ไลฟ์แฮ็ก

How to วิธีลดค่าไฟในบ้านง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดได้จริง

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
How to วิธีลดค่าไฟในบ้านง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดได้จริง

ช่วงนี้หลายบ้านเจอปัญหาเดียวกันคือ “ค่าไฟแพงขึ้นแบบรู้สึกได้” โดยเฉพาะบ้านที่เปิดแอร์ทั้งคืน ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่าง หรือมีคนอยู่บ้านตลอดทั้งวัน บางเดือนเปิดบิลมาแทบตกใจ ทั้งที่รู้สึกว่าใช้ไฟเหมือนเดิม

จริงๆ แล้วการลดค่าไฟไม่จำเป็นต้องถึงขั้นงดใช้แอร์หรืออยู่แบบลำบากเสมอไป เพราะแค่ปรับพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้เยอะกว่าที่คิด บทความนี้จะมาแชร์วิธีลดค่าไฟในบ้านง่ายๆ แบบที่หลายคนทำได้จริง ใช้ได้ทั้งบ้าน คอนโด หรือหอพัก แถมยังช่วยประหยัดระยะยาวอีกด้วย

1. ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม ไม่เย็นเกินจำเป็น

ภาพที่1แอร์ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน หลายคนชอบเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำมาก เช่น 18–20 องศา เพราะคิดว่าจะเย็นเร็วขึ้น แต่จริงๆ แล้วคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักกว่าเดิม ส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงแบบไม่รู้ตัว

Advertisement

Advertisement

อุณหภูมิที่ช่วยประหยัดไฟและยังเย็นสบายคือประมาณ 25–27 องศา พร้อมเปิดพัดลมช่วยกระจายลมเย็น วิธีนี้ช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและลดภาระของแอร์ได้มาก อีกเทคนิคที่หลายคนมองข้ามคือการล้างแอร์สม่ำเสมอ เพราะถ้าแอร์สกปรก จะกินไฟมากขึ้นและเย็นช้ากว่าเดิม

สำหรับคนที่อยากลดค่าไฟในบ้านแบบเห็นผลเร็วที่สุด การเริ่มจากปรับการใช้แอร์ถือว่าได้ผลมาก เพราะแค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย ก็ช่วยลดค่าไฟรายเดือนได้จริง

2. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ ลดไฟรั่วแบบง่ายๆ

ภาพที่2หลายคนคิดว่าปิดทีวี ปิดไมโครเวฟ หรือปิดคอมพิวเตอร์แล้ว เท่ากับหยุดใช้ไฟทันที แต่ความจริงคือเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้ไฟอยู่ แม้จะอยู่ในโหมดสแตนด์บายก็ตาม ซึ่งเรียกว่า “ไฟรั่ว” หรือการใช้ไฟแบบแฝง

แม้จะดูเหมือนใช้ไฟน้อย แต่ถ้าสะสมทั้งเดือนก็กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้น เช่น ทีวี เครื่องเสียง หม้อหุงข้าว หรือที่ชาร์จมือถือเสียบทิ้งไว้ตลอดเวลา

Advertisement

Advertisement

วิธีง่ายที่สุดคือถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์ปิดเปิด จะช่วยตัดไฟได้สะดวกมากขึ้น เทคนิคนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าไฟแบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แค่เริ่มใส่ใจพฤติกรรมเล็กๆ ก็ช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้แล้ว

3. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ช่วยลดค่าไฟได้จริง

ภาพที่3ถ้าบ้านไหนยังใช้หลอดไฟรุ่นเก่า เช่น หลอดไส้หรือหลอดตะเกียบ การเปลี่ยนเป็นหลอด LED ถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยประหยัดค่าไฟได้ดีมาก เพราะหลอด LED ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่ให้ความสว่างมากกว่า และยังมีอายุการใช้งานยาวนานอีกด้วย

หลายคนอาจรู้สึกว่าหลอด LED ราคาสูงกว่าเล็กน้อยตอนซื้อครั้งแรก แต่ถ้ามองระยะยาวถือว่าคุ้มมาก เพราะช่วยลดค่าไฟได้จริง และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนหลอดแบบเก่า

อีกเทคนิคคือควรเลือกเปิดไฟเฉพาะจุดที่ใช้งาน ไม่เปิดทิ้งไว้ทั้งบ้านโดยไม่จำเป็น รวมถึงพยายามใช้แสงธรรมชาติในช่วงกลางวันให้มากขึ้น วิธีนี้ช่วยลดการใช้ไฟได้เยอะโดยไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันเลย

Advertisement

Advertisement

4. ซักผ้าและรีดผ้าแบบรวมครั้งเดียว ช่วยลดการใช้ไฟฟ้า

ภาพที่4เครื่องซักผ้าและเตารีดเป็นอีกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟไม่น้อย โดยเฉพาะบ้านที่ซักผ้าทีละนิดหรือรีดผ้าบ่อยเกินไป เพราะทุกครั้งที่เปิดเครื่อง เท่ากับมีการใช้พลังงานใหม่ทั้งหมด

วิธีประหยัดไฟที่ได้ผลคือรวบผ้าให้ได้ปริมาณเหมาะสมก่อนซัก และรีดผ้าครั้งเดียวหลายชุด จะช่วยลดจำนวนรอบการใช้งานลงได้มาก นอกจากนี้ควรเลือกใช้โหมดประหยัดพลังงาน และถ้าเป็นไปได้ ลองตากผ้าแดดแทนการใช้เครื่องอบผ้า เพราะเครื่องอบถือว่าใช้ไฟค่อนข้างสูง

อีกเรื่องที่สำคัญคือไม่ควรใส่ผ้ามากเกินไปในเครื่องซักผ้า เพราะเครื่องจะทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากกว่าเดิม เทคนิคเล็กๆ เหล่านี้ช่วยลดค่าไฟได้จริง และยังช่วยยืดอายุเครื่องใช้ไฟฟ้าไปพร้อมกันด้วย

5. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยประหยัดระยะยาว

ภาพที่5เวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ หลายคนมักดูแค่ราคา โปรโมชั่น หรือดีไซน์ แต่จริงๆ แล้ว “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” เป็นสิ่งที่ควรดูมาก เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานจะช่วยลดค่าไฟได้ระยะยาว

โดยเฉพาะเครื่องใช้ที่เปิดบ่อยหรือใช้ทั้งวัน เช่น แอร์ ตู้เย็น พัดลม หรือเครื่องซักผ้า ถึงแม้ราคาตอนซื้ออาจสูงกว่านิดหน่อย แต่เมื่อใช้งานต่อเนื่องหลายปี จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่า

ปัจจุบันยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่น Inverter ที่ช่วยควบคุมการทำงานให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถือเป็นการลงทุนที่ช่วยลดรายจ่ายในบ้านได้จริง

6. ลดความร้อนภายในบ้าน ช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลง

ภาพที่6อากาศร้อนในบ้านเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แอร์ทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น หลายบ้านโดนแดดทั้งวัน พอช่วงบ่ายห้องจะร้อนสะสมจนต้องเปิดแอร์แรงกว่าเดิม

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยได้คือใช้ผ้าม่านกันความร้อน ติดฟิล์มกรองแสง หรือปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อลดอุณหภูมิ นอกจากนี้ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเวลาเปิดแอร์ เพื่อไม่ให้ลมเย็นออกไปข้างนอก

อีกเทคนิคที่หลายคนเริ่มทำคือเปิดหน้าต่างระบายอากาศช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อให้บ้านไม่ร้อนอบอ้าวเกินไป วิธีเหล่านี้ช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้มาก และส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟในแต่ละเดือน

  • สรุป

การลดค่าไฟในบ้านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แค่เริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ เช่น ปรับอุณหภูมิแอร์ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนมาใช้หลอด LED หรือเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง

สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ เพราะแม้แต่เทคนิคเล็กๆ ถ้าทำต่อเนื่องทุกวัน ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้เยอะกว่าที่คิด ใครที่กำลังเจอปัญหาค่าไฟแพง ลองเริ่มจากวิธีเหล่านี้ รับรองว่าเห็นผลแน่นอน และยังช่วยให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่ามากขึ้นอีกด้วย

เครดิตภาพ : ภาพหน้าปก/ภาพที่1/ภาพที่2/ภาพที่3/ภาพที่4/ภาพที่5/ภาพที่6 จาก ChatGPT

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์