสิ่งที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และได้รับการยอมรับจากคนหมู่มาก หรือต่อให้สิ่งที่คนหมู่มากเลือกนั้นเป็นสิ่งที่ผิดพลาด แต่คนที่ได้รับผลกระทบก็ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว และยังสามารถโยนความผิดไปให้จ่าฝูงได้อีกด้วย ในทางกลับกันถ้าแกะดำประสบความล้มเหลว หรือความผิดพลาด ก็มักจะถูกคนหมู่มากซ้ำเติมเสมอ

Advertisement

Advertisement

ภาพหมากรุกแต่มันก็มีบ้างแหละที่คนประเภทแกะดำประสบความสำเร็จ ซึ่งจ่าฝูงกลัวสิ่งนี้มากเพราะผู้คนจะหันไปเชื่อถือแกะดำแทน และมันก็จะทำให้อำนาจของตนสั่นคลอน ด้วยเหตุนี้จ่าฝูงจึงมักจะปฏิบัติต่อคนประเภทแกะดำราวกับว่าพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่ในสังคม ไม่ก็หาทางโจมตีเช่น ดูถูก ใส่ร้ายป้ายสี ทำร้ายร่างกาย เพื่อให้แกะดำไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม อีกทั้งยังช่วยให้คนอื่นๆหลีกเลี่ยงที่จะเห็นต่างหรือทำอะไรที่ผิดแปลกจากคนในสังคมอีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

ภาพแกะดำโดนแกะขาวล้อมด้วยเหตุนี้แกะดำจึงเหมือนถูกสาปให้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งมันก็เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเหล่าแกะดำที่ต้องเลือกว่าจะไปในทิศทางไหนระหว่าง ละทิ้งตัวตนของตัวเองและหวนคืนสู่สังคม หรือจะออกเดินทางตามหาเส้นทางของตนเอง ถ้าคุณเลือกแบบแรกคือพยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคม คุณอาจรู้สึกสูญเสียตัวตนของตัวเองไป และบางครั้งก็อาจรู้สึกโดดเดี่ยวแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ข้อดีคือคุณไม่ต้องลองผิดลองถูกกับชีวิตตัวเองแล้ว เพราะสังคมได้ปูทางให้แล้วว่าคุณต้องทำอะไร ซึ่งเราเรียกสิ่งนั้นว่า ค่านิยม ถ้าคุณทำตามค่านิยมของสังคมนั้นได้ คุณก็จะได้รับการยอมรับจากผู้คนในสังคม และถ้าโชคดีคุณก็จะได้รับมิตรภาพที่ดี และต่อให้คุณถูกรังแก ก็มีคนที่ยื่นมือมาช่วยเหลือคุณอย่างแน่นอน

Advertisement

Advertisement

ภาพผู้หญิงยืนอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมายแต่ถ้าคุณเลือกแบบที่สอง คือการค้นหาเส้นทางของตัวเอง คุณอาจต้องทนรับแรงกดดัน คำดูถูกเหยียดหยามสารพัดจากคนรอบข้าง และจะไม่มีใครอยู่เคียงข้างคุณ ที่แย่ไปกว่านั้นคือสิ่งที่คุณพยายามจะสร้างอาจพังแล้วพังอีกนับไม่ถ้วนจนคุณเกิดท้อใจ และอยากล้มเลิกมัน แต่ถ้าคุณสามารถก้าวข้ามคำสบประมาทเหล่านั้นได้ คุณจะพบเจอเส้นทางของตัวคุณอย่างแน่นอน และเมื่อถึงวันนั้นคุณจะไม่ต้องเจ็บปวดหรือทนทุกข์กับการเป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป

รีวิวการเป็นแกะดำของผู้เขียน

เรื่องนี้ต้องขอย้อนไปตั้งแต่ตอนที่เรายังเป็นเด็ก คุณครูมักจะถามนักเรียนทุกคนว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ในขณะที่เด็กหลายๆคน มีความฝันที่อยากเป็นหมอ คุณครู วิศวะ หรืออะไรก็ตาม เรากลับไม่สามารถตอบตัวเองได้เลยว่าอยากเป็นอะไร แต่ด้วยความแกะดำของเราที่มักจะคิดอะไรแตกต่างจากคนอื่นเลยตอบไปว่า อยากเป็นปังคุงค่ะ (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ปังคุงเป็นลิงชิมแปนซีจากรายการขำกลิ้งลิงกับหมา ซึ่งเขาจะให้ปังคุงทำภารกิจต่างๆร่วมกับเจมส์ หมาบูลด็อก) พอจบประโยคเท่านั้นแหละขำกันยกห้องไม่เว้นแม่แต่ครู คือเราก็รู้แหละว่ามันฟังดูแปลก แต่ที่ตอบไปแบบนั้นเพราะมองว่า ปังคุงฉลาด มีไหวพริบ ก็เลยอยากโตไปเป็นคนแบบนั้น

Advertisement

Advertisement

พอโตขึ้นมาหน่อยเราเริ่มรู้สึกว่าการเป็นแกะดำมันส่งผลไม่ดีต่อตัวเรา อย่างแรกเลยคือเรามักมีปัญหากับคุณครูบ่อยครั้ง ด้วยความเป็นเด็กที่มีชอบโฟกัสเรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยให้ความสนใจบวกกับมีจินตนาการสูงเลยมักถามคำถามแปลกๆ อย่างวิชาคณิตศาสตร์ที่มักตั้งโจทย์เลขด้วยจำนวนเยอะๆ เช่น สมพงศ์ซื้อส้มมา 5,000 ลูก ชมพู่ 3,000 ลูก เราก็ถามอาอาจารย์ว่า แล้วสมพงศ์เดินกลับบ้านยังไง และคุณครูมักมีท่าทีที่หงุดหงิด ไม่พอใจ ประมาณว่าถามอะไรไร้สาระ ซึ่งคุณครูก็คงคิดว่าเรากวนประสาทเขา ทั้งที่จริงๆเราแค่เป็นคนที่ซื่อๆและมองอะไรไม่เหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง

และอย่างที่สองคือเราไม่มีเพื่อนคบ เวลาทำงานก็มักจะทำงานเดี่ยวไม่ก็โดนจับไปอยู่กับเพื่อนที่ไม่เป็นที่ต้องการของเพื่อนๆเช่นกัน และบางทีเราก็มักจะถูกรังแกจากพวกเด็กแสบ แม้มันอาจไม่ใช่การแกล้งที่รุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกไม่อยากไปโรงเรียน เราเลยพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับเพื่อนในกลุ่มใหญ่ๆเพื่อจะได้รับการยอมรับเช่น พูดคำหยาบ ตามใจเพื่อน ให้เราทำอะไรก็ทำตาม นั่นทำให้ชีวิตช่วงประถมของเราดูง่ายขึ้นมาทันตาเห็น แม้ลึกๆเราจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเบ๊มากกว่าที่จะเป็นเพื่อนของพวกเขาแต่ตอนนั้นก็คิดแค่ว่าอย่างน้อยเราก็ไม่โดนแกล้ง

โชคดีที่ชีวิตในวัยมัธยมเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะเราได้เรียนรู้ความผิดพลาดจากตอนเด็กและเริ่มรู้ว่าต้องทำยังไงเพื่อให้เข้ากับผู้อื่นได้ ซึ่งวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่เป็นแกะดำก็ง่ายมาก อย่างแรกเราต้องเข้าใจวัฒนธรรมของคนในกลุ่ม อย่างเช่น คนกลุ่มนี้ชอบพูดตรงๆ หรือพูดแบบถนอมน้ำใจกัน แล้วถ้าอยากสนิทมากขึ้นก็พยายามติดตามเรื่องที่พวกเขาสนใจ เช่น บางกลุ่มชอบไอดอลเกาหลี บางกลุ่มชอบเล่นเกม แน่นอนว่าเราควรจะเป็นแบบนั้นด้วย หรือถ้าไม่ชอบก็พยายามเปิดใจรับมัน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการพูดประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น ศาสนา เพราะมันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ ซึ่งตอนนั้นเราทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกได้ว่าตัวเราในตอนนั้นกลืมกลืนกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี แต่มันก็กลายเป็นว่า เรายึดติดกับคนอื่นมากไป พอถึงวันที่เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองแบบเต็มตัว และต้องแยกย้ายกับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว ก็เลยรู้สึกโดดเดี่ยว เคว้งคว้าง ไม่มีเป้าหมาย เพราะสิ่งที่เราชอบหรือสนใจล้วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาหมดเลย

จนท้ายที่สุดเราก็ได้กลับมาสำรวจตัวเองว่าต้องการอะไร และฟังเสียงหัวใจของตัวเองมากขึ้น เราแต่งตัวในแบบที่เราชอบ เราดูหนังที่เราอยากดู และเราปฏิเสธที่จะเรียนครู ตามความต้องการของแม่ และเลือกเรียนปรัชญาเพราะอยากเปิดมุมมองทางความคิดของตัวเองให้กว้างมากขึ้น และอยากค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ แน่นอนว่าที่บ้านไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะสาขานี้หางานค่อนข้างยาก ซึ่งเราก็เข้าใจในความหวังดีนั้น แต่ไม่ว่าผลมันจะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมที่จะยอมรับมัน ทุกวันนี้เรากลับมาเป็นแกะดำเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือเราไม่ใช่แกะดำที่หวาดกลัวผู้อื่นอีกต่อไป และหวังว่าแกะดำทุกท่านจะได้ค้นพบเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเองกันนะคะ :)

ภาพชายผู้หนึ่งเดินสวนทางกลับกลุ่มฝูงชน


เรียบเรียงโดย kkly

ภาพหน้าปก โดย kkly (ผู้เขียน) จาก Canva

ภาพประกอบที่ 1 โดย Melk Hagelslag จาก Pixabay

ภาพประกอบที่ 2 โดย Alexas_Fotos จาก Pixabay

ภาพประกอบที่ 3 โดย Grae Dickason จาก Pixabay

ภาพประกอบที่ 4 โดย mohamed Hassan จาก Pixabay

*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

cover anime

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 3 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์