อื่นๆ

UTCC1: 5 วิธีสร้างคอนเทนต์พิชิตเงินล้าน

521
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
UTCC1: 5 วิธีสร้างคอนเทนต์พิชิตเงินล้าน

ในยุคที่คนส่วนใหญ่หันมาใช้อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคกันมากขึ้น สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ สื่อออนไลน์ต่างๆมีผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็น การหาข้อมูล การติดตามข่าวสาร ดูทีวี ฟังเพลง ดูหนัง ค้นหาข้อมูลต่างๆรวมไปถึงการ “Shopping” ใช่ครับฟังไม่ผิดหรอกครับ อยากให้ทุกคนลองย้อนกลับมาดูคำว่า “Shopping” กันนิดนึงครับว่าสื่อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคด้วย เมื่อก่อนเราตอนที่เราได้ยินคำว่า ”ช้อปปิ้ง” เราคงจะนึกถึงการไปเดินในห้างหรูๆแอร์เย็นๆแต่ยุคนี้นิยามเหล่านั้นก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไอทีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นและรักความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคมีเวลาในการคิดและตัดสินใจเพื่อเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้นโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในด้านราคา โปรโมชั่นต่างๆ ชื่อเสียงของแบรนด์และอื่นๆเป็นต้น ในเมื่อเราไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงแต่จะทำอย่างไรให้สามารถรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่แสนจะใจร้อน ไม่ชอบอ่านหนังสือเยอะ ให้สามารถหยุดและสนใจการนำเสนอหรือที่นักการตลาดเรียกกันว่า “คอนเทนต์(Content)” ของเราได้

Advertisement

Advertisement

วันนี้พี่หมีจะมาบอกเคล็ด(ไม่)ลับ How to สร้างคอนเทนต์เพื่อให้ประสบความสำเร็จ มีคนสนใจและเข้าถึงมากกว่าเก่า เป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถสร้างคอนเทนต์ตามอย่างมืออาชีพได้ไม่ยาก ถ้าพร้อมแล้ว…ไปลุยกันเลย!!

/Users/NatS/Downloads/business-people-rushing-towards-success/65643.jpg1.กระแสและเทรนในปัจจุบันคืออะไร??

ปัจจุบันนี้หากเราติดตามข่าวสารและอัพเดทตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอสามารถจับจุดได้ว่าควรนำเอาอะไรมาประยุกต์หรือเอามาสร้างกระแสหรือที่เราเรียกกันว่า “เกาะกระแสได้บ้าง” เช่น “ร่วมกิจกรรมง่ายๆโดยการแชร์โพส(ตั้งเป็นสาธารณะ)พร้อมแคปชั่นโดนๆลุ้นรับ Iphone XII” หรือ เราอาจจะเอาประโยคเด็ด ณ ตอนนั้นมาเล่นในคอนเทนต์ของเราก็ได้ เช่น “Saveนู้น Saveนี่ Saveนั้น แต่อย่าลืม Save โอกาสของตัวเองเอาไว้นะค้าบ นาทีทองแบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว หมดแล้วหมดเลยนะค้าบ” เป็นต้น ซึ่งหากคอนเทนต์ของเราติดเทรนหรือเกาะกระแสไปได้เราก็อาจจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคได้ไม่ยากแถมไม่ต้องเสี่ยงใช้ประโยคกระแสที่อาจจะได้รับผลตอบรับที่ยากกว่า วิธีนี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่นักการตลาดเป็นอย่างสูง

Advertisement

Advertisement

Infographic2.รู้จักอินโฟกราฟฟิก (Infographics) หรือยัง?

ยุคนี้คนอ่านหนังสือกันน้อยลงจึงทำให้การสื่อสารหรือข้อมูลเข้าถึงผู้บริโภคได้ยากขึ้นหากไม่สนใจในข้อมูลนั้นจริงๆแต่ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ยังคงฉลาดและเก่งกว่าผู้บริโภคสมัยก่อน เหตุผลก็เนื่องมาจากได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและหลากหลายมากกว่าซึ่งฟังดูอาจจะขัดๆกับตอนแรกที่บอกว่าอ่านหนังสือน้อยลง ใช่ครับมันคือเรื่องจริงที่คนอ่านหนังสือกันน้อยลงแต่ทำไมคนถึงฉลาดและรู้มากกว่าคนสมัยก่อนทั้งๆที่ไม่ชอบอ่าน…คำตอบคือ “เขาเลือกอ่านหรือเสพเฉพาะสิ่งที่เขาสนใจไงครับ” อ้าวแล้วทำยังไงสื่อหรือคอนเทนต์เราถึงจะเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ละครับ??ยุคนี้เราสามารถสร้างสิ่งที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้หลากหลายช่องทางมาก เช่น Viral Video, Content, Infographic เป็นต้น

สิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกที่จะใส่ใจจริงๆ คือ สิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็วและไม่ซับซ้อน ซึ่งสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมและสามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างง่ายดายนั่นก็คือ “Infographic” ซึ่งอินโฟกราฟฟิก คือ ข้อมูลที่ถูกนำมาเฉพาะส่วนที่เป็นไฮไลค์สำคัญจริงๆและนำมาย่อให้เหลือข้อมูลเพียงเล็กน้อยเพื่อง่ายต่อการอ่านทำความเข้าใจ ด้วยความที่สามารถเข้าใจได้ง่ายและได้ข้อมูลครบถ้วนนี่เองจึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ตอบสนองต่ออินโฟกราฟฟิกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

Marketing content3.ต้องรู้จักองค์ประกอบของคอนเทนต์ที่ดี

คอนเทนต์ที่ดีควรมีองค์ประกอบทั้ง 7 ดังต่อไปนี้

3.1) Headline

เป็นจุดที่สำคัญจุดหนึ่งแต่ผู้เขียนคอนเทนต์ส่วนใหญ่จะโฟกัสแต่คอนเทนต์จนลืมใส่ใจในส่วนของ Headline ว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆอีกเช่นกัน จุดนี้ถ้าเราใช้คำที่ดีๆโดนๆก็จะช่วยให้การเปิดตัวของเรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เช่น “มูริ มูริ ไข่สารพัดประโยชน์ที่คุณนึกไม่ถึง” เป็นต้น พอจะเห็นภาพอยู่นะครับฮ่าๆ

3.2) First Sentence

เป็นการเริ่มต้นเกริ่นประโยคคร่าวๆว่าคอนเทนต์ของเราต้องการที่จะสื่อถึงอะไรโดยเป็นการนำจุดที่เป็น Highlight มาพูด เช่น “วันนี้พี่หมีมีสินค้าดีๆจะมาแนะนำนั้นก็คือ ไข่ไก่แบรนด์มูริซึ่งดีต่อสุขภาพมากๆ..” บลาๆๆอะไรก็ว่าไปเลยครับ

3.3) Intro Section

เป็นจุดที่นำผู้อ่านเข้าสู่เนื้อหาของคอนเทนต์ที่สื่อผ่านตัวหนังสือโดยสไตล์ของนักเขียนคอนเทนต์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน พี่หมีจะขอยกตัวอย่างดังนี้ เช่น “ไข่ไก่แบรนด์มูริเป็นไข่ไก่ที่ผ่านน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็นไข่บริสุทธิ์และมีคุณค่าทางสารอาหารมากมายเหมาะแก่สตรีมีครรภ์ที่ต้องบำรุงร่างกาย” อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับไม่ใช่เรื่องจริงฮ่าๆพอจะเห็นภาพไหมครับ

3.4) Subheads

ส่วนนี้จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลของตัวสินค้าเราว่าหรือบริการของเราว่ามีดีอย่างไรหรือเอาง่ายๆคือเขาต้องซื้อสินค้าเราเพื่ออะไร เช่น

ไข่ไก่ มูริ มูริ คืออะไร??

“ไข่ไก่ มูริ เป็นไข่ไก่ที่ไหลมาตามลำธารของแม่น้ำที่ต้นน้ำอยู่บนเทือกเขาแอลป์ซึ่งระหว่างทางที่ไข่ไก่ไหลลงมานั้นจะได้พบกับแร่ธาตุมากมายทำให้ไข่ไก่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มาจากธรรมชาติ

“มูริเป็นไข่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมีวิตามินและแร่ธาตุสูง”

“กินแล้วโปรตีนสูง เหมาะสำหรับนักเพาะกาย”

**ซึ่งจากข้อความข้างต้นเป็นตัวอย่างที่นำมาเพื่อประกอบการอธิบายเพื่อง่ายต่อการเข้าใจนะครับ ^^

3.5) Main copy

คือส่วนที่เป็นเนื้อหาหลักๆของสินค้าหรือบริการของแบรนด์เรา เช่น “ไข่ มูริ มูริ สามารถช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำจากแมลงกัดต่อย แผลน้ำร้อนลวก” เป็นต้น พอจะเห็นภาพไหมครับ เอาง่ายๆคือทำหน้าที่สร้างประสบการณ์ประทับใจกับผู้อ่าน ทั้งในแง่เนื้อหาและสไตล์การเขียนเขียนประโยคสั้น ๆ ไม่ต้อง "และ" บ่อย ๆ ย่อหน้าสั้น ๆ สามารถขึ้นย่อหน้าบ่อย ๆ ได้

3.6) Summary

เป็นประโยคหรือข้อความที่ใช้ในการสรุปคอนเทนต์ทั้งหมดที่ได้พูดมาในตอนแรกเพื่อให้ประโยคที่พิมพ์มาทั้งหมดสามารถเข้าใจง่ายและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในตอนท้ายนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามเพราะเป็นจุดที่วัดไปเลยว่าลูกค้าที่อ่านคอนเทนต์ของเราจะประทับใจหรือไม่ประทับใจก็อยู่ที่จุดนี่เลยครับ เช่น “เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าไข่ มูริ มูริ มีประโยชน์มากเพียงใด ถ้าหากเห็นว่าไข่ มูริ มูริ มีประโยชน์ อย่าลืมไปซื้อรับประทานและซื้อฝากคนที่คุณรักกันนะครับ”เป็นต้น พอจะเห็นภาพกันอยู่นะครับ

3.7) Call-To-Action(CTA)
ถ้าแปลแบบตรงตัวเลยก็คือ “พูดให้เขาทำอย่างที่ใจเราคิด” นั้นก็คือเป็นประโยคปิดการขายนั้นเองเพื่อให้ผู้ที่อ่านคอนเทนต์ของเรามีความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมที่จะทำตามในกิจกรรมหรือสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอให้ ยกตัวอย่างเช่น “ถ้าเห็นว่าไข่มูริ มูริ มีประโยชน์ อย่ารอช้า!! รีบกดแชร์โพสและตั้งแคปชั่นที่คิดว่าจะโดนใจคณะกรรมการพร้อมตั้งเป็นสาธารณะเพื่อบอกต่อให้แก่คนที่คุณรักได้รู้จักไข่ มูริ มูริ เพียงเท่านี้คุณก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ Iphone XS ทันที!!”

Video4.เสริมคอนเทนต์ให้โดดเด่นด้วยวิดีโอ(Video Marketing)

อย่างที่ผมเกริ่นไปในตอนต้นนะครับว่า “ทุกวันนี้ประชากรคนรุ่นใหม่อ่านหนังสือกันน้อยลงและไม่ชอบศึกษาหรือทำในสิ่งที่ยุ่งยาก” ดังนั้นเราจึงควรนำเสนอคอนเทนต์ด้วยสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, IG เป็นต้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังเป็น Viral ยอดฮิตอยู่ตอนนี้ก็คือการทำ Video Marketing ซึ่งเราสามารถนำเสนอคอนเทนต์ของเราผ่านทางช่องทางวิดีโอได้ นอกจากผู้บริโภคจะให้ความสนใจแล้ว การฟังยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและทำให้เกิดความรู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วอย่ามัวรอช้าให้คู่นำหน้าเราไปไกลเลยครับ..ลุย!Multi Platform

5.ช่องทางไหนบ้างที่เราจะเลือกส่งคอนเทนต์เพื่อให้เขาถึงลูกค้า

ทุกวันนี้คุณยังเป็นคนแบบนี้ไหมครับ

“ไม่เอาหรอกทวิตเตอร์ฉันเล่นไม่เป็น” หรือ “ฉันเล่นเป็นแต่เฟซบุ๊คอย่างอื่นฉันทำไม่เป็น” รู้ไหมครับว่าทุกวันนี้ทุกๆช่องทางล้วนเป็นช่องทางที่คุณจำเป็นจะต้องลุกขึ้นมาแข่งขันกับคู่แข่งของคุณให้ได้ เพราะคอนเทนต์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ทุกช่องทางไม่จำเป็นจะต้องเป็นFacebookอย่างเดียว ถ้าหากคุณยังคงพูดประโยคเดิมๆนั่นหมายความว่า “คุณเสียเปรียบคู่แข่งไปแล้วหนึ่งก้าว ยิ่งรู้น้อยเท่าไร ยิ่งเสียเปรียบเท่านั้น” ผมแนะนำให้คุณศึกษาทุกๆช่องทางมากเท่าที่คุณจะสามารถศึกษาได้เพราะ ยิ่งรู้ ยิ่งดี เช่น Facebook, Instagram, Twitter, Line Official Account เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คุณต้องรีบเรียนรู้มันให้เร็วที่สุด ทุกอย่างไม่สาย..ถ้าเราตั้งใจและลงมือทำ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ “5 วิธีสร้างคอนเทนต์พิชิตเงินล้าน” นะครับ รับรองว่าหลังจากที่อ่านจบทุกๆท่านจะต้องได้ทักษะการเขียนคอนเทนต์ที่มีระบบและมองเห็นโอกาสในการเขียนคอนเทนต์เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณสนใจในคอนเทนต์แน่นอน สำหรับวันนี้เวลาจองพี่หมีก็ได้หมดลงแล้วและต้องขออนุญาตลากันไปก่อน...สวัสดีครับ

#หอการค้าIntrend #UTCCเด็กหัวการค้า

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์