ไลฟ์แฮ็ก
ทุกทีที่เปลี่ยนงาน ได้ข้อคิดยืนนานตรึงติด... (1)
.png)
คุณเปลี่ยนงานมากี่แห่งแล้ว...
ทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน ชีวิตมักได้เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
ไม่ได้เชียร์ให้รีบเขียนใบลาออกมานะครับ...เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตไว้
ผมเปลี่ยนงานมาทั้งหมดก็เกือบสิบแห่งแล้ว แต่ละที่มักฝากข้อเท็จจริงหรือบางสิ่งที่ทำให้ตาสว่างในภายหลัง
จากบริษัทเอกชนขนาดเล็กสู่หน่วยงานขนาดใหญ่ หรือกลับกัน
จากหน่วยงานภาครัฐสู่ภาคเอกชน
เพราะความที่แต่ละแห่งมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนทำงานมองเห็นความเป็นไปหรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองชัดเจนขึ้น เข้าใจกระจ่างแจ้ง
สำหรับผม ได้ค้นพบความจริงบางอย่างที่อยากนำมาแบ่งปัน ข้อแรก การเปลี่ยนงาน แน่นอน มิใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการหนีหรือทิ้งปัญหา
ผมเคยคิดว่า เมื่อเราเปลี่ยนที่ทำงาน เราจะพบกับสถานที่ที่สวยหรูงดงามดีกว่าที่เก่าแน่นอน ปัญหาที่พานพบจากที่เก่า จะมลายหายเข้ากลีบเมฆ
Advertisement
Advertisement
สาเหตุที่ผมโบกมือลาที่ทำงานแห่งหนึ่งก็เพราะปัญหาเพื่อนร่วมงาน...เป็นปัญหาคลาสสิก คนทุกคนย่อมต้องเผชิญกับปัญหานี้ ไม่มีใครรอดพ้น เพราะคนทำงานมาจากหลากหลายครอบครัว...หลากหลายการอบรมเลี้ยงดู รวมถึงช่องว่างทางวัยและเพศ มุมมองทัศนคติจึงไม่ตรงกันได้ง่าย
เป็นเรื่องธรรมดาครับ คนที่เคยทำงานมาหลายปี ย่อมมีประสบการณ์ผลิตผลงานได้ดีกว่า ละเอียดประณีตกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อยหรือไม่มี จึงอาจเป็นข้อเปรียบเทียบที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ ความขุ่นหมองสำหรับคนที่อายุน้อยกว่า ส่งผลให้เกิดการกลั่นแกล้ง หมั่นไส้ทุกสิ่งที่คนมีประสบการณ์กว่าทำ

การแยกเขี้ยว ลับหลังนินทา ต่อหน้าแสร้งยิ้มยินดี กลางที่ประชุมตกลงร่วมมือ แต่ยึดถืออคติเป็นใหญ่ แตะมือจึงมีไม่...เจอเหตุการณ์เช่นนี้ทุกวัน ก็ทำให้หัวใจที่มิใช่หิน...กร่อนบิ่นหมดกำลังใจและโบยบินในที่สุด แม้จะรักงานหน้าที่ทำขนาดไหน แต่บรรยากาศแวดล้อมเป็นมลพิษก็ทำให้จิตใจมัวหมอง สูดดมสิ่งไม่ดี รู้สึกหมองไหม้นานๆ ใครจะทานทนไหว...จำได้ว่าผมทำงานที่แห่งนั้นประมาณครึ่งปี...ก็ต้องเขียนใบลาออก
Advertisement
Advertisement
บินมาหาเรือนรังที่ใหม่ เป็นสถานที่ใหญ่กว่าเดิม...เจอผู้คนหลากหลายมากขึ้น ปัญหาที่ทำงานเก่าน่าจะหมดไป ไม่น่าจะพานพบกับปัญหาเพื่อนร่วมงานหรือการเมืองแล้ว...กลายเป็นว่า เจอสิ่งที่ใหญ่กว่าเดิมคือ เป็นปัญหากับเพื่อนร่วมงานระดับหัวหน้าใหญ่ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เจอ เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันก็เจอ
การแก้ไขงานนั้น ถ้าแก้ไขด้วยเหตุผล เพื่อผลงานที่ดีกว่า ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากแก้แล้ววนกลับมาที่เดิมจะทำให้คนทำงานมึนงงรู้สึกเสียดายเวลาได้ รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่าจะแก้ทำไม เมื่อไม่มีอะไรดีขึ้น
เห็นไหมครับ...ปัญหากับเพื่อนร่วมงาน มีทุกที่ ไม่คนระดับเดียวกัน ต่ำกว่า ก็สูงกว่า คนระดับเดียวกันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน อาจดูเล็กน้อยธรรมดาไปเลย มาเจอคนที่สูงกว่า มีอิทธิพลต่อคุณ ต้องตรวจงานทุกชิ้นของคุณก่อนจะคลอดสู่สายตาคนนอก คุณจะปวดหัวขนาดไหน แม้จะใช้สติใช้ธรรมะคอยเตือนจิตเตือนใจ แต่อคติถือดี ความต้องการเอาชนะ ใครยึดมั่นถือไว้ ก็สร้างปัญหาแก่กันตลอดไป
Advertisement
Advertisement
การเปลี่ยนงาน แน่นอน มิใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการหนีหรือทิ้งปัญหา ถึงปัญหาไม่ได้หายไป แต่ก็ทำให้เราเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น รวมทั้งให้บทเรียนดูสภาวะอารมณ์ความรู้สึกของตัวได้ดีขึ้น

และเราจะหาทางเยียวยาจิตใจที่มิใช่ย้ายงานอีก เช่น พูดคุยระบายให้คนอื่นฟัง การมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่มีประโยชน์ดีกว่า ชีวิตคนทำงานถ้ามัวแต่อมทุกข์ วันเวลาแห่งความสุขก็คงบินหนีจากเราไป
อย่างไรก็ตาม การทำงาน ในยุคดิจิทัล อาจมีการปรับเปลี่ยนที่รวดเร็วขึ้น คือ มีการหมุนเปลี่ยนงานกันทำ เพื่อปรับให้เข้ากับแผนธุรกิจที่สอดคล้องกับการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป คนทำงานอาจได้รับผลดีคือ ได้เปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่ ได้เปิดรับมุมมองใหม่ และได้เรียนรู้กันใหม่ ทีสำคัญคืออย่าปิดกั้นตนเองว่าต้องทำงานอาชีพหนึ่งตลอดชีวิต เพราะในยุคนี้ ความมั่นคงในชีวิตไม่อาจฝากไว้กับอาชีพเดียวเหมือนกับคนยุคก่อนได้
คนทำงานยุคใหม่ จึงต้องรู้จักปรับตัวให้ไวและดียิ่ง รู้จักสลัดอะไรที่ไม่สำคัญออกไป และรู้จักจับยึดประเด็นที่ควรใส่ใจไว้ให้มั่น ยิ่งทุกปีมีคนที่จบการศึกษามาหลายพันคน การแข่งขันในการหางานก็เข้มข้น ใครที่สามารถเรียนรู้ได้เร็ว ไม่ยึดติดกับคนและสถานที่ อีกทั้งสามารถสร้างคุณค่าจากโอกาสที่ได้รับและจากทุกสิ่งที่ได้รับมอบหมาย คนผู้นั้นคือ ผู้ชนะอย่างแท้จริง!
*ขอบคุณภาพประกอบจาก
ความคิดเห็น






