คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

เดินทางตอนกลางคืนกับทางสายเปลี่ยว

133
natee
natee
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก natee
แจ้งตรวจสอบ
เดินทางตอนกลางคืนกับทางสายเปลี่ยว
  • เมื่อผม ต้องเดินทาง ไปทำธุระต่างจังหวัด ตอนกลางคืนคนเดียว แน่นอนครับ ตอนกลางคืน รถสัญจรบนท้องถนน จะมีน้อยกว่าตอนกลางวัน อากาศก็เย็นสบาย ไม่ต้องเปิดแอร์ในรถ เปิดกระจกรับลมชิลๆ "แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ" คือ ความพร้อม และ อันตรายที่จะเกิดขึ้นในการเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน ทั้งอันตรายจากผู้ประสงค์ร้ายชิงทรัพย์ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างง่าย จากตัวเราเองหรือผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆที่ประมาทเลินเล่อ และที่สำคัญ ที่อดนึกถึงไม่ได้คือ  สิ่งเร้นลับ

     การเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัดคนเดียวของผมครั้งนี้ ใช้ระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งรวมระยะทางทั้งไปทั้งกลับ เป็นการเดินทางแบบ ถึงที่หมายแล้วกลับทันที เหมือนพนักงานส่งของอย่างไงอย่างงั้น เส้นทางที่ผมใช้ ก็เป็นเส้นทางหลัก สิ่งที่ผมเตรียมตัวและติดรถมาด้วยจึงไม่มีอะไรมาก นอกจากโทรศัพท์มือถือ,ไฟฉายแรงสูง,แกลอนใส่น้ำมันสำรอง และเงินเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง และที่สำคัญ "เมาไม่ขับ"

Advertisement

Advertisement

     ผมเริ่มออกจากบ้าน เพื่อเดินทางตอน 2 ทุ่ม ผ่านตรอกซอกซอยเล็กๆ ลัดเลาะไปจนกระทั้งถึงถนนทางหลวง แน่นอนว่า ช่วงเวลานี้ ยังมีรถพลุ่กพล่านอยู่เต็มท้องถนนไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทางแก้ง่วงเป็นอย่างดี ขับรถไปพลาง เปิดเพลงฟังเบาๆ เปิดกระจกข้างรับลมที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามองเส้นทาง ปากก็ร้องเพลงไปตามประสาเพื่อแก้เหงา ผ่านทางสามแยก สี่แยก และบ้านเรือนหลังแล้วหลังเล่า จนเริ่มออกห่างจากเขตชุมชน ผมจึงแวะปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน และพูดประโยคติดปากกับเด็กปั๊มว่า "เต็มถังครับน้อง" แล้วเด็กปั๊มก็พูดสวนกลับมาทันที "เต็มถังแล้วมาเติมทำไมครับพี่" สิ้นประโยคผมกับเด็กปั๊มก็หัวเราะพร้อมกัน เมื่อเติมน้ำมันจนเต็มถังแล้ว ผมก็หยิบแกลอนน้ำมันหลังรถ เปิดฝาและส่งให้เด็กปั๊ม เพื่อเติมเป็นน้ำมันสำรอง เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรืออาจจะเจอเพื่อนร่วมทางที่มีปัญหาเรื่องน้ำมันหมด เราจะได้ช่วยเหลือกันได้

Advertisement

Advertisement

     เสร็จจากเติมน้ำมัน ผมก็มุ่งหน้าเดินทางต่อ สายตามองนาฬิกา เวลาตอนนี้ 3 ทุ่มแล้ว ผมเพิ่งจะขับมาได้ 60 ถึง 70 กิโลเมตรเอง จึงเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีกนิดเพื่อทำเวลา เพราะรถที่ใช้เส้นทางนี้เริ่มบางตาลง และผมก็ไม่อยากขับรถจนสว่างคาตาอีกด้วย อาจเป็นเพราะ ด้วยบรรยากาศสองข้างทางที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่างเลย มีต้นไม้รกทึบขึ้นอยู่ที่เกาะกลางถนน และบริเวณข้างทางตลอดแนว มีเพียงแสงไฟจากรถยนต์เท่านั้น ผมนึกในใจว่า ถ้ารถเกิดเสียบริเวณนี้ คงต้องเข้าใจคำว่า มืดแปดด้านแน่ๆ

     ผมขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงขึ้นเนิน และลงเนินตลอดทาง ตอนลงเนินก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนขึ้นเนินสูงๆ บวกกับสภาพรถที่ผมขับมา ซึ่งบอกได้เลยว่ารถกับคนเก่าแก่พอๆกัน ต้องลดระดับเกียร์ทุกครั้งเมื่อขึ้นเนิน บางเนินต้องใช้เกียร์ 2 ซึ่งทำความเร็วตอนขึ้นเนินได้แค่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บรรยากาศสองข้างทางเงียบ มืดมิด ไร้บ้านผู้คน มองไปทางขวาเป็นภูเขา มองไปข้างหน้าเป็นเนินเขา มองไปทางซ้ายเป็นหน้าผา มีแค่แสงไฟจากรถของผมและเสียงรถที่ใช้เกียร์ต่ำจนท่อไอเสียดังอื้ออึงแทบจะหลุดออกจากตัวรถ สายตาเหลือบไปเห็นเข็มวัดระดับความร้อนของเครื่องยนต์ที่หน้าปัดแสดงผล เข็มมันชี้ขึ้นจนเกือบสุดแถบสีแดง ซึ้งแถบสีแดงมันจะเตือนว่า เครื่องร้อนจัด ควรพักรถเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์อาจจะได้รับความเสียหาย ควันสีขาวเป็นสัญญาณบอกว่า น้ำในหม้อน้ำเดือดจนเริ่มพวยพุงออกมาจากกระโปรงหน้ารถเป็นระยะๆ "ซวยละ" ผมพูดกับตัวเอง พร้อมเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อจอดเข้าข้างทาง

Advertisement

Advertisement

  • เมื่อจอดรถเข้าข้างทางแล้ว ผมยังคงติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ เพราะเคยได้ยินมาว่า ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที เมื่อเดินทางไกล ไม่ว่าเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ตอนนี้ได้แต่ภาวนาอย่าให้รถพังก็พอ

     5 นาทีผ่านไป ผมดับเครื่องยนต์พร้อมเปิดฝากระโปรงรถขึ้นเพื่อช่วยระบายความร้อน ตอนนี้ควันสีขาวที่พุ่งออกมาจางหายไปแล้ว เหลือแต่เสียงหม้อน้ำที่มีเสียงน้ำเดือดปุดๆดังเป็นระยะๆ ถ้าเอาบะหมี่มาต้มคงสุกและกินได้เลย ผมเดินไปดูเข็มวัดระดับความร้อน เข็มก็ลดระดับลงนิดนึง ทำให้ผมโล่งใจขึ้นมาบ้าง ผมจึงเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินกระพริบไว้ เผื่อถ้ามีรถผ่านมา จะได้เห็นได้ถนัด แล้วก็ออกมานั่งบริเวณเหล็กกั้นริมทางที่กั้นไว้กันรถตกเหว รอให้เครื่องยนต์เย็นกว่านี้ แล้วค่อยไปต่อ ระหว่างนั่งรอ ผมก็มองไปรอบๆ ให้ตายสิ! รอบด้านมันมืดสนิท ลมเย็นๆพัดมาทำให้เรื่องผีผุดเข้ามาในสมอง ผมยกมือไหว้รอบทิศ ขอให้อย่ามีอะไรที่ไม่ใช่คนโผล่มาตอนนี้เลย ยังนึกสงสัย แค่ 4 ทุ่ม ทำไมไม่มีรถผ่านมาเลยซักคันเดียว

     "แกร๊บ แกร๊บ" เสียงอะไรซักอย่าง ดังมาจากข้างหลังผม ซึ่งเป็นเหว ลักษณะเหมือนกำลังเหยียบใบไม้แห้งหรือเศษไม้ผุๆ ผมนึกในใจว่า จะหันไปดูหรือจะวิ่งไปตั้งหลักดี ถ้าวิ่ง จะวิ่งไปไหนละ มืดมิดไปหมด ถ้าหันไป เกิดหันไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นจะทำยังไง แต่แล้วผมก็เลือกหันไปดู เพราะหากเป็นสัตว์ป่า หรือโจร เราจะได้ป้องกันตัวทัน ผมตัดสินใจหันกลับไปดู ผมเห็นเงาตะคุ่มๆ น่าจะซัก 10-15 เงา กำลังเรียงแถวปีนขึ้นมาจากเหวข้างหลังผม ห่างจากจุดที่ผมนั่งอยู่ประมาณ 10 เมตร ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมขยี้ตา เช็ดแว่น แล้วเดินไปหยิบไฟฉายในรถมาส่องดูอีกที เผื่ออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้กะดึกคอยตรวจเวรยาม ดูพวกล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอยู่ก็ได้ ผมเปิดไฟฉายและส่องลงไปที่เงาเหล่านั้น ปรากฎร่างของคน มีสภาพเสื้อผ้าขาด มีแผล บางคนผิวไหม้เหมือนโดนไฟคลอก บางคนแขนขาผิดรูป ซึ่งไม่น่าจะมีเรี่ยวแรง ที่สามารถปีนขึ้นมาจากเหวได้เลย "ชัดเลย" ผมพูดออกมา แต่ด้วยความไม่แน่ใจ ผมจึงตะโกนลงไปถามเงาเหล่านั้นว่า "หวัดดีครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ พวกคุณเป็นอะไรหรือเปล่า" สิ้นเสียงของผม เงาทั้งหมดก็หยุดนิ่ง และไม่ตอบอะไรกลับมาซักคำ ผมจึงพูดต่อว่า "รถผมความร้อนสูง ผมจอดพักเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวผมก็ไปแล้ว" พอผมพูดจบ เงาดำทั้งหมดก็ปีนขึ้นมาเร็วขึ้น ทั้งแย่งกันขึ้นมา พลักกันจนบางคนพลัดตกลงไปที่เก่า บางคนก็เกาะขาคนข้างหน้าไว้ บางคนก็คว้ากิ่งไม้ ตะเกียกตะกายจนกิ่งไม้หักเป็นแถบๆ เสียงกรีดร้องเริ่มดังขึ้นมาจากกลุ่มคนพวกนั้น มีหนึ่งคน ที่ปีนขึ้นมาจนเกือบถึงตัวผม คนๆนั้น มีแขนข้างเดียว คอบิดจนใบหน้ากลับไปอยู่ข้างหลัง ผมส่องไฟฉายไปจนเห็นชัดมาก เขาไม่ใช่คนแน่นอน

    ขาผมแทบไม่ขยับ ใจบอกว่าวิ่ง แต่วิ่งไม่ออก ผมล้มลง ตะเกียกตะกาย ทั้งคลานทั้งกลิ้งเพื่อให้เข้าไปในรถให้ได้ ไฟฉายหลุดจากมือ ผมก็ไม่สน ผมเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งบนเบาะ และสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที โอ้! รถยนต์ช่างเป็นใจ ถึงจะเก่าจะแก่ แต่สตาร์ทครั้งเดียวก็ติด ผมออกรถโดยไม่สนเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ ฝากระโปรงรถที่เปิดอ้าเหมือนหอยแครง บังกระจกหน้าทำให้ผมมองทางไม่เห็น ผมจึงชะเง้อหน้าออกไปทางหน้าต่างของรถเพื่อดูทางข้างหน้าแทน ผมขับมาได้ไม่ถึง 200 เมตร ก็เจอจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงเลี้ยวเข้าไปเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อผมจอดรถ ก็มีเจ้าหน้าที่วิ่งมาดูผม 2 คน และถามว่าเป็นอะไร ผมจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 จึงบอกผมว่า จุดที่ผมแวะพักรถตรงนั้น เคยมีรถทัวร์แหกโค้งตกลงไปในเหว และมีผู้โดยสารเสียชีวิต 16 ศพ เมื่อไม่นานนี้เอง

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด