คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

หลังตู้เสื้อ โรงแรมหลอน

Old stand
Old stand
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Old stand
แจ้งตรวจสอบ
หลังตู้เสื้อ โรงแรมหลอน

ระหว่างที่ผมนอนพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต อยู่ดีๆ น้องที่พักด้วยกันก็ถามว่า พี่เคยเจอผีเวลานอนโรงแรมไหม?  มันทำให้ผมนึกถึงเรื่อง การไปนอนโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดเล็กๆ อย่างสิงห์บุรีออกและอยากนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันดูครับ

          เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ต้องบอกก่อนว่า ผมทำงานที่เกี่ยวกับการวิ่งมาราธอนเลยได้มีโอกาสได้เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย เรียกได้ว่าถ้าเข้าสู่ในช่วงหน้าหนาวของประเทศไทยเมื่อไหร่ จะต้องมีการออกเดินทางไปในทุกอาทิตย์ก็ว่าได้ ครั้งนี้งานวิ่งถูกจัดขึ้นที่จังหวัด สิงห์บุรี ด้วยนักวิ่งที่มีจำนวนหลายพันคน ทำให้การหาโรงแรมในจังหวัดเล็กๆ แบบนี้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะ การออกไปทำงานของพวกเรา ที่ต้องไปเป็นทีมมีการจองโรงแรมค่อนข้างหลายห้องและส่วนใหญ่ต้องเลือกดรงแรมที่ใกล้กับงานมากที่สุดเพื่อความสะดวก ครั้งนี้งานถูกจัดอยู่ในตัวเมือง แต่การจองห้องพักก็ยากอยู่ดี ทำให้การไปนอนโรงแรมในครั้งนี้เกิดเรื่องราวหลอนๆ ขึ้นมา

Advertisement

Advertisement

       พอไปถึงโรงแรมซึ่งเป็นช่วงดึกๆ ประมาณสี่ทุ่ม เนื่องจากเราต้องไปที่งานวิ่งเพื่อจัดเตรียมงานกันก่อนและเข้าที่พักโดยการเช็คอินดึก ซึ่งครั้งแรกที่เห็นคือ โรงแรมเก่ามากและมีลักษณะไม่เหมือนโรงแรม คล้ายๆ กับหอพักเก่ามากกว่า โดยที่มียามเฝ้าโรงแรมแค่คนเดียว ไม่มีฟร้อนใดๆ ทั้งนั้น ซึ่งที่ทำให้เราแปลกใจอย่างแรก คือ แม้ว่างานจะมีคนมาวิ่งเยอะ แต่ที่โรงแรมนี้กับมีห้องพักว่างเยอะมาก โดยเราสังเกตุจากรถที่จอดและกุญแจห้องพักที่แขวนอยู่ เรื่องแรกที่ทำให้เรารู้สึกหลอนคือ ระหว่างที่ผมกับน้องที่ทำงานด้วยกันเก็บกระเป๋าลงจากท้ายรถ ผมก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงหนึ่งคนยืนอยู่หน้าทางเข้าด้านนอก แต่งตัวค่อนข้างเปรี้ยวนิดนึง ผมเลยหันไปพูดกับน้องว่า อย่างน้อยก็มีผู้หญิงสวยๆ มาพัก แต่ผมและน้องที่อยู่ข้างๆ กัน หันไปมองก็ไม่เห็น ผมก็พยายามดูว่า เอ้า เมื่อกี้ยังอยู่หน้าประตู มองไปรอบๆ ก็ไม่มี รถก็มีแค่นี้ ไม่เห็นมีคันไหนสตาร์ทรถ หรือผมอาจจะตาฝาดจริงๆ แต่ก็เชื่อว่าในใจเห็นเป็นคนจริงๆ หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไป ทำให้ผมรู้สึกถึงความไม่ปกติแน่ๆ ในคืนนี้ ปกติจริงๆ เวลาที่เราจะไปค้างที่โรงแรมไหน เราจะนอนห้องละสองคน แต่วันนี้มีน้องอีกคนหนึ่งมานอนด้วยเพิ่มเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีเราสามคนที่ได้ตื่นออกไปช้ากว่าปกติ เนื่องจากห้องเราเป็นเตียงเดี่ยวใหญ่ ก็พอจะนอนเบียดๆ กันได้บ้าง 

Advertisement

Advertisement

         หลังจากที่เราเข้าไปในห้องพักซึ่งเป็นห้องพักที่เก่ามากและมีขนาดใหญ่ สิ่งที่เราสามคนรู้สึกเห็นพร้องต้องกันของความผิดปกติคือ จะมีตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดใหญ่มากและข้างหลังตู้เสื้อผ้าเป็นที่ว่าง ขนาห้องเล็กๆ ได้อีกหนึ่ง คนสามารถเดินเข้าไปได้ แต่เราก็ไม่มีใครเดินเข้าไปเพราะว่ามืดและไม่สามารถเปิดไฟได้ เราก็อาบน้ำ นอนกันตามปกติด้วยความเหนื่อยจากการทำงานทั้งวัน หลังจากที่ไฟเริ่มปิด ทุกคนก็หลับตา แต่หลังจากนั้นไม่นานสิ่งที่คนสัมผัสได้อย่างพร้อมกัน คือ มีเสียงเหมือนใครเอาปากกาหรืออะไร มาขีดตู้เสื้อผ้า ซึ่งแม้เสียงจะเบาแต่ทุกคนได้ยินชัดมาก ( ขณะที่ผมพิมพืไปด้วยรู้สึกขนลุกมากๆ ) น้องที่นอนข้างๆ ผมซึ่งเป็นคนตรงกลาง 

Advertisement

Advertisement

ก็ถามผมว่าพี่ได้ยินเสียงอะไรไหม?

       ผมก็ได้เงียบไปสักครู่... และบอกน้องไปว่า **รีบๆ นอนง่วงแล้ว แต่เมื่อหลับไปได้อีก ไม่ถึงนาทีเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก คร่าวนี้ไม่มีใครพูดอะไร แต่พี่อีกคนหนึ่งที่นอนใกล้ๆ ประตู ลุกขึ้นไปเปิดไฟ ทุกคนลืมตา ผมกับน้องก็ลุกขึ้นมามองหน้ากัน ทุกคนมองไปที่ตู้เสื้อผ้าหลังจากนั้นผมก็บอกน้องว่า เดี่ยวไปลองเปิดตู้เสื้อผ้าดู เผื่อมีอะไรอยู่ข้างใน ผมก็ลุกไปเปิดปกติ เป็นตู้ที่วางป่าว ที่ราวแขวนก็ไม่มีแม้แต่ ไม้แขวนผ้า ผมจึงตัดสินใจบอกน้องไปว่า งั้นเดี่ยวลองไปดูที่ห้องข้างหลังตู้เสื้อผ้ากัน ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไร ผมจึงเปิดไฟฉายในโทรศัพท์ขึ้นมาและเดินเข้าไปก่อนคนแรก โดยที่มีน้องและพี่เดินตามกันมา ข้างหลังู้เสื้อผ้าเป็นพื้นที่โล่งที่ไม่มีอะไร แต่ไม่ได้รับการกวาดมานาน สิ่งที่เราสัมผัสได้คือฝุ่นบนพื้น ระหว่างที่เราส่องไฟไปตามผนังด้านหน้าก็ไม่พบอะไรผิดปกติ พอเราทุกคนหันหลังกลับไปที่ทางออกและจะมองเห็นหลังตู้เสื้อผ้า ขณะที่เรากำลังเอาไฟส่อง เราทุกคนเห็นเหมือนกัน คือ มีภาพวาดเป็นแบบเด็กๆ ใช้สีวาดที่ข้างหลังตู้เสื้อผ้าเต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีดำกับสีแดง ทำให้พวกเรารู้สึกขนลุกมากๆ ในใจผมก็สงสัยว่าไม่มีใครเห็นและทำความสะอาดข้างหลังตู้นี้เลยเหรอ เราดูภาพวาดกันแค่แปปเดียวและตัดสินใจเดินออกมา เราทั้งหมดตัดสินใจว่าจะนอนที่ห้องนี้ต่อและเปิดไฟนอน เนื่องจากดึกแล้ว และอยู่กันตั้งสามคน ถ้าจะได้ยินเสียงอีก เราเปิดไฟก็น่าจะพอทำให้ทราบสาเหตุได้ และคืนนั้นเสียงก็หายไป... 

     " ทุกวันนี้ยังเป็นเรื่องเล่าในอ๊อฟฟิตที่ทำงาน เพราะทุกคนก็จะมีเจออะไรแปลกๆ ที่โรงแรมนี้ทั้งปกติและไม่ปกติ และทุกคนในอ๊อฟฟิตก็ยกให้โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่หลอนที่สุดตั้งแต่ได้มีโอกาสไปพักตามสถานที่ต่างๆ มา " ปิดท้าย โรงแรมนี้อยู่ในตัวเมือง ใกล้ๆ กับลำคลองส่งน้ำกลางเมืองนะครับ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกแบบนี้ใหม่และอยากบอก เรื่องนี้ คือ เรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้นกับผม ตอนนี้ผมก็ยังขนลุกอยู่เลย

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด