คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

บ้านเช่าหลอน

Nanthi
Nanthi
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Nanthi
แจ้งตรวจสอบ
บ้านเช่าหลอน

 

   สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากขึ้นชั้นปีที่ 2 เราและเพื่อนๆได้ย้ายออกจากหอพักในมหาวิทยาลัย  มาเช่าทาวเฮ้าส์อยู่ในซอยใกล้ๆ   พวกเราทั้งหมดเป็นผู้หญิง 7 คน เรียนคณะเดียวกัน  จึงค่อนข้างสนิทกันมาก

   ทาวเฮ้าส์ที่มาเช่าอยู่มีสีขาว ตัวบ้านดูสะอาดสวยงามดี ตัวบ้านมีลักษณะ 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดยห้องน้ำจะอยู่ชั้น 2

   จำนวน 1 ห้อง และ ชั้น 1 ใกล้ๆบันได 1 ห้อง ห้องนอนใหญ่อยู่หน้าบ้าน  มีระเบียงและประตูสามารถเปิดออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงได้  ด้วยความที่ห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่น จึงต้องพักกัน 3 คน  ส่วนห้องนอนเล็กก็แบ่งกันห้องล่ะ 2 คน   ส่วนชั้นล่างแบ่งเป็นห้องรับแขก ซึ่งสำหรับนักศึกษาอย่างเรา มันก็มีแค่ทีวีและปูเสื่อเอา เพราะบ้านที่มาเช่าเป็นบ้านเปล่าๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์  ส่วนด้านหลังเป็นครัว

   ที่มีชุดบิ้วอินเป็นเคาเตอร์และซิ้งค์ล้างจ้าน ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ต่อเติมหลังคาออกไปแบบที่นิยมกัน ชีวิตพวกเราส่วนใหญ่  หมดไปกับการเรียน  และเล่นเฮฮาประสาวัยรุ่น ด้วยความที่อยู่กันหลายคน บ้านจึงไม่เงียบเหงา  

Advertisement

Advertisement

   ในช่วงใกล้สอบ ทุกคนต่างคร่ำเคร่ง กับการอ่านหนังสือ ค่ำวันหนึ่ง แอนเพื่อนที่พักอยู่ห้องนอนเล็ก มาเปิดประตูชะโงกถามว่า 

   "ตะกี้ใครแกล้งเรา มาปิดไฟห้องน้ำทำไม แกล้งเคาะประตูอีก แหมแกล้งเสร็จล่ะ วิ่งหนีกันเสียงดังตึงตังเชียวนะ  ตะกี้แวะดูอีกห้องก็ไม่มีใครอยู่"  พอแอนพูดจบ พวกเรา 3 คนมองหน้ากันเลิ่กลั่กๆ เราอยู่ในห้องกับเพื่อนอีก 2 คน ไม่มีใครออกจากห้องเลย 

   ในช่วง 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมา แล้วใครไปแกล้งแอน แล้วเสียงดังตึงตังนั้น ทำไมแอนได้ยินคนเดียว   

   ในช่วงระหว่างวัน บางคนอาจมีเรียนบางวิชาไม่ตรงกัน ทำให้บางคนกลับมาก่อน  ในวันนั้นน้ำเพียงคนเดียว ที่ไม่มีเรียนช่วงบ่าย  จึงกลับมาที่บ้านก่อนคนอื่น ในเย็นวันนั้น เมื่อพวกเราทยอยกลับมา ก็แปลกใจว่าทำไมน้ำไม่อยู่ที่บ้าน เพราะน้ำได้บอกกันไว้ก่อนแล้วว่าจะกลับมาพักก่อน น้ำกลับเข้ามาช่วงค่ำ พร้อมกับมีเพื่อนของน้ำมาส่ง เพื่อนคนนั้นมาส่งที่หน้าบ้าน เขาแหงนขึ้นมองไปที่ระเบียงชั้นสองและนิ่งไป ไม่ยอมเข้ามาในบ้าน และหลังจากส่งน้ำเสร็จ ก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์จากไป   

Advertisement

Advertisement

  แววตาในความมืด

     วันต่อมาที่มหาวิทยาลัย น้ำเล่าให้ฟังว่าตอนที่กลับมาที่บ้าน ด้วยความที่อากาศร้อนมาก จึงไปล้างหน้าที่อ่างล้างหน้า  หน้าห้องน้ำใกล้บันได ด้วยความที่พวกเราล้วนเป็นสาวๆ   รักสวยรักงามกัน  เราวางกระจกบานใหญ่ ไว้ตรงข้ามกับบันไดประมาณว่าก่อนออกไปข้างนอกจะได้สำรวจความเรียบร้อย  ของเสื้อผ้าหน้าผมกัน  ในจังหวะที่ล้างหน้า  น้ำเงยหน้าขึ้นมองกระจกเหนืออ่างล้างหน้า ซึ่งจากในมุมของกระจก  ก็จะเห็นกระจกบานใหญ่ ซึ่งตั้งเยื้องกันนั่นเอง ในกระจกน้ำเห็นขาของคนกำลังก้าวขึ้นบันไดช้าๆ หายลับไป ทั้งๆที่ตอนนั้น น้ำอยู่บ้านคนเดียว ณ ตอนนั้นน้ำบอกว่า ให้อยู่คนเดียวคงไม่ไหว  เลยหอบหนังสือไปขอติวบ้านเพื่อนแทน

Advertisement

Advertisement

   ในตอนนั้น ถ้าจะให้ย้ายออกกลางเทอม ก็ต้องเสียเวลาหาบ้านใหม่  ซึ่งบ้านหลังนี้ทำเลดี ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ค่าเช่าก็ไม่แพง ทำให้พวกเราก็ยังอยู่กันต่อไป แต่พยายามเลี่ยง  ที่จะอยู่คนเดียวในบ้าน  จนกระทั่งในช่วงปิดเทอม   เรากับเพื่อนอีก 2 คน

   จะเข้ามาช่วยงานที่ภาควิชา ตอนนั้นคือ  คิดแค่ว่าช่วงปิดเทอมใหญ่ อยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร มาช่วยงานกิจกรรมของคณะดีกว่า ได้ประสบการณ์ด้วย เวลาเรียนจบจะได้เขียนลงเรซูเม่สวยๆ ว่าเคยช่วยงานกิจกรรมมหาวิทยาลัยมาบ้าง

หน้าต่างมืดๆ

   ถามว่ากลัวมั้ย เราคิดว่า 3 คน คงไม่เป็นไรยังพออุ่นใจอยู่ เรา แจง มี่ นัดกันเป็นมั่นเหมาะ จนมาถึงวันนัด ปรากฎว่า มี่ติดธุระที่บ้านจะตามมาอีก 2 วัน คืนนั้นเราจึงขอให้แจงย้ายจากอีกห้อง มานอนห้องใหญ่ด้วยกัน เพราะการนอนคนเดียวในห้องใหญ่  มันจะดูวังเวงไปหน่อย  แม้ในใจจะพร่ำด่าเพื่อนตัวดี ที่ปล่อยให้เรา ต้องมานอนวังเวงกันสองคน พอตกกลางคืน หลังจากล๊อคประตูบ้านเรียบร้อย เรากับแจงก็เข้าห้องนอน ล๊อคประตูอย่างดี แล้วเราก็หลับไป ตื่นมาตอนเช้าตรู่ เพราะจะต้องเข้าไปช่วยงานคณะเราถึงกับผงะ

   ในห้องเราใช้เบาะวางบนพื้นแล้วนอน เราเห็นเป็นรอยเท้าเล็กๆ  รูปรอยเท้าบอกลักษณะทิศทาง ว่าเดินมาจากประตูระเบียง รอยเท้านั้นเดินมาหยุดที่ปลายเบาะที่เรานอน เราไม่สามารถหาเหตุผลใด มาข่มความกลัวได้อีกแล้ว นี่มันเท้าเด็กชัดๆ คงไม่ต้องบอกว่าวันนั้นเรากับแจงจะหลอนกันแค่ไหน ยิ่งมาได้รู้สาเหตุที่ยัยมี่มาช้า เพราะน้ำโทรมาเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของน้ำมาบอกภายหลังว่า วันที่เขามาส่งน้ำนั้น เขาเห็นเด็กยืนโบกมือให้จากริมระเบียง  วันนั้นเลยรีบชิ่งกลับอย่างไว  ยังไม่รวมเพื่อนอีกสองคน  ที่ร่วมผสมโรงว่า ถ้าอยู่ข้างล่างคนเดียว  มักจะได้ยินเสียงวิ่งกันโครมครามที่ชั้นบน โชคดีที่ครบกำหนดสัญญาเช่า 4 เดือนไปแล้ว  พวกเราจึงตัดสินใจ ย้ายออกเงียบๆ แยกย้ายหาที่พักใหม่ 

 

              ขอบคุณภาพประกอบ     

             

ภาพหน้าปกโดย Paul McGowan จาก Pixabay

ภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

ภาพโดย Pexels จาก Pixabay 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด