ไลฟ์แฮ็ก

ฝันเฟื่อง หรือ ใฝ่ฝัน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ฝันเฟื่อง หรือ ใฝ่ฝัน

dreamฝัน

 ถ้าพูดถึง “ความฝัน” คงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะมันน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน ในยามที่เราพักผ่อนนอนหลับ จริงอยู่ที่ความฝันย่อมไม่ใช่เรื่องจริง อาจเป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่เราจินตนาการล้วน ๆ ไม่มีวัวปน แต่ มันหามีมีหลักประกันใด ๆ ไม่ว่า ความฝันดังกล่าวจะไม่มีทางเป็นจริง ดังนั้นบทความฉบับนี้จึงไม่ได้ต้องมาอธิบายว่า ความฝันเกิดจากอะไรเพราะผู้อ่านคงน่าจะหาอ่านได้ตามอินเตอร์เน็ต แต่ผู้เขียนจะมาบอกเคล็ดลับที่ทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน

dream coms trueความสำเร็จ = เชื่อว่าทำได้ (ตั้งใจที่จะทำความฝันให้เป็นจริง)+ ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

นั่นคือ “การลงมือทำ” ซึ่งเป็นตัวแปรเพื่อบอกว่าความใฝ่ฝัน ไม่ใช่ความฝันเฟื่อง หรือเขียนเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ คือ ฝันจะเป็นจริง เมื่อ ใฝ่ฝันและลงมือทำ -> ความสำเร็จ = เชื่อว่าทำได้ + ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

Advertisement

Advertisement

ผู้เขียนขอยกตัวอย่างสองเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ได้แก่

1) ผู้เขียนชอบเรียนหนังสือมาก จึงอยากอ่านหนังสือให้เยอะที่สุด เท่าที่จะเป็นได้ จึงทำให้สมัยผู้เขียน อยู่ในชั้นมัธยมศึกษา ผมมีความกระหายการแข่งขันทางวิชาการมาก เพราะในสมัยนั้นจะเป็นที่ทราบดีของเหล่าบรรดานักเรียนว่า ทุก ๆ ปี บ. วิชาการแห่งหนึ่ง นามว่าเสริม... จะมีการจัดกทดสอบความรู้ความสามารถด้านวิชาการแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ฯ ซึ่งวิชาถนัดของผู้เขียน คือ วิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนจะประเมินความสามารถในเบื้องต้นก่อนว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เพราะทางบริษัทฯ จะมอบรางวัลครอบคลุมระดับจังหวัด ภาค และประเทศ ซึ่งผมตั้งใจว่าจะคว้ารางวัลระดับประเทศให้ได้ (เชื่อว่าทำได้) + อ่านหนังสืออย่าต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งปี (ลงมือทำ) จนท้ายที่สุดความพยายามก็เป็นผลเพราะผมคว้าอันดับ 3 ของประเทศมาครอง แต่โชคร้ายที่อันดับ 1 มี 2 คน ผมจึงกลายเป็นอันดับ 3 ของประเทศโดยอัตโนมัติ ซึ่งห่างเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ถึงจะได้ที่ 1 ประเทศ จากรางวัลดังกล่าวทำให้สังคมแวดล้อมตัวผมค่อนข้างคาดหวังว่าผมจะประกอบอาชีพสายวิทยาศาสตร์ แต่แท้จริง คือ สายศิลป์ครับ -> กฎหมายครับพี่น้อง ที่ผมหลงรักตรรกะ หรือการใช้เหตุผลในเชิงสังคมมาก ๆ เพราะมันดูเป็นวิทยาศาสตร์อีกแขงแต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ผมกลับมองว่าสาขาวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ผมไม่มีแรงผลักดันเลยสักนิด จึงทำให้มุ่งเดินหน้าพัฒนาสายวิชาชีพนี้ให้ดีที่สุด

Advertisement

Advertisement

the thirdอันดับ 3 ประเทศ

2) ตามที่ผู้อ่านอาจทราบว่า ผู้เขียนเป็นผู้ประสบปัญหา โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ลงความเห็นว่า โอกาสรอดเพียง 10% ถึงแม้จะรอดก็จะอยู่บนวีลแชร์ตลอดไป   แต่ปัจจุบันนี้ ผู้เขียนกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมสามารถกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติได้เกินกว่า 90% เห็นได้ชัดว่า ผมต้องสร้างความเชื่อก่อนว่าผมต้องทำได้สิ แล้วก็เดินหน้ากายภาพอย่าจริงจังพร้อมได้รับแรงสนับสนุนเสมอมา จนกระทั่งผมกลับมาทำอะไรได้เกือบหมดทุกคงเหลือเพียง วิ่ง ขับรถและทำวิจัยให้แล้วเสร็จตามกำหนดเท่านั้น

                จาก 2เหตุการณ์ข้างต้นเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนผมเสมอว่า Nothing is impossible, the word itself says, ‘I’m possible’! ทว่าเหตุการณ์ที่สองนะจะถือเป็นกรอบให้ผมต้องเตือนตัวเองว่า แม้จะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องไม่ทำอะไรเกินขีดจำกัดของตัวเอง มิฉะนั้น everything is impossible ครับ

Advertisement

Advertisement

MEหลังรอดจากโรคหลอดเลือดในสมองตีบ

                ท้ายนี้ผมเพียงอยากจะบอกว่า ตราบใดที่คุณใฝ่ฝันอะไร ต้องลงมือทำด้วย มิฉะนั้น ความใฝ่ฝันจะกลายเป็นความฝันเฟื่องทันที เพราะ ความฝันเฟื่อง =ใฝ่ฝัน – ลงมือทำ

                จำไว้นะครับ ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ การเริ่มลงมือทำ ... ความรักก็เช่นกัน (หึ)

ป.ล. ขอบพระคุณภาพ

1.ปก โดย cookie_studio จาก freepik https://bit.ly/3aF0ibd

2.ที่ 1 โดย stories จาก freepik https://bit.ly/2NLbIkO

3.ที่ 2 โดย jannoon028 จาก freepik https://bit.ly/3kftTen

4. ที่ 3 โดยผู้เขียนเอง (ยอมพลีชีพ)

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์