อื่นๆ

บ๊ายบาย... ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
บ๊ายบาย... ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

ขณะที่ใครหลายคนกำลังเร่งรีบออกจากบ้านไปทำงาน ฉันเพิ่งขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอน กาแฟหอมกรุ่นสักถ้วยคงจะดี การได้อ้อยอิ่งจิบกาแฟยามเช้าก่อนจะเริ่มภาระกิจต่าง ๆ ของวัน เป็นสิ่งที่อดีตมนุษย์เงินเดือนอย่างฉันโหยหามาตลอดก่อนหน้านี้ 

กว่า 25 ปี  ที่นาฬิกาชีวิตของฉันต้องเริ่มต้นตอนตีห้า หกโมงล้อต้องหมุน บางวันใช้บริการรถไฟฟ้าเพื่อรีบไปที่ทำงานให้ทัน เวลากลับบ้านไม่เคยเป็นเวลา เสาร์ อาทิตย์ บางครั้งต้องทำงาน มีสัมมนา มีประชุมเครียด แต่ละวันต้องแก้ปัญหาโน่นนั่นนี่ วุ่นวายหลายเรื่อง การได้ทำงาน  ได้ตัดสินใจ เป็นผู้นำระดับผู้จัดการฝ่ายของบริษัทโฆษณาข้ามชาติถึงแม้จะยาก แต่ยอมรับเลยว่าสนุก ยิ่งถ้าหมายรวมไปถึงค่าตอบแทนที่เป็นกอบเป็นกำด้วยแล้วละก็ เรื่องการลาออกไม่เคยมีอยู่ในสมองของฉันเลย 

P 1 Working Wonenแต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ  มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทแม่ จำเป็นต้องปิดสาขาในประเทศไทย  และให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด ในฐานะผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เมื่อบริษัทมีนโยบายเลิกจ้างพนักงานหน้าที่การเจรจาทำความเข้าใจ การดำเนินการด้านกฏหมาย เงินชดเชย การออกเอกสารรับรองต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างรอบคอบ  เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย  แน่นอนรวมถึงตัวฉันเองด้วย  หลังจากส่งพนักงานคนสุดท้ายออกจากบริษัท เป็นอันจบภารกิจ   

Advertisement

Advertisement

P2 Group man and womenโชคดีที่ฉันมีเพื่อนเป็น MD อยู่บริษัทญี่ปุ่นทำธุรกิจจัดหางาน มาชวนไปทำงานในตำแหน่งผู้ชำนาญการพิเศษฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ งานดี เงินดี ที่ทำงานหรูหรา ตึกใหญ่โตมีทางเดินเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS ใจกลางกรุงเทพฯ ทำงานกับคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ถึงแม้ขนาดโต๊ะทำงานกว้างเพียง 90 เซ็นติเมตร นั่งร่วมแถวติดกับพนักงานคนอื่น ๆ ไม่ได้เป็นห้องทำงานส่วนตัวเหมือนบริษัทเก่าก็ตาม แต่ทุกอย่างดูแปลกใหม่สดใส ฉันตื่นเต้นกับทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ส่วนงานที่ได้รับมอบหมายนั้นได้ใช้ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่

Advertisement

Advertisement

เมื่อ Huneymoon period จบลง งานดี เงินดี ที่ต้องแลกกับความรับผิดชอบที่สูงมาก แม้ใจรู้สึกสนุกกับงานมาก และรู้สึกชอบบริษัทนี้มาก  แต่ร่างกายเริ่มปฏิเสธ ฉันมีอาการภูมิแพ้ อาการนอนไม่หลับ เป็นโรคเครียด บางวันมีอาการหนัก ปวดหัว อาเจียน นั่งทำงานไม่ได้ต้องเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาล คิดอยู่ว่าถ้าใจบอกว่าไหว แต่สภาพร่างกายบอกไม่ให้ไปต่อแบบนี้จะทำอย่างไรดี หลังจากทำงานครบ 3 ปี จึงตัดสินใจลาออก วันที่เซ็นใบลาออกยังจำได้ว่าใจหนึ่งยังอยากอยู่ต่อ แต่อีกใจหนึ่งบอกพอเถอะ เพื่อสุขภาพ และการเริ่มต้นครั้งใหม่

Advertisement

Advertisement

P3 Make thing's happenช่วงเดือนแรกของการเป็นอดีตมนุษย์เงินเดือน รู้สึกเหมือนนาฬิกาชีวิตที่เคยเดินอยู่ตลอดเวลา เช้าจรดเย็นอยู่ ๆ ก็หยุดนิ่ง ความเคว้งคว้าง สับสน ประเดประดังเข้ามา  อาการโหยหาสิ่งที่เคยมี เคยเป็น ตำแหน่งหน้าที่การงาน เงินเดือน  มากไปกว่านั้นคือยังแคร์สายตาคนอื่น ว่าเขาจะมองฉันอย่างไร กว่าจะตกผลึกความคิดได้ว่าไม่มีใครสนใจตัวฉันอย่างแท้จริงหรอก เขาอาจจะไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลยหรือเขาอาจจะแค่อยากรู้ รู้แล้วก็แทบจะไม่ได้จำเลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน เพราะฉะนั้นจะแคร์ไปทำไม นี่ขนาดเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมความพร้อมมาเป็นปีแล้วยังยากที่จะถอดหัวโหน ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อปลอบตัวเอง วันเวลาย้อนกลับไม่ได้แล้ว เมื่อตัดสินใจเดินออกมาแล้ว ก็อย่าไปเสียดาย อย่างไรก็ต้องเดินหน้าต่อ

ในมุมของฉัน เมื่อเดินออกมาจากการเป็นพนักงานกินเงินเดือน ให้อะไรกับตัวเองหลายอย่าง ฉันได้กล้าเดินออกมาจาก comfort zone ออกจากหน้าที่การงานที่คิดมาโดยตลอดว่ารักมาก ได้เริ่มต้นวิถีการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ฉันให้คำจำกัดความว่า อิสระ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับกฏเกณฑ์ที่คนอื่นเป็นผู้กำหนด แต่ได้มาอยู่ในกฏเกณฑ์ของตัวเอง เลือกสิ่งที่อยากทำ ใช้เวลาให้มากพอกับสิ่งที่สนใจ 

และแล้วฉันก็ได้เริ่มเรียนรู้ การทำงาน Work from home อย่างเต็มรูปแบบ โชคดีอีกแล้วที่ได้ทำงาน Online กับบริษัทในประเทศออสเตรเลีย ได้รับค่าจ้างเป็น Project  มีงานดูแล​พอร์ตการลงทุนของตัวเองในกองทุนต่างๆ  พร้อมกันไปด้วย เพื่อให้มีทั้ง Active Income และ Passive Income มากพอที่จะไม่ต้องนำเงินเก็บออกมาใช้มากนัก งานทั้งหมดของฉันเลือกเวลาทำงานได้ ทำงานได้ทุกที่ที่มี Internet และแน่นอนมันทำให้สุขภาพของฉันดีขึ้น 

P4 Pink

รู้แล้วว่าดีแค่ไหนที่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ในวัยที่ไม่มากนัก และมีแรงมากพอจะเริ่มต้น ได้ทำงานที่ตัวเองเลือก ก่อนหน้านี้ไม่มีโรคระบาด Covid-19 จะมีเวลาได้ออกท่องเที่ยวบ้าง สังสรรค์กับเพื่อนบ้าง ชีวิตในวันนี้ได้บริหารเวลา บริหารการเงิน  ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตัวเอง ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่มีประชุมเครียด  ไม่ต้องทำงานเพื่อแลก KPI ไม่ต้องทนรองรับอารมณ์ใคร หรือต้องอยู่บนความไม่แน่นอนใด ๆ ขององค์กร มาถึงตอนนี้บอกกับตัวเองได้อย่างเต็มปากว่าฉันได้โบกมือ "บ๊ายบาย" ชีวิตมนุษย์เงินเดือนได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

 

เรื่อง Butr Club

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Canva (ภาพถูกแก้ไขโดยนักเขียน)

(เครดิตภาพ ภาพปก /ภาพที่ 1ภาพที่ 2ภาพที่ 3ภาพที่ 4)

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์