อื่นๆ

ขบวนหลอน

3.3k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ขบวนหลอน

วันเข้าพรรษา...บรรยากาศในมหาลัยเชียงใหม่ค่อนข้างเงียบ นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร ต่างกลับภูมิลำเนาของตนเพื่อหยุดพักยาว เว้นเสียแต่ผมที่ต้องมานั่งทำแลปเก็บสารสกัดจากเชื้อรา เนื่องจากครบกำหนดระยะเวลาเพาะเลี้ยงพอดี อีกอย่างแลปนี้เป็นงานวิจัยจบของผมด้วยจึงเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการเพาะเลี้ยงเชื้อราเพื่อหาสารสกัดนั้นจะเลี้ยงเชื้อราในอาหารเหลวซึ่งบรรจุอยู่ในขวดรูปชมพู่ และนำมาวางบนเครื่องเขย่าซึ่งต้องเปิดเครื่องไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เส้นใยเชื้อราติดกัดและกระตุ้นการสร้างสารชีวภาพ

ขวดรูปชมพู่ ตึกคณะวิทย์เวลาเก้าโมงเช้า ห้องแลปสองศูนย์หนึ่งเจ็ดไม่มีรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนผมมาทำแลปสักคน ผมเปิดประตูห้อง หยิบชุดกาวน์สีขาวมาสวม และเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ มองไปยังเชื้อราที่เลี้ยงภายในขวดชมพู่ ยังแกว่งไปมาตามการทำงานของเครื่องเขย่าซึ่งพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว ผมเดินไปปิดเครื่อง หยิบขวดรูปชมพู่ใส่ตะกร้า แล้วเริ่มเก็บสารสกัดทีละขวดด้วยการเทน้ำเลี้ยงเชื้อราลงบนผ้าขาวบางเพื่อกรองเส้นใย แล้วนำส่วนน้ำที่กรองได้ไปสกัดสารด้วยวิธีการทางเคมี

Advertisement

Advertisement

ตึกวิทย์ ขอบคุณภาพ: https://th.foursquare.com/

ดึกสงัด...ราวห้าทุ่มครึ่งมีแต่แสงไฟห้องแลปเพียงห้องเดียวบนชั้นเจ็ด เงียบจนได้ยินเสียงสะท้อนกลับเมื่อผมเดินไปมา ความเหนื่อยล้าเริ่มคืบคลานเข้ามาประดังเดรวมกับความง่วง แต่ผมก็ต้องฝืนใจทำงานให้เสร็จ
“แอ แอ้ แอ แอ้...” เสียงเพลงปี่พาทย์ล้านนาดังขึ้นสอดรับเสียงกลองตีเป็นจังหวะทำลายบรรยากาศความเงียบ  เสียงนั้นผมคิดว่าตัวเองหูแว่ว หรือสงสัยนักศึกษาชมรมพื้นบ้านล้านนาด้านล่างตึกคงจะมาซ้อมดนตรี ทว่าคิดอีกอย่างหนึ่งวันหยุดยาว และดึกขนาดนี้คงไม่ใช่เวลาซ้อมแน่นอน
“โต๊ะ ตึง โต๊ะ ตึง” คราวนี้เสียงกลองเริ่มชัดเจนขึ้น เหมือนกับผู้ตีเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวตึก ความคิดเริ่มก่อกวนใจตามมาด้วยความกลัว
“แพรด แพรด” ไฟเริ่มริบหรี่ลง แสงอ่อนเข้มสลับกันอย่างกับอาการกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ
“พรึบ” ทุกอย่างดับมืดสนิท
“จะให้ทำแลปเสร็จก่อนก็ไม่ได้” ผมพูดกับตัวเอง  ไม่ทันไรใจที่หล่นไปอยู่ตรงตาตุ่มกลับจมดิ่งไปกว่าเดิม เมื่อเห็นความผิดปกติของอุปกรณ์แลป  ชิ้นหนึ่ง
“แต้ก” สวิตช์เครื่องเขย่าเด้งเปิดทำงานเอง ไฟสีแดงเปล่งแสง เครื่องเขย่าริมหน้าต่างหมุนอยู่สองสามรอบก่อนจะหยุดลง คงเป็นสาเหตุจากไฟค้าง ผมเดิน เก้ ๆ กัง ๆ ไปชักปลั๊กออกกลัวเครื่องจะเสีย ขณะเดินไปที่เครื่องราวกับเดินอยู่ใกล้แหล่งที่มาของเสียงปริศนาซึ่งเป็นเสียงเพลงแห่บรรเลง และยังได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่

Advertisement

Advertisement

เครื่องเขย่า ขอบคุณภาพ:https://www.scilution.co.th/product/shaker-os/


ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อย่างน้อยผมก็เรียนคณะวิทย์ เมื่อมองลอดหน้าต่างออกไปผมถึงกับผงะ มีเงาตะคุ่ม ๆ ของฝูงคนจำนวนมาก ด้านหน้าขบวนมีผู้ถือเครื่องสักการะล้านนา ทั้งต้นดอกขี้ผึ้ง ต้นดอกเทียน พุ่มหมาก ตามมาด้วยคนถือธงแดง กลางขบวนมีเสลี่ยงแบกหามผู้หญิงคนหนึ่ง ต่อด้วยวงเครื่องดนตรีและประดับด้วยริ้วขบวนธงอีกชุดหนึ่ง   ทิ้งท้าย ขบวนค่อย ๆ เคลื่อนไปอย่างเอื่อย ๆ ไม่เร่งรีบ ผมพยายามขยี้ตาเพื่อเพ่งมองหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์เจ้านายฝ่ายเหนือบนเสลี่ยงแต่ความมืดก็บดบังทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจนนัก
ราวกับว่าสิ่งที่ผมปรารถนา...นั้นทราบความคิด ขบวนจึงหยุดชั่วครู่ เหมือนมีคนเอาแว่นขยายมาจ่อลูกตาผม จนเห็นภาพผู้หญิงบนเสลี่ยงนั่งหลังเหยียดตรง เธอค่อนข้างผิวขาวนวล รูปร่างไม่อ้วนผอมจนเกินไป เมื่อสวมชุดแต่งกายล้านนาจัดว่าสวยจนประกวดนางงามได้ เธอมองตรงไปเบื้องหน้าทางเดิน ผมภาวนาให้เธอหันหน้ามาด้านข้างสักหน่อย แล้วเธอก็หันมาจริง ๆ เธอมองขึ้นบนหน้าต่างตรงผมยืนเสียด้วยซ้ำ

Advertisement

Advertisement

ใบหน้าเธอสวยอย่างที่ผมคาดไว้ แต่กลับมีหยาดน้ำตาสีแดงที่ไหลตลอดไม่ขาดสาย อาบเปื้อนแก้ม ใบหน้าเธออมทุกข์ไร้รอยยิ้มอย่างกับทนอยู่กับความทุกข์โศกมานานหลายขวบปี ดวงตาสีแดงก่ำจ้องสบสายตามายังผมสักเสี้ยววินาที ผมสั่นจนต้องหลบสายตาต่ำลงไปยังกลุ่มผู้คนในขบวนแทน แต่แล้วผมก็ตกตะลึงไปอีกเมื่อกลุ่มคนในขบวนนั้นไม่มีหัว!!!

สติสัมปชัญญะผมดับลงตั้งแต่ตอนนั้น มารู้สึกตัวอีกทีก็มานอนที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว พอประติดประต่อความได้ว่าผมเป็นไข้ตัวสั่นไม่ได้สติล้มตัวนอนบนโซฟาในห้อง โชคดีที่มีพี่ปอโทเข้ามาทำแลปในช่วงเช้าพอดีจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล

“เป็นไงบ้างเราอ่า” พี่ปอโทถาม
“ก็ยังมึน ๆ หน่อยครับ”
“ป่วยควรจะพักนะ ไม่ควรหักโหมทำแลป” พี่คนเดิมเตือน
“ก่อนทำแลปผมก็แข็งแรงดีครับพี่ แต่ผมดันเจอเรื่องขบวน...” ผมเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอในคืนกวันเข้าพรรษาให้ฟัง
เมื่อเล่าจบพี่ปอโทถึงกับพูดเสียงดังด้วยความตกใจ “ขบวนแดงมอชอ”
“เป็นอย่างไงเหรอครับพี่”
“มีเจ้านางฝ่ายเหนือทรงมีพระสิริโฉมงดงามมีความรักกับทาส แล้วเจ้าเมืองไม่พอใจเลยออกอุบายให้ทาสแบกเสลี่ยงพาเจ้านางไปประพาสป่า จากนั้นก็สั่งกุดหัวทาสคนนั้นต่อหน้าเจ้านางพร้อมกับสั่งให้เจ้านางตัดใจ แต่เจ้านางก็ไม่สามารถตัดใจได้จึง ตรอมใจตายตาม และเพื่อรักษาเกียรติของเจ้านาง    เจ้าเมืองจึงสั่งให้ตัดหัวทาสในขบวนแห่ทุกคน พี่ก็ได้ยินเล่ามาหลายรุ่นละว่าจะเจอขบวนนี้ช่วงวันเข้าพรรษา และมอชอเมื่อก่อนเป็นป่าจึงมีความเป็นไปได้”
“ผมก็เจอดีเข้าแล้วสิพี่”
“พ้นเคราะห์พ้นโศกแล้วแหละ ไม่เป็นไรหรอก” คนพาผมมาส่งโรงพยาบาลพูดปลอบ
“แต่ก็ดีแล้วอย่างน้อยก็ทำแลปทันนะ รู้มั้ยเครื่องเขย่าที่น้องเคยใช้เสีย มันไหม้ สงสัยไฟลัดวงจรเมื่อคืน พี่จะเลี้ยงเชื้อต่อเลยต้องไปยืมห้องอื่น”    พูดจบพี่ปอโทก็ยื่นภาพในโทรศัพท์มือถือให้ผมดู
ภาพสวิตช์เครื่องเขย่าไหม้และแตกออก กรอบพลาสติกสีแดงเห็นรอยดำชัดเจน ผมเอะใจเมื่อคืนมันไม่ได้ไหม้แน่นอนเพราะชักปลั๊กแล้ว นึกไตร่ตรองหาเหตุผล สายตาแดงก่ำคู่นั้น..!!!

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์