คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

iCloud vs "Dropbox"

Pepermintchill
Pepermintchill
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Pepermintchill
แจ้งตรวจสอบ
iCloud vs "Dropbox"

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆนักอ่านทุกท่าน ในยุคดิจิตอลเเบบนี้เราก็คงจะปฏิเสธกันไม่ได้โลกออนไลน์นั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปเสียเเล้ว เพราะในสมัยนี้การทำงาน การเรียน ไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องทำงานเเค่ที่บริษัท หรือต้องเรียนเฉพาะที่โรงเรียน เเต่เราสามารถที่จะทำงานเเละเรียนได้ในทุก ๆที่เเละอีกปัจจัยที่เราจะขาดไม่ได้นั้นก็คือ อินเทอร์เน็ต สิ่งที่จะทำให้เรานั้นสามารถทำงานและเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นก็ไม่สามารถขาดอินเทอร์เน็ตได้เลย อีกทั้งในยุคปัจจุบันนี้เวลาเรามีเอกสารสำคัญ ๆเราก็มักจะต้องเก็บไว้ที่หน่อยความจำ ซึ่งที่เราจะนิยมใช้ก็คือ แฟลชไดฟ์ เเต่ในสมัยนี้หลายคนเริ่มที่จะไม่ค่อยได้ใช้แฟลชไดร์ฟเเล้ว นั่นเป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันเขามีการบริการฝากไฟล์ข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ ไว้บนอินเทอร์เน็ตได้เเล้วนั่นเอง 

Advertisement

Advertisement

         ที่นักเขียนได้พูดไปข้างต้นนั้นอาจจะฟังดูเข้าใจยากสักหน่อย เเต่ถ้าหากนักเขียนพูดว่า google drive, iCloud,Dropbox คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อบริการเหล่านี้ เพราะพวกเขาคือบริการที่ให้เราสามารถฝากไฟล์ไว้บนเเฟลตฟอร์มเว็บไซต์ต่าง ๆของเขาได้อย่างง่ายดาย เเละไม่จำเป็นต้องพกเเฟลชไดร์ฟไปในทุก ๆที่ เพราะอาจจะไปวางทำหายที่ไหนก็ได้ (นักเขียนเอง ฮ่า ๆ) ซึ่งบริการที่เปิดให้เราสามารถเข้าไปฝากไฟล์ได้นั้นก็มีอยู่มากมาย เเต่วันนี้นักเขียนจะขอพูดถึง 2 ตัวนี้ คือ Dropbox และ Icloud ว่าทั้งสองนั้นมีความเเตกต่างกันอย่างไร เเละอะไรจะเจ๋งกว่ากัน ไปดูกันเลยค่ะ 

I^x

ตัวเเรก Dropbox

    บริการซิงก์เเละฝากไฟล์ข้อมูลที่ให้เราสามารถจัดเก็บไฟล์งาน เอกสารต่าง ๆเเละสามารถเเบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ด้วย อีกทั้งวิธีการใช้บริการของ Dropbox นั้นก็ง่าย ๆเพียงเเค่เรา log in หรือจะสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ก่อนเพียงเท่านั้นเราก็จะสามารถใช้บริการ Dropbox ได้เเล้วค่ะ 

Advertisement

Advertisement

     ซึ่งรายละเอียดของเจ้าตัว Dropbox คือ เขาจะมีพื้นที่ฟรีสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอยู่ที่ 2 GB ซึ่งอาจจะฟังดูน้อยเเต่ถ้าหากนำมาไว้ใช้เก็บเอกสารต่าง ๆก็สามารถใช้ได้อย่างจุใจเลยค่ะ เเละความพิเศษไปกว่านั้นของเจ้า Dropbox  ก็คือ หากเราชวนเพื่อนมาใช้งาน Dropbox จะได้พื้นที่เพิ่มคนละ 250 MB  ซึ่งสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 8 GB เลยนะคะ 

       และถึงเเม้ว่าความจำที่เขาให้มาในค่าเริ่มต้นจะไม่มากมายเท่าไร เเต่บริการภายในเเอปพลิเคชั่นนั้นก็มีอย่างครบครันเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราสามารถเลือกอัพโหลดรูปภาพ อัพโหลดไฟล์เสียง หรือสเเกนเอกสารลงใน Dropbox ได้เลยทำให้สะดวกมาก ๆในการที่เราอยากจะเเชร์ไฟล์ให้กับเพื่อนหรือส่งงานให้อาจารย์เราก็สามารถอัพโหลดไฟล์จากโทรศัพท์เเละเเชร์ไฟล์ไปให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เลย อีกทั้งเจ้า Dropbox ยังมีบริการการซิงก์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ทีเรานั้นได้ติดตั้ง Dropbox ไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากเรามีอะไรอยู่ใน  Dropbox ในโทรศัพท์ ในคอมเราก็จะมีด้วยนั่นเองค่ะ

Advertisement

Advertisement

     มีบริการ ฟรี 2 GB สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปเเล้ว ทาง Dropbox เองก็มีบริการสำหรับ business หรือเเบบบริษัทด้วยนะคะ โดยเราสามารถอัปเกรดโดยการซื้อความจำเพิ่มเติมได้ถึง 2TB หรือ 2,000 GB กันเลยทีเดียว ซึ่งจะมีค่าบริการอยู่ที่

รายปี 9.99 US / เดือน หรือประมาณ 324 บาท / เดือน

 รายเดือน 11.99 US / เดือน หรือ 389/ เดือน

รูป      ซึ่งส่วนตัวเเล้วผู้เขียนไม่ค่อยได้ใช้ Dropbox เท่าไรนักเพราะเนื่องจากนักเขียนเป็นนักศึกษา บริการที่สะดวกเเละง่ายต่อนักศึกษาจึงเป็น Google drive มากกว่า นักเขียนจึงได้ใช้พื้นที่ในการเก็บไฟล์งานใน Dropbox เพียงเเค่ 6.7% จาก 2GB เท่านั้นเองค่ะรูปมาถึงตัวที่ 2 คือ iCloud 

       หากพูดถึง  ICloud สาวกเเอปเปิ้ลคงไม่มีใครไม่รู้จักบริการนี้ เพราะ iCloud ก็คือบริการรับฝากไฟล์ออนไลน์เหมือนกับ Dropbox ,google drive เเต่ความพิเศษของ iCloud คือคนที่สามารถใช้นั้นนั้นจะต้องใช้ iPhone iPad Mac หรือใช้บริการจากทางค่ายเเอปเปิ้ลเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ใช้บริการทางฝั่งเเอปเปิ้ลจะสามารถใช้บริการ iCloud  นี้ได้ฟรีเลย 5 GB ค่ะ 

      ความพิเศษของเจ้า iCloud  คือ คนที่ใช้เเอปปเปิ้ลจะทราบถึงคุณสมบัติสุดพิเศษของข้อนี้ดีคือหากเราใช้ทั้ง iPhone และ mac หรือ iPad กับ Mac หรือผลิตภัณฑ์เเอปเปิ้ลอะไรก็ได้ 2 อย่างขึ้นไป ข้อมูลจากทั้ง 2 เครื่องนั้นจะถูกซิงก์เข้าหากันเเละมาเก็บรวมไว้ที่ iCloud ให้อย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ โน๊ต บันทึกความจำต่าง ๆจะซิงก์ข้อมูลเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งเลือกไฟล์ลงเองเลยค่ะ เเต่ด้วยความที่ iCloud จะซิงก์ทุกอย่างรวมกันทำให้ความจำเรานั้นเต็มเร็วมาก 5 GB ก็ 5 GB เถอะค่ะ เเปปเดียวก็หมดเเล้ว เพราะนักเขียนเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปมาก ไฟล์รูปในเครื่องจึงเยอะเเละทำให้ iCloud ความจำเต็มไวมาก นักเขียนจึงต้องซื้อความจำเพิ่มเป็น 50 GB ค่ะ  
รูปการอัพเกรดความจำใน iCloud  ในไทยมีให้เลือก 3 ความจุได้เเก่

50 GB เดือนละประมาณ 35 บาท 

200 GB เดือนละประมาณ 99 บาท

2 TB เดือนละประมาณ 349 บาท
รูป     ด้วยความที่ ICloud เขาจะซิงก์ข้อมูลทุกอย่างมารวมกันไว้ในที่เดียวผลที่เราจะได้นั่นก็คือความสะดวกเเละความสบายค่ะ พอทุกอย่างมาอยู่ด้วยกันเราสามารถหาไฟล์ต่าง เช่น ไฟล์รูป วิดีโอ โน๊ต ต่าง ๆได้อย่างรวดเร็วมากเลยค่ะ เเละความพิเศษของ ICloud อีกอย่างนึงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ find my iPhone คือบริการที่สาวกเเอปเปิ้ลอย่างเรา ๆนั้นชอบมากเพราะเป็นบริการที่เราสามารถตามหาอุปกรณ์เเอปเปิ้งของเราได้อย่างรวดเร็ว เพียงเเค่เราเข้าไปที่ icloud เเล้วเราก็จะเจอข้อมูลต่าง ๆทีได้ซิงก์ไว้ให้เราเเละบริการ find my iPhone เเล้วค่ะ ในฐานะที่นักเขียนเป็นสาวกเเอปเปิ้ลคนนึงขอยืนยันอีกเสียงว่าบริการที่เราได้นั้นสะดวกสบายมากค่ะ 

      จากที่นักเขียนได้เล่ามาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าจุดเด่นของเเต่ละบริการนั้นก็มีความแงตกต่างกัน เเต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันนั่นคือ ความสะดวกเเละสบายสำหรับเราที่เป็นผู้ใช้บริการ เพราะทุกบริการนั้นมีความจำเริ่มต้นให้เราสามารถใช้ฟรีได้เลยไม่จำเป็นต้องเสียเงินในการซื้อแฟลชไดร์ฟหลาย อันเลยค่ะ เเต่สุดท้ายเเล้วความถนัดเเละความชอบของเเต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอยู่เเล้ว บางครั้งการใช้แฟลชไดร์ฟอาจจะสะดวกกว่า รวดเร็วกว่าเเละใช้ได้ในยามที่เราไม่มีอินเตอร์เน็ตค่ะ และ 2 บริการที่ได้เล่าไปก็มีจุดเด่นที่เเตกต่างกัน สุดท้ายก็อยู่ที่นักอ่านได้ตัดสินใจค่ะ ว่าสะดวกเเละสบายใจในการใช้บริการฝั่งไหนมากกว่านะคะ 

     หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักอ่านท่านที่กำลังสงสัยว่าบริการเหล่านี้เนี่ยต่างกันอย่างไร หวังว่าบทความนี้จะสามารถตอบคำถามให้ทุก ๆท่านได้นะคะ สวัสดีค่ะ :)

ภาพประกอบบทความโดยนักเขียน 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด