คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

คู่มือตัวตนเป็ด a jack of all trades รู้ตัวเองสักดีว่ามีดีหลายด้าน

Churippumayako
Churippumayako
|7 min read
อ่านบทความอื่นจาก Churippumayako
แจ้งตรวจสอบ
คู่มือตัวตนเป็ด a jack of all trades รู้ตัวเองสักดีว่ามีดีหลายด้าน

หากพูดถึงความถนัดของแต่ละคนนั้น แน่นอนว่าย่อมแตกต่างกันไป บางคนถนัดไปทางการใช้ร่างกาย คำพูด สมอง บางคนถนัดทางด้านศิลปะ ภาษา ตรรกะ วิทยาศาตร์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ดูเหมือนว่าจะทำได้หลายอย่าง ไม่แต่แน่ใจนักว่าสิ่งไหนถนัดที่สุด บางทีถ้าพวกเขาถูกเสนอให้ทำงานหลายประเภท พวกเขาอาจทำได้ทุกประเภทก็ได้ เพียงแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ กลุ่มคนที่กำลังพูดถึงอยู่นี่แหละ คือ ชาวเป็ด 

ก่อนอื่นขออธิบายลักษณะของการเป็นเป็ด หรือ a jack of all trades ให้ฟังก่อน จริงๆแล้วที่มาของคำว่า 'เป็ด' สันนิษฐานว่ามาจากการที่คนคนหนึ่งมีลักษณะความถนัดในหลากหลายทาง แต่ไปไม่สุดสักทาง จึงมีการเปรียบเทียบกับลักษณะของเป็ด เพราะเป็ดเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำได้ ทำสิ่งอื่นๆได้ แต่บินไม่ได้เหมือนสัตว์ปีกตัวอื่นทั้งๆที่มีปีก ทำให้มีการเปรียบเทียบกับคนที่มีความถนัดในหลายๆทาง แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางใดทางหนึ่ง ในภาษาอังกฤษนั้น ใช้คำว่า a jack of all trades ถ้าเปรียบเป็นไพ่ก็คือ เป็น jack ที่ไม่ได้มีแต้มเทียบ king หรือ queen นั่นเอง นอกจากนั้นยังสามารถใช้คำว่า Multipotentialite ซึ่งก็หมายถึงคนที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างแต่ไม่ได้เก่งที่สุดสักทาง จะตรงข้ามกับพวก Specialist คือผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ พอรู้ความหมายแล้วอย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะหากคุณรู้จักการเป็นเป็ดที่แท้จริงแล้วนั้น มันมีข้อดีอะไรซ่อนอยู่

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก : https://pixabay.com/photos/playing-cards-diamonds-jack-king-809342/

คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็น 'เป็ด' ?

ก่อนจะไปรู้ข้อดีและข้อเสียของการเป็นเป็ด มารู้จักลักษณะของเป็ดกันก่อนดีกว่า หากคุณมีลักษณะตามข้างล่างนี้ คุณอาจเป็นเป็ดอยู่ก็ได้ 

- คุณเป็นคนที่มีความสนใจในหลายๆ เรื่อง ปะปนกันไป ไม่จำเพาะเจาะจงด้านใดด้านหนึ่ง

Advertisement

Advertisement

- คุณเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ คุณตื่นตัวและตื่นเต้นกับความรู้ใหม่ สิ่งใหม่ รู้สึกท้าทาย และอยากลอง

- คุณใช้เวลากับสิ่งที่คุณสนใจได้ไม่นาน หมายความว่าเวลาคุณสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วพอคุณศึกษาไปสักระยะ คุณอาจเกิดความเบื่อหน่ายและหันเหไปสนใจสิ่งอื่นแทน

- คุณมีงานอดิเรก สิ่งที่ชอบค่อนข้างเยอะ และหลากหลาย

- เมื่อเจองานใหม่ คุณสามารถปรับตัวเข้ากับงานนั้นๆได้ ค่อนข้างเร็ว 

- คุณมีความรู้ในหลากหลายด้าน แต่รู้ไม่ลึกถึงขั้นเชี่ยวชาญ

- คุณไม่รู้ หรือไม่แน่ใจว่า จริงๆแล้ว คุณชอบทำอะไร หรืออยากเป็นอะไร

หากคุณเข้าเกณฑ์การเป็นเป็ด หรือรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นคนที่มีความถนัดหลายทาง แต่ไม่ได้มุ่งเชี่ยวชาญสักทางแล้ว ได้เวลามารู้จักจุดแข็งของตัวเองเพื่อที่จะพัฒนาทักษะและความรู้กันบ้าง หากสังเกตจากข้อคำถามแล้ว คุณจะสามารถเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของตนเองแฝงอยู่ในลักษณะความถนัดเหล่านั้นได้แน่นอน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

Advertisement

Advertisement

ข้อดีข้อที่ 1 คุณเป็นคนที่เปิดรับการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และรู้จักวิธีที่จะขนขวายความรู้สู่ตัวเอง

ชาวเป็ดนั้นรักการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองสนใจ หรือสิ่งใหม่ๆ ทำให้พวกเขาสามารถหาวิธีขนขวาย และลงมือทำได้ทันที ข้อดีข้อนี้ทำให้ชาวเป็ดได้เปรียบตรงที่เป็นคนที่รวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และค่อนข้างมี passion ในการค้นคว้าสิ่งต่างๆ ข้อนี้จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ชาวเป็ดไม่หยุดอยู่กับที่ และเป็นข้อดีที่ทำให้เห็นว่าคนที่มีความสนใจในหลากหลายด้านสามารถมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ เพราะพวกเขาไม่หยุดพัฒนาตัวเองง่ายๆนั่นเอง 

ภาพจาก : https://pixabay.com/photos/young-woman-workspace-working-girl-791849/

ข้อดีข้อที่ 2 คุณสามารถปรับตัวเข้ากับลักษณะงานได้หลากหลาย เพราะจุดแข็งข้อที่หนึ่ง

จากการที่คุณเป็นคนที่มีความสนใจหลากหลายด้าน และชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เมื่อได้รับมอบหมายที่แตกต่าง หรืองานที่มีลักษณะใหม่ พวกเขาจะปรับตัวเข้ากับงานนั้นๆได้เร็ว และค่อนข้างดี เพราะสกิลการขนขวายความรู้ของตนเอง ทำให้ชาวเป็ดสามารถปรับตัวได้แบบไม่ต้องเกี่ยงงาน นอกจากนั้นบางคนอาจสามารถนำจุดแข็งตรงนี้ไปพัฒนาให้เกิดงานอื่นๆได้ เช่น งานอดิเรก หรืองานหารายได้พิเศษ 

ภาพจาก : https://pixabay.com/photos/women-teamwork-team-business-1209678/

ข้อดีข้อที่ 3 คุณสามารถ enjoy กับงานหลากหลายด้านได้

เพราะคนที่เป็น Jack of all trades เป็นพวกชอบปลอดล็อค skills ต่างๆ พวกคุณชอบความท้าทายและความแปลกใหม่ในชีวิต จึงทำให้พวกคุณมี mindset ค่อนข้างดีเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่แตกต่างออกไปจากเดิม จุดแข็งข้อนี้ก็เป็นผลพลอยได้มาจากการที่คุณปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ได้ง่ายนั่นเอง ข้อดีข้อนี้จึงทำให้คุณเป็นคนที่ค่อนข้าง positive ต่องานใหม่ๆ และสามารถมองเห็นด้านดีในสถานการณ์ต่างๆได้ 

ภาพจาก : https://pixabay.com/photos/woman-work-office-whiteboard-4702060/

นี่คือข้อดีหลักๆ ของชาวเป็ด ต่อมาเราจะมาดูข้อเสียกัน

ข้อเสียข้อที่ 1 คือ คุณเป็นคนที่มีความสนใจหลากหลายด้าน เลยทำให้ไม่สามารถเลือกสักด้านให้เชี่ยวชาญได้

จากการที่ชาวเป็ดของเรานั้น รักการเรียนรู้ซะเหลือเกินจนทำให้เลือกไม่ได้สักทีว่าจะไปเป็นนก หรือเป็นหงส์ เพราะพวกเขาหันเหหความสนใจในสิ่งต่างๆได้ง่าย บางครั้งชาวเป็นจึงมักจะเกิดความท้อใจได้ง่าย เมื่อไม่รู้สักทีว่าตนเองอยากเอาดีทางด้านไหน บางทีเหมือนจะไปทางนี้ได้ดี แต่ทางนั้นก็อยากลอง ก็เหมือนลูกเป็ดที่มัวว่ายน้ำ เดินเล่น กระพือปีกบ้าง แต่ถ้าไม่ได้ฝึกฝนการบินบ่อยๆก็จะบินไม่ได้นั่นเอง แต่อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะถ้าคุณฝึกบินบ่อยๆ อย่าเพิ่งหันเหไปวิ่งเล่น คุณก็จะพัฒนาตัวเองได้อย่างแน่นอน เพราะข้อดีของ Multipotentialite คือไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเป็ดยังไงล่ะ

ข้อเสียข้อที่ 2 ชาวเป็ดมักจะเกิดอาการหมด passion กับงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ได้ง่าย

สาเหตุเพราะชาวเป็ดของเราใช้แรงไปทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันน่ะสิ เพราะความสนใจของพวกเขามีล้นหลาม วันๆนึงพอศึกษาเรื่องนี้เสร็จก็อยากจะลองเรื่องนั้น เหมือนลูกเป็ดขอแวะไปทำนู่นทำนี่ ทำให้คุณหมดแรงไว เพราะฉะนั้นหากคุณอยากพัฒนาทักษะใดทักษะหนึ่งอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ควรแบ่งเวลาฝึกฝนเพื่อเพิ่มชั่วโมงบินให้กับตัวเองบ่อยๆ อาจจะไม่ถึงขั้นต้องตัดความสนใจด้านอื่นๆออกไป แต่เรียงลำดับความสำคัญไว้ก็ช่วยได้มากเลยนะ

ภาพจาก : https://pixabay.com/photos/man-face-traugikeit-despair-93951/

คู่มือและวิธีใช้ skills เป็ด

ด้วยเทคโนโลยีและการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และความคิดในปัจจุบันจึงทำให้กลุ่มคนที่มีความถนัดแบบ Multipotentialite มีโอกาสค้นคว้าและทดลองงานหลากหลายด้าน หรืออาจจะครบทุกอย่างที่เป็ดตัวหนึ่งอยากลองทำ ทำให้ในสังคมปัจจุบันกลุ่มคนที่มีความถนัดหรือสนใจในหลายด้านมีความสำคัญกับสังคมการทำงานเช่นเดียวกับ Specialist หรือกลุ่มคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกก้าวไปข้างหน้าค่อนข้างเร็ว บุคคลที่รู้จักปรับตัวได้อย่าง Multipotentialite จึงอาจจะเป็นที่ต้องการของนายจ้าง เพราะจุดแข็งของพวกเขา โดยเฉพาะความสามารถด้านการปรับตัวและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ทำให้ความถนัดหลากหลายด้านเป็นผลบวกต่องานต่างๆ นายจ้างหลายๆคนจึงหันมาให้ความสำคัญกับบุคคลที่สามารถทำงานได้หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม ค่านิยมและความกดดันทางสังคมก็ยังสามารถทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างการเป็น Specialist อยู่ดี จากบทความในเว็บ Puttylike ชื่อว่า The Science of Being an Authentic Multipotentialite โดย Emilie Wapnick หนึ่งในผู้เข้าร่วมการวิจัยบุคคลที่มีความสนใจหลากหลายด้าน ได้สรุปข้อมูลจากวารสารทางวิชาการในหัวข้อ “From Synchronizing to Harmonizing: The Process of Authenticating Multiple Work Identities” ไว้ว่า บุคคลที่เป็น Multipotentialite หรือคนที่มีความสนใจหลากหลายด้านสามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังพัฒนาไปเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความถนัดด้านหนึ่ง หรือ Specialist ได้ เมื่อทำ 3 อย่างนี้

1. พัฒนาการฝึกฝนและกิจวัตรในแต่ละงานแยกจากกัน
เมื่อคุณมีความสนใจหลากหลายด้าน คุณมักจะนำความสนใจทั้งหมดมาปะปนกันจนทำให้ไม่สามารถพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งได้สำเร็จ ดังนั้นการแบ่งงาน และแบ่งเวลาฝึกฝนแต่ละงาน หรือแต่ละความถนัดออกจากกันจะทำให้คุณพัฒนาทักษะและความรู้แต่ละด้านได้ดีมากขึ้น โดยคุณอาจจะทำตารางในกิจวัตร และเรียงลำดับความสำคัญของกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง ฝึกฝนและทำตามที่สิ่งตั้งไว้เป็นประจำ แล้วคุณจะสามารถพัฒนาทักษะและความรู้ที่มีให้เชี่ยวชาญได้มากขึ้น

2. ยอมรับความชอบ ความสนใจที่มี แม้มันจะต่างกันสุดขั้ว

หลายครั้งที่ความชอบของคุณแตกต่างกันคนละขั้ว ยกตัวอย่างเช่น บางคนชอบซ่อมรถ แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบทำผม ด้วยความที่ความสนใจมันไม่เหมือนกันเลยจึงมักทำให้เกิดความขัดเคืองใจข้างใน และอาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่อยากยอมรับ หรือไม่กล้าพัฒนาทักษะดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณเปิดใจยอมรับและมองในภาพรวมว่าความชอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณ และเป็นแรงบันดาลหนึ่งที่ทำให้คุณได้เรียนรู้หลายๆทักษะ คุณจะสามารถมองเห็นประโยชน์จากมันและบางทีคุณอาจจะสามารถเชื่อมต่อความชอบที่ต่างกันมากให้ก่อเกิดเป็นอาชีพ หรืองานที่มีคุณค่าได้

3. เปิดเผยความชอบแต่ละด้านกับบุคคลที่เหมาะสม

จริงอยู่ที่คุณมีความสนใจหลากหลายด้าน แต่ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องนำเสนอทุกด้านให้คนอื่นรับฟัง เพราะพวกเขาอาจไม่อินกับทุกเรื่องที่คุณเล่า หรืออาจมีข้อสงสัย ข้อเปรียบเทียบเกี่ยวกับการความสนใจในหลายด้านของคุณขึ้นมาจนทำให้คุณอึดอัดใจ เพื่อป้องกันสถานการณ์ดังกล่าวคุณควรเลือกแชร์เรื่องราวแต่ละด้านหนึ่งๆของคุณ ให้แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มที่เหมาะกับความสนใจนั้นๆฟังแทน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณชอบถักไหมพรม คุณก็ไปคุยกับกลุ่มที่ชอบเหมือนกันเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ และชื่นชมความชอบของกันและกัน เมื่อคุณได้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มคนที่มีความชอบคล้ายกัน คุณก็จะรู้สึกว่าคุณเริ่มพัฒนาและเชี่ยวชาญมากขึ้นเมื่อมีใครยอมรับความชอบหรือผลงานของคุณนั่นเอง

กลยุทธและแนวทางการทำงานของชาวเป็ด

ชาวเป็ดหลายคนอาจอยู่ในวัยทำงาน หรือกำลังตั้งคำถามว่า แล้วจะทำอย่างไรเมื่อยังเป็นเป็ด และมีความสนใจหลากหลายด้านเหลือเกิน จนเลือกไม่ถูกว่าจะทำงานสายไหน หรือใช้ชีวิตไปกับอาชีพอะไรที่ชอบ วันนี้เรามีคำแนะนำจากหนังสือ How to Be Everything: A Guide for Those Who (Still) Don't Know What to Be When They Grow Up โดย Emilie Wapnick มาฝากกัน ในหัวข้อนี้กล่าวถึงลักษณะของคนที่เป็น Multipotentialite และแนวทางการทำงานที่เหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้ไว้เอาไว้ 4 แนวทางด้วยกัน

แนวทางแรก คือ All in one หรือ งานเดียวแต่รวมความสนใจไว้หลายด้าน

หากคุณสามารถหางานที่รวมความสนใจหลายๆด้านที่คุณมองหาอยู่ ถือว่าเหมาะกับ Multipotentialite เลยล่ะ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะสามารถมีงานหลักตามตำแหน่งได้เพียงงานเดียว แต่ในตำแหน่งนั้นต้องอาศัยการใช้ทักษะและความรู้ที่หลากหลาย ถือว่าคุณยิงเป็นนัดเดียวได้นกหลายตัวเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น งานสอน หากคุณเป็นคนที่ชอบสอน ในขณะเดียวกันก็ชอบเรียนรู้ ชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบทำสไลด์สวยๆ และเข้ากับคนอื่นได้ดี คุณก็สามารถประเภทงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนได้ เช่น เป็นคุณครูประจำ หรือเป็นติวเตอร์ก็ได้ เพราะการสอนครั้งหนึ่งต้องเตรียมเอกสาร ต้องหาความรู้ใหม่ๆเพิ่ม และต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมกับนักเรียน ก็ถือว่าเป็นงานที่ตอบโจทย์ความชอบของคุณได้หลายอย่าง หากคุณไม่ชอบงานสอนยังมีอีกหลายงานที่สามารถรวมความชอบของคุณไว้ด้วยกันได้ เช่น การทำธุรกิจ start-up เพราะคุณสามารถระดมทุกความรู้และความถนัด ไม่ว่าจะเป็น ความคิดสร้างสรรค์ การตลาด การจัดการทรัพยากร และอื่นๆ ออกมาเป็นธุรกิจของคุณได้เลยนั่นเอง 

แนวทางที่สอง คือทำ Part-time ตามใจชอบ

ในเมื่องานประจำหรืองานหลักที่คุณมีไม่ตอบโจทย์ ลองหางานพาร์ทไทม์ที่ชอบทำสิ คุณจะได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบแถมได้รายได้เพิ่มไปอีก แนวทางนี้รับรองว่าไม่ว่าคุณจะมีกี่ความสนใจ คุณก็สามารถทำได้ เพราะเป็นงานเสริมที่ไม่จำเป็นเท่างานหลัก เป็นงานที่คุณทำเพื่อฝึกฝนทักษะ และบางทีอาจได้รายได้เสริมมาก็เท่านั้น คุณจะทำกี่งาน วันเวลาไหน ก็แล้วแต่คุณจะจัดตารางได้เลย ถือว่าเป็นแผนที่ดีต่อคนที่มี energy และ passion ในการทำสิ่งที่ชอบให้เกิดเป็นงานมากกว่าทำเป็นงานดิเรก ยกตัวอย่างเช่น Youtuber และ Infliencer ที่เป็นอาชีพที่มาแรงในยุคนี้ เพราะคุณสามารถแบ่งปันความชอบหรือเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ได้ รวมถึงสามารถสร้างรายได้ได้เช่นกัน ดังนั้นจงให้กำลังใจตัวเองและเปิดใจ ว่าคุณยังสามารถใช้เวลาและหารายได้ไปกับสิ่งที่ชอบได้ ถึงแม้จะมีงานหลักแล้วก็ตาม 

แนวทางที่สาม คือ เลือกงานที่ใช่ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งเวลา

สำหรับแนวทางนี้คุณต้องหางานที่มีค่าตอบแทนค่อนข้างดี และก็เป็นงานที่คุณสามารถ enjoy กับมันได้ และที่สำคัญคือเป็นงานที่มีเวลาพักผ่อนสำหรับต่อยอดความสนใจด้านอื่นๆ ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น งานประจำหลายๆงาน อาชีพรับราชการ หรืองานบริษัทเอกชน ที่จะมีค่าตอบแทนสม่ำเสมอ รวมถึงมีสวัสดิการค่อนข้างดีให้กับคุณ เพื่อที่จะสามารถลดความกังวลทางการเงิน และสร้างความมั่นคงให้คุณได้นั่นเอง ที่สำคัญคือมีวันลาและวันหยุดพักผ่อน เพื่อที่คุณจะสามารถใช้วันลา และช่วงเวลาแห่งการพักร้อนไปกับสิ่งที่ชอบ หรือเพื่อหา inspiration ใหม่ๆได้ นอกจากงานที่กล่าวมาก็ยังมีอีกหลายงานที่ได้เงินดี แถมยังมีช่วงวันหยุดให้ด้วย ทั้งนี้แล้วแต่คุณจะค้นหาและพิจารณาตามความสนใจ

แนวทางที่สี่ คือ ทำงานหนึ่งให้พอใจแล้วเปลี่ยนงานใหม่ก็โอเค

แนวทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย และความเสี่ยงอยู่หน่อยๆ ที่สำคัญต้องวางแผนอย่างดีเพื่อที่จะทำให้ไม่พลาดเป้าหมาย นั่นก็คือ การทำงานในสายงานหนึ่งๆที่ชอบเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจจะประมาณ 3-5 ปี แล้วค่อยเปลี่ยนงานไปยังสายงานที่สนใจอื่นๆ ต่อไป ข้อดีของแนวทางนี้คือ คุณจะสามารถมีเวลาพัฒนาตนเองไปกับความถนัดหนึ่งๆ ตามระยะเวลาที่ต้องการ ในขณะเดียวกันเมื่อเปลี่ยนงานก็สามารถไปพัฒนาทักษะอื่นๆ หรือ ต่อยอดความถนัดเดิมไปอีกระดับหนึ่งได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม มันก็มีความเสี่ยงอยู่แน่นอนเพราะคุณต้องวางแผนและจริงจังกับงาน ทั้งงานเก่าและงานใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยน เพื่อให้มีเครดิตที่ดี และสามารถมัดใจแผนกบุคคลให้รับเข้าที่ทำงานได้ เรียกว่าเป็นกลยุทธที่ต้องมุ่งมั่นในเป้าหมาย และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะได้ลองทำหลายๆ อย่าง ไปพร้อมกับการมีหน้าที่การงานที่มั่นคงด้วย

จากข้อแนะนำทั้งหมดข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเป็นคนที่มีความถนัดและความชอบหลากหลายด้านไม่ใช่เรื่องแย่ คุณเป็นคนที่มีศักยภาพในการพัฒนาทักษะต่างๆเป็นอย่างมาก ความสนใจในหลากหลายด้านของคุณนั้นช่วยให้คุณมีความคิดที่ creative ได้ หากคุณรู้จักตนเอง ลองวางแผนและหมั่นฝึกฝน จนสามารถนำความรู้มาเชื่อมโยง ต่อยอด และประสบความสำเร็จได้ในทางหนึ่ง คุณก็จะเป็นเป็ดที่เชี่ยวชาญได้ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีทั้งงาน ทั้งอาชีพที่แปลกใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยทำให้คุณได้ทดลองทำอะไรหลายอย่างที่ชอบมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่คุณจะได้ลองทำ ลองเป็นทั้งหมดที่คุณอย่างเป็น เพราะบางทีเราไม่จำเป็นต้องเกิดมาทำหรือเป็นแค่อย่างเดียว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากบทความ The Science of Being an Authentic Multipotentialite โดย Emilie Wapnick 

ขอขอบคุณข้อมูลจากวารสารทางวิชาการในหัวข้อ  From Synchronizing to Harmonizing: The Process of Authenticating Multiple Work Identities โดย Caza, Moss, & Vough (2017)

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ How to Be Everything: A Guide for Those Who (Still) Don't Know What to Be When They Grow Up โดย Emilie Wapnick 

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก @thiszun โดย pexels

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 1 จาก Gina_Janosch โดย pixabay

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 2 จาก kaboompics โดย pixabay

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 3 จาก RAEng_Publications โดย pixabay

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 4 จาก geralt โดย pixabay

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด