ไลฟ์แฮ็ก

10 วิธีทำงานอย่างชาญฉลาด บอกลาการทำงานหนัก

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
10 วิธีทำงานอย่างชาญฉลาด บอกลาการทำงานหนัก

สังคมการทำงานในยุคนี้ แม้จะมี AI หรือเทคโนโลยีดีมากแค่ไหน แต่ดูเหมือนมนุษย์ก็ยังคงต้องทำงานหนักมากและยากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อวิ่งไล่ตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกวินาที กว่าจะจบในแต่ละวันก็เล่นเอาเราเหนื่อยทั้งกายและใจ พักยังไม่ทันไรก็ต้องตื่นขึ้นมาวนลูบกลับมาในวงจรชีวิตเดิมๆ ในวันรุ่งขึ้น

ลองหาเวลานั่งลงนิ่งๆ สักพัก แล้วใคร่ครวญหาวิธีทำงานอย่างชาญฉลาดๆ บอกลาการทำงานหนักก่อนชีวิตจะ burn out ด้วยเทคนิค 10 วิธีนี้
Multitasking

1. บอกลางาน Multitasking ค่านิยมในปัจจุบันคือการทำงานแบบ multitasking ยิ่งคุณทำได้มากเท่าไหร่ องค์กรก็ชื่นชอบคุณมากเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า การทำงานหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กันแบบนี้ แม้ดูเหมือนจะได้งานที่เยอะ แต่งานกลับไม่ได้คุณภาพมากเท่าที่ควร เพราะเมื่อมีงานมาก และยิ่งเร่งรีบตามไปอีก ก็ยิ่งทำให้คุณมีสมาธิในการจดจ่อต่องานลดน้อยลง ลองหายใจเข้าออกช้าๆ และมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำงานแล้วค่อยๆ ทำงานทีละอย่างให้สำเร็จจะดีกว่า

Advertisement

Advertisement

2. แบ่งเวลาในการทำงานออกเป็นช่วงๆ ตัวช่วยที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างราบรื่นและไม่เหนื่อยก็คือ การจัดปฏิทินการทำงานและแบ่งงานในแต่ละวันออกเป็นช่วงๆ เช่น ช่วงเช้าสะสางงานที่ต้องส่งมอบให้คนอื่นทำต่อ หรือตอบอีเมลให้จบ หรือประชุม เพื่อวางแผนไม่ให้มีอะไรมาขัดจังหวะการทำงานในระหว่างวันของเรา นอกจากนี้การปิดการแจ้งเตือนของ app ทางโซเชียลต่างๆ ชั่วคราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานในระหว่างการทำงาน ก็จะช่วยให้เรามีสมาธิกับการทำงานตรงหน้าได้มากขึ้นและไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ
time management

3. จัดลำดับความสำคัญของงาน การจัดทำลิสต์การทำงานในแต่ละวันที่ยาวยืดมีหลายข้อเกินไปย่อมไม่ใช่ผลดี เพราะถ้าเราทำได้ไม่หมด ก็อาจทำให้รู้สึกท้อได้ว่าทำไม่สำเร็จ ลองลิสต์จัดลำดับเฉพาะงานที่สำคัญในแต่ละวันเพียงวันละ 5 อย่าง และทำมันให้สำเร็จ ถ้าเราทำได้มากกว่านั้นก็ถือว่าเป็นโบนัสไป เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ทำงานสำคัญๆ ไปเสร็จเรียบร้อย 5 อย่างแล้ว

Advertisement

Advertisement

4. พักเบรกบ้าง ไม่ว่างานจะเยอะมากแค่ไหน เราก็ต้องแบ่งเวลาพักเบรกบ้าง เช่น ทำงาน 30 นาที พัก 5 นาที เพื่อแวะเติมพลังด้วยการชงชา กาแฟ ดื่มน้ำ กินของว่าง หรือเดินเล่นยืดเส้นยืดสาย เป็นการผ่อนคลายความจดจ่อและตึงเครียดในการทำงานของเราลง เพื่อให้งานออกมาได้ดีที่สุด

Take a break

5. มองหาช่วงเวลาที่เราทำงานได้ดีที่สุด แต่ละคนย่อมมีช่วงเวลาที่จะทำงานได้มีประสิทธิภาพต่างกัน บางคนอาจมีพลังล้นเหลือที่จะทำงานในช่วงเช้า บางคนอาจเริ่มกระตือรือร้นในช่วงสาย ในขณะที่บางคนอาจเริ่มตื่นตัวในช่วงบ่าย ดังนั้นลองสังเกตว่าช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทำงานของเราคือช่วงใด และใช้เวลาในช่วงนั้นกับการทำงานยากๆ หรืองานสำคัญที่ต้องใช้พลังงานมากๆ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเคร่งเครียด เหนื่อยล้า หรือกังวลกับงานที่ทั้งหนักและยากเกินไปทั้งวัน

Advertisement

Advertisement

6. ออกไปสูดอากาศภายนอก อย่ามัวแต่อุดอู้ทำงานในออฟฟิศทั้งวัน ลองหาเวลาช่วงพักกลางวันไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอก พูดคุย กินข้าวกับเพื่อน หรือปล่อยกายปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับต้นไม้ดอกไม้ข้างทาง และอยู่ห่างโลกโซเชียลสักพัก เพื่อช่วยลดความเครียดและทำให้คุณมีสมาธิที่ดีมากขึ้น อย่าลืมว่าชีวิตของเราไม่ได้มีแต่งาน ยามพักก็ต้องพัก

optimism

7. ปรับทัศนคติ ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติของเราให้เป็นคนมองโลกแง่บวกบ้าง เพราะการมองโลกในแง่ลบมีแต่จะคอยบั่นทอนจิตใจและสุขภาพของเรามากขึ้น ลองเปลี่ยนมุมมองว่าเรามาทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จ หรือลองขอบคุณเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง ไม่เว้นกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือแม่บ้าน ที่มีส่วนช่วยให้เราทำงานได้อย่างราบรื่น แม้กระทั่งเรื่องดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน ก็จะช่วยทำให้เรามองโลกได้สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

8. สร้างกิจวัตรประจำวันให้เป็นนิสัย การตื่นสายและเร่งรีบไปทำงานให้ทันนับเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง จะดีกว่าไหมหากเรามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพร้อมปรับตารางกิจวัตรประจำวันและทำให้มันเป็นนิสัย เช่น วางแผนและจัดตารางเวลาก่อนนอนว่าพรุ่งนี้มีอะไรต้องทำบ้าง เพื่อให้ชีวิตตลอดวันของเราเริ่มต้นไปด้วยดีตั้งแต่เช้า ไม่ต้องผจญกับการเร่งรีบจนเคร่งเครียดไปทั้งวัน

commu

9. สื่อสารให้เป็น การสื่อสารกับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือการตอบโต้อีเมลให้เป็น จะเป็นตัวช่วยที่ย่นระเวลาในการทำงานได้ดี ลองเปิดใจค่อยๆ รับฟัง อ่าน หรือสอบถามในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ แล้วจับใจความเพื่อสื่อสารและตอบสนองให้สั้นกระชับ ตรงประเด็น ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องทำงานซ้ำกลับไปกลับมา และช่วยประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น

10. รักในงานที่ทำ แน่นอนว่าการได้ทำงานที่เรารักนับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่แม้งานที่กำลังทำอยู่ตอนนี้อาจไม่ใช่งานที่เรารักทั้งหมด แต่จงมองหางานสักอย่างที่เราพึงพอใจและรื่นรมย์ที่จะทำมัน ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่คอยขับเคลื่อนพลังในชีวิตการทำงานของเราให้มีความสุขมากขึ้นในแต่ละวัน

แต่ละคนอาจมีทริคหรือวิธีในการทำงานให้ชาญฉลาดแตกต่างกัน ซึ่งอาจมีนับร้อยวิธี แต่ทุกวิธีจะไม่สามารถสำเร็จได้ หากเราไม่ลงมือทำสักวิธี ซึ่งแต่ละวิธีล้วนต้องอาศัยเวลาและทำให้เคยชินจนเป็นนิสัย ลองเลือกหาวิธีที่เหมาะกับเรา หรือค้นหาวิธีใหม่ๆ ในแบบของตัวเองดู แล้วลองทำไปเรื่อยๆ เราก็จะเอาชนะและสามารถทำงานอย่างชาญฉลาดได้สำเร็จ ไม่ต้องทนทุกข์กับการทำงานหนักอีกต่อไป

Photo Credit:

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์