คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

Halloween the series : เหตุเกิดที่ค่ายลูกเสือ.

เจ้าคลื่นน้อย.
เจ้าคลื่นน้อย.
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก เจ้าคลื่นน้อย.
แจ้งตรวจสอบ
Halloween the series : เหตุเกิดที่ค่ายลูกเสือ.

             ทุกคนคงมีประสบการณ์อกสั่น ขวัญผวาที่แตกต่างกันออกไป และบางคนอาจไม่เคยเจอเรื่องราวเหล่านั้นเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีในชีวิตแล้ว T^T

เพราะสำหรับตัวฉันเองที่กลัวสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า “วิญญาณ” จนเข้าไส้ ก็ไม่ได้อยากพบเจเหตุการณ์ใดๆทั้งสิ้น แต่สุดท้ายฉันก็เลือกไม่ได้

 


- ยิ่งกลัว ยิ่งเจอ -


 

            เรื่องราวของฉันเกิดขึ้นในช่วง ป.6 ณ ค่ายลูกเสือสุดท้ายในชั้นประถม และเป็นค่ายสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่วัยมัธยม

โรงเรียนของฉันในตอนนั้นเป็นโรงเรียนคริสต์ แน่นอนว่าค่ายลูกเสือมักมีสุสานอยู่ในระแวกนั้น

           ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีในคืนแรก จนมาถึงในช่วงบ่ายของวันที่สอง ก็จะมีกิจกรรมฐานเดินทางไกลที่ต้องเดินผ่านเส้นทางต่างๆตามแผนที่ โดยหนึ่งในทางที่หมู่ลูกเสือตัวน้อยอย่างพวกเราต้องเดินผ่านไป คือ สุสานแบบฉบับของศาสนาคริสต์ ในช่วงนั้นฟ้ายังคงสว่าง สุสานจึงไม่น่ากลัว เป็นเพียงพื้นที่เงียบสงบ ที่มีคุณลุงเก็บกวาดขยะ และทำสวนเพื่อให้ความน่ากลัวจางหายจนคล้ายสวนหย่อมทั่วๆไป

Advertisement

Advertisement

 

ต่างกันแค่ที่นี่ไม่มีใครคิดจะมานั่งเล่นชมนก ชมไม้แน่ๆ

https://pixabay.com/th/photos/สุสาน-สงคราม-พอซนัน-หลุมฝังศพ-606715/                                                                                 Credit by : https://pixabay.com/th/

“ที่นี่ก็ไม่ได้น่ากลัวนี่หว่า ดอกไม้สวยด้วย” บี (ชื่อสมมุติ) เพื่อนคนหนึ่งในหมู่ลูกเสือน้อยเอ่ยขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้ แต่ฉันดึงมือบีกลับมาทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป

 

ฉันใช้อำนาจความเป็นรองหัวหน้าหมู่ กำชับทุกคนห้ามหยิบจับสิ่งของใดๆกลับไปด้วยเด็ดขาด และอ้างว่า ถ้าอาจารย์รู้อาจจะดุได้ แต่ความเป็นจริงนั้น ฉันแค่กลัว

การเดินหลังสุดของแถวนั้น ไม่ว่าจะหันไปมองข้างหลังสักกี่สิบรอบ

Advertisement

Advertisement

 

ทุกอย่างก็ยังคงว่างเปล่าและนิ่งมากจนน่ากลัวจริงๆ

 

 

ช่วงเวลาในตอนนั้นผ่านไปด้วยดี จนฉันเองก็คิดว่าความกลัวที่เกิดขึ้นคึงเป็นแค่การมโนไปเองอย่างที่เพื่อนๆบอกกัน

 

https://www.google.co.th/imgres?imgurl=https%3A%2F%2Fteen.mthai.com%2Fapp%2Fuploads%2F2019%2F07%2FBoy-Scout-1.jpg&imgrefurl=https%3A%2F%2Fteen.mthai.com%2Feducation%2F171826.html&tbnid=y2aSOGES7l7XEM&vet=1&docid=IWGU49in4aiNjM&w=3864&h=2576&q=ลูกเสือ&hl=th-th&source=sh%2Fx%2Fim&fbclid=IwAR1j9LU_g_jLY1QiKqQoehLzsJWZZ5_RMmGeJ-x3GSpac98EWU05StdxrvM                                                                    Credit by : https://www.google.co.th/imgres?imgurl

 

จนตกดึกของค่ำคืนนนั้น...

 

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีได้หรือไม่ บ้านพักของหมู่ลูกเสือน้อยเป็นบ้านพักหลังสุดท้ายของค่าย ติดกับรั้วหน้าสุสาน เรียกสั้นๆว่า หลังบ้านมีวิวเป็นสุสาน แต่ยังดีที่บ้านพักฉันใกล้ห้องน้ำมากกว่าบ้านพักอื่นๆ

อาจารย์กำชับให้อาบน้ำและเตรียมตัวนอนก่อน 5 ทุ่ม หากหลังจากนั้น หากไฟในบ้านยังไม่ปิดจะถูกลงโทษ

 

“ถ้ายังเห็นบ้านหลังไหนไม่นอน จะให้ไปนั่งสมาธิที่สุสาน!”

 

พวกเราเลยรีบอาบน้ำ และปิดไฟตามเวลาเป๊ะ

Advertisement

Advertisement

 

ไฟที่ถูกปิดลงทำให้แสงไฟจากห้องน้ำที่อยู่ภายนอกสาดส่องเข้ามาจนเห็นถึงความสว่างอ่อนๆ ทุกอย่างเงียยสงบจนได้ยินเสียงขอพัดลมหมุนไปมาชัดเจน ฉันพยายามข่มตาตัวเองให้หลับให้ได้

 

30 นาทีผ่านไป....

 

45 นาทีผ่านไป....

 

1 ชั่วโมงผ่านไป....

 

 

เวลาที่ผ่านไป 1 ชั่วโมง ฉันยังคงพยายามข่มตานอนให้หลับอยู่เหมือนเดิม แต่นอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างเงียบมากจนไม่กล้าขยับตัว

 

เพื่อนๆคงหลับกันไปหมดแล้วแน่ๆ

 

ฉันได้แต่คิดแต่ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดู

 

 

เพราะอะไรหนะหรือ...

 

 

มีคนกำลังกระซิบอยู่ข้างๆหูฉัน...

 

 

 

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ถึงแม้จะจับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร แต่มั่นใจมากๆว่าไม่ใช่เสียงพัดลม ฉันไม่ได้คิดไปเอง พัดลมมันไม่ได้อยู่ใกล้หูของฉัน!!

 

หลังจากนั้นไม่นาน บีที่นอนข้างๆประตู รีบวิ่งมาที่เตียงของฉัน ยิ่งใกล้มากเท่าไหร่เสียงกระซิบก็ค่อยๆเบาลงจนเงียบไป

 

 

“พาไปห้องน้ำหน่อย ทนไม่ไหวแล้ว” น้ำตาที่คลอเบ้าบีอยู่ ทำให้ฉันยอมลุกจากเตียง

 

อย่างน้อย ก็ดีที่มีเพื่อนยังไม่หลับเหมือนกัน

 

 

“เดี๋ยวไปด้วย” เอ (นามสมติ) ที่นอนข้างๆฉัน จู่ๆก็ลุกขึ้นมาจากเตียง

“นี่ยังไม่นอนเหมือนกันหรอ?”

“อือ”

 

เราทั้งสามคนเดินออกจากบ้านพัก มุ่งตรงไปยังห้องน้ำที่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก นาฬิกาตรงประตูที่เดินผ่านบ่งบอกเวลา 3.45 น. บรรยากาศเวลาตี 3 คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ลมพัดเบาๆอ่อนๆสัมผัสกับผิวหนัง ใบไม้ปลิวไสวในยามค่ำคืน และความเงียบที่ทำให้ได้ยินถึงเสียงหายใจของพวกเราเอง

 

“รีบไปจะได้รีบกลับ”

 

ซู่!!!

 

เสียงน้ำไหลอย่างแรงดังมาจากในห้องน้ำห้องหนึ่ง

 

“ใครเปิดน้ำทิ้งไว้แรงขนาดนี้ว้ะ”

“นั่นดิ น้ำไหลหมดแล้ว” เอและบี ต่างยืนประนามการกระทำของบุคคลนิรนามที่เปิดน้ำทิ้งไว้ พวกเราถูกปลูกฝังให้ยอมไม่ได้ในเรื่องแนวๆนี้ อีกอย่างเลย คือ น้ำในค่ายค่อนข้างมีจำกัด

 

“ก็ไปปิดดิ”

 

บีได้เดินเข้าไปปิดน้ำในห้องน้ำที่อยู่เกือบหลังสุดของแถวลงก่อนจะเข้าห้องน้ำนั้นไป

 

เมื่อน้ำหยุดไหลความเงียบได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

 

https://pixabay.com/th/photos/ก๊อกน้ำ-วาล์ว-น้ำ-ประปา-ท่อ-1933195/                                                                            Credit by : https://pixabay.com/th/photos/

.

.

.

.

“เรียบร้อยล้ะไปกันเถอะ”

 

ซู่!!!

 

ในขณะที่พวกเรากำลังจะก้าวขาออกจากห้องน้ำ จู่ๆเสียงน้ำก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มาจากอีกห้องนึง ที่ไม่ไกลจากพวกเรานัก

 

โครม!!!

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

ขันที่ถูกเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบได้ล่วงหล่นลงมาเสียงดังจนน่าตกใจ พวกเราต่างรีบวิ่งกลับไปภายในบ้านพักแบบไม่คิดชีวิต พอประตูปิดลง เราต่างไม่พูดอะไรถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอไป

 

ไม่ใช่คนแกล้งแน่ๆเพราะในห้องน้ำไม่มีใคร และก็อกน้ำในนั้นเป็นแบบบิดเปิด เหมือนก็อกน้ำซันวา

 

มันแน่นเกินกว่าจะเปิดเองได้!

 

“เรานอนด้วยกันไหมอีกแปบเดียวก็เช้าแล้ว” เอพูดขึ้นพร้อมชี้ไปที่นาฬิกาตรงประตู 4.12 น.

 

เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆที่พวกเราเผชิญกับอะไรก็ไม่รู้

จนถึงทุกวันนี้ฉันก็ยังอธิบายเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้

 

เช้าวันต่อมา เราต่างเงียบไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง และตั้งใจว่าถ้ายังอยู่ที่นี่จะไม่พูดจนกว่าจะได้ออกไป

 

“นอนบ้านนี้กันหรอ?”

 

เพื่อนที่อยู่บ้านหลังใกล้ๆกัน ชี้ไปที่บ้านที่ฉันเพิ่งจะหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมา

 

ฉันได้แต่พยักหน้า

 

“ถามจริงๆ นอนหลับมั้ย” สีหน้าของเพื่อนเริ่มซีดลงและเบิกตากว้าง

“หลับ... ทำไมหรอ?”

“ได้ข่าวว่าหลังนี้มี...”

 

ฉันเริ่มเงียบ ในใจอยากตอบว่า อืมรู้แล้ว!! และเล่าเรื่องทั้งหมดที่เจอให้ฟัง

 

แต่ใจก็ไม่กล้าพอ

 

“รุ่นพี่ปีที่แล้ว เห็นชัดๆหน้าบ้านเลยนะ” เพื่อนคนนั้นแอบกระซิบข้างๆหูฉัน ในตอนที่เรากำลังแบกกระเป๋าไปไว้ที่จุดรวมพล

 

ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ฉันรู้เรื่องนี้ในวันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน

 

และขอบคุณที่มาแค่เสียง

 

 

สิ่งหนึ่งที่เพิ่งมารู้ทีหลัง คือ เราทั้ง 3 คนได้ยินเสียงกระซิบที่ฟังไม่รู้เรื่องนั่นกันหมด แค่คนล้ะช่วงเวลาแต่ไม่กล้าพูดออกมาเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนการถามหาเจ้าของเสียง

 

 

ในช่วงที่ฉันกำลังจะก้าวขึ้นรถกลับบ้าน ฉันหันกลับไปมองบ้านหลังนั้นในระยะที่มองเห็นไกลมากกก

ทุกอย่างเงียบสงบ

 


ฉันว่าเขาไม่ได้เจตนาจะมาหลอกพวกเราชาวเด็กค่ายลูกเสือหรอก

 

 

 

 

เขาอาจจะแค่อยากทักทาย

 

เขาอาจจะแค่หาเพื่อนเล่นด้วย

 


 

เด็กๆ...

 

ซู่….!!

 

เสียงน้ำไหลและภาพเหตุการณ์ในวันนั้น

ถึงแม้จะเลือนลางตามกาลเวลา แต่ฉันยังคงจำความรู้สึกขนลุกนั้นได้ดี

 

 

https://www.google.co.th/imgres?imgurl=http%3A%2F%2Fwww.nby.ac.th%2Fimages%2Fjob61%2F802256100.jpg&imgrefurl=http%3A%2F%2Fwww.nby.ac.th%2Findex.php%2F89-2560%2F252-8022561&tbnid=8-ZJfPWNizzFKM&vet=1&docid=4IJNwKIQhP2KrM&w=448&h=336&q=ค่ายลูกเสือ%20พทน&hl=th-th&source=sh%2Fx%2Fim&fbclid=IwAR28qX4dw3vVXR1Dr45VGjXHlN8J4LwHW1m_E3Iw5bIp3O8oU2-lPBWEYxA                                                                    Credit by : https://www.google.co.th/imgres?imgurl

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด