อื่นๆ

ประสบการณ์​นั่งสมาธิหลอน

1.6k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ประสบการณ์​นั่งสมาธิหลอน

วันนี้จะมาขอเล่าประสบการณ์​นั่งสมาธิหลอน​

 

   เรื่องมีอยู่ว่า​ ครั้งหนึ่งเราหาสถานที่เพื่อปฏิบัติธรรม​ ก่อนหน้านี้เคยไปปฏิบัติธรรม​ที่วัด​ แบบนั่งสมาธิ​เดินจงกลม​ ต้องไปนอนวัดอย่างน้อย​ 3วัน​ ทั้งเมื่อย​ ทั้งหิวเพราะมื้อเย็นต้องงด ทั้งง่วง​ หลับไปเลยก็มี​ แต่ครั้งนี้มีพี่ที่รู้จักเค้าแนะนำมา​ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม​วันเดียวก็ไปได้ ไม่ต้องถือศีลแปด​ และที่สำคัญสำคั​ญ​ไม่ง่วงนอนเลย โดยใช้ความกลัวเป็นอารมณ์​และมีครูใหญ่ช่วยฝึกปฏิบัติ​ เรารู้คร่าวๆแล้ว

 

    สถานที่แห่งนี้อยู่แถวสระบุรี​ เป็นสถานปฏิบัติธรรม​ไม่ใช่วัด​ มีผู้ปฏิบัติทั้งเก่าและใหม่เป็นจำนวนมาก​ เริ่มปฏิบัติ​ตั้งแต่​ 9.00น.​-17.00น.​ โดยมีเวลาพักเป็นระยะ​ และช่วงปฏิบัติ​กลางคืน​ 20.00-22.00น.​โดยประมาณ​ แต่ถ้าดึกมากกลับไม่ไหวก็นอนพักตอนเช้าค่อยกลับก็ได้ มาลงทะเบียน​ตั้งแต่​ 8.00น.​ เพราะจะได้เตรียมตัว​ สงบจิตใจ เข้าห้องน้ำ​เตรียมพร้อมรับการปฏิบัติ​

Advertisement

Advertisement

      โดยก่อนฝึกต้องจุดธูปบอกกล่าวขอขมากันก่อน​ ใช้ธูป​5ดอก​ แต่สำหรับผู้ที่เคยครอบครู​ สักยันต์ให้จุดธูป​ 16ดอก​ บอกกล่าวขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ก่อน​โดยจะมีแผ่นให้สวดตาม​ ค่อนข้างยาวใช้เวลาพอสมควร​
      เริ่มปฏิบัติเหมือนทั่วๆไปคือนั่งสมาธิ​ เดินจงกลม​ ฝึกที่ลานกว้างๆ โดยนั่งสมาธิ 1ชั่วโมง​ เดินจงกลม​ 1ชั่วโมง​ แล้วพักทานอาหาร​ พักผ่อนตามอัธยาศัย​ รอการฝึกช่วงบ่าย​ ในช่วงบ่ายก็มาฝึกเช่นเดียวกัน​ นั่งสมาธิ​ 1ชั่วโมง​ เดินจงกลม​ 1ชั่วโมง​ แล้วพักเข้าห้องน้ำ​ ดื่มน้ำ  และฝึกต่อนั่งสมาธิ​ 1ชั่วโมง​ เดินจงกลม​ 1ชั่วโมง​ โดยรอบสุดท้ายในการปฏิบัติจะให้ภาวนาเร็วๆ​ เพื่อให้ได้สมาธิสูงสุด​(เราว่าเป็นกุศโลบาย​ เพราะเราจะสนใจคำภาวนาจนลืมเรื่องวอกแวกที่คิดโน้นคิดนี่ไปได้ชั่วขณะหนึ่งเลย)​ เมื่อผ่านการฝึกในรอบเช้า​ก็จะมีให้เลือกป้ายแขวนคอโดยเป็นเลขไม่ซ้ำกัน​เพื่อฝึกภาคกลางคืน​ เราก็แยกย้ายก็ไปพักผ่อน​โดยผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้รับศีล​ 8ก็สามารถ​ท่านอาหารได้​ โดยจะมีลูกชิ้นขายด้านนอกก็พออิ่มท้องไปได้บ้าง ทีนี้ต้องฝึกต่อช่วงกลางคืนหลังทำวัตร​เย็น​ ซึ่งเรารู้ข้อมูลแล้วว่าต้องนั่งกับครู​ใหญ่​  เราพาเพื่อนมา4 คนรวมเรา เป็นผู้ปฏิบัติ​ใหม่ทั้งหมดแต่ไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังว่าฝึกกลางคืนต้องเจออะไรบ้าง​ 

Advertisement

Advertisement

     เริ่มฝึกกลางคืนก็จะมีพระ​ แม่ชี​ ผู้ปฏิบัติรุ่นพี่ไปส่ง​ เรียกว่านั่งมอ.​(มอ.เปรียมเสมือนหมู่บ้าน)​ ซึ่งจะมีหลายมอ.​ ทางเข้าไม่มีไฟข้ามสะพานไปตามมอ.​ที่เราเลือกตามป้ายแขวนคอมา ตอนนี้เพื่อนเราก็รู้แล้วว่าต้องนั่งกับครูใหญ่​ ต่างพากันบ่นระงม​ ถึงตอนนี้ตกกระไดพลอยโจน​แล้วก็ต้องนั่ง​ ในจินตนาการของเราคือ​ นั่งหน้าโลงห่างกัน​ 1ช่วงแขน​ เหมือนภาพในทีวีที่เห็นในป่าช้า​ แต่ยังพอเห็นเพื่อนๆ​กันได้ แต่พอเอาเข้าจริง​ มอ.​ แต่ละมอ.นี้แบ่งแยกกันห่างกันหลายเมตรเลย​ คนละเรื่องกับที่จินตนาการเลย แบ่งเป็นซอย​ ซอยนึงมี​ 2มอ.​ต้องข้ามสะพานไป​ เราได้​มอ.37  ตอนกลางคืนมีแม่ชีเดินไปส่ง​ มีไฟฉายกระบอกเดียว​ มืดมิดไม่เห็นทาง​ สายตามองต่ำไม่อยากเห็นอะไร​ รีบเดินให้ทันแม่ชี​ มองตามแสงไฟจากไฟฉาย​ อากาศเย็นของตอนกลางคืนปะทะ​ผิวกาย​ เสียงจิ้งหรีดก็เริ่มร้อง​ เงียบสงัด วังเวงสิ้นดี​ พลางคิดในใจ​และโทษตัวเอง​ "มาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย​ พาเพื่อนมาลำบาก​ ออกไปต้องโดนเพื่อนด่าแน่ๆ​ กลับเถอะ​ กลับได้ไหมวะ​ จะมาตามที่พี่เค้าแนะนำทำไมวะ​ ทำไมไม่ไปวัดที่เคยไปวะ" เสียงความคิดของตัวเองเริ่มทะเลาะและประท้วงกันเอง​ เดินมาเรื่อยๆ​จนถึงมอ.37​ เราและเพื่อนๆ​ แยกย้ายไปคนละมอ.​ ห่างกันเยอะคนละซอยเลย ภาพแรกที่เห็นเป็นเหมือนบ้านสังกะสีเล็กๆเป็นสังกะสีสี่ด้าน​ ไม่มีประตูปิด​ มีใบกล้วยตกแต่งเป็นประตู​ ต้องถอดรองเท้าหน้ามอ.​ เพื่อให้เกียรติ​ครูใหญ่​ ตอนนั้นใจเต้นเร็ว​ รัว​ แรง​ มือสั่น​ ขาสั่น​ เหงื่อออกทุกส่วนของร่างกาย​ พอก้าวเข้าไปกลืนน้ำลายไม่ค่อยลงเลย​ เห็นโลงศพครูใหญ่​หน้าด้านหนึ่งโลง​ ฝั่งซ้าย​อีกสองโลง​ ฝั่งขวาอีกหนึ่งโลง(รู้ตอนเช้าว่าเป็นโลงเปล่า)​ และรูปหน้าศพที่แขวนอีกเป็นสิบ ตอนนั้นรู้ว่าต้องมาเรียนกับครูใหญ่​4 ท่าน​  ตรงกลางเป็นเบาะนั่งและมีมุ้งกันแมลงคลุมนั่งสมาธิแบบพอดีตัว​ แม่ชีให้เราจุดธูป​ 1ดอก​ กล่าวคำขอขึ้นพระกรรมฐาน​ แล้วปักธูป​ จากนั้นแม่ชีก็นำมุ้งมาคลุมให้เราและให้เรานั่งหลับจาก​ภาวนาว่า​ พองหนอ​ ยุบหนอ​ นั่งหนอ​ ถูกหนอ​ และแม่ชีบอกว่า​ ถ้านึกคำภาวนาไม่ออกให้ท่องคำว่าหนอคำเดียวได้เลย ข้อห้ามเด็ดขาดของการฝึกเลย​ คือห้ามลืมตา​(คงกลัวเราจินตนาการ จิตแตกไปเอง)​ ห้ามสวดมนต์​(ครูใหญ่​บางคนอาจได้รับบาดเจ็บ​ หรือแห่มาฟังสวดมนต์​ คิดเองค่ะ)​ที่ห้ามออกจากมุ้งโดยที่แม่ชียังไม่มารับ(เพราะมืดและอันตรายมาก)​ และจะลืมตาได้เมื่อแม่ชีมารับโดยกล่วคำว่า​ "สาธุ"  เรารับทราบและรีบหลับตาก่อนแม่ชีจะออกไป​

Advertisement

Advertisement

ที่นี้แหละจินตนาการ​ก็เริ่มทำงาน​ เราภาวนาตามที่ฝึก​มา​ ท่องสลับหน้าหลังไม่รู​้เรื่องแล้ว​ ​ตอนนั้นก็คิดว่า​ "ท่องดีๆ​เดี๋ยว​ครูใหญ่​มาดุ"   เลยท่องว่าหนอคำเดียว​ โดยตอนนั้นใจเต้นแรงดังมาก​ จนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง​ แล้วตัวสั่น​ แขนสั่นแรงมาก​ เหงื่อออก​ มือเท้าเย็นเฉียบ​ สองมือประสานบีบกันแน่น​ ชีวิตนี้ไม่เคยสั่นแบบนี้มาก่อน​ หลับตาปี๋แบบไม่กลัวเป็นรอยเพราะตีนกา(กลัวตาจะลืม)​ ได้กลิ่นเนื้อที่กำลังย่อยสลาย​ปะปนกับกลิ่นควันธูปจางๆ พอนั่งไปสักพักเสียงจิ้งหรีด​ก็มาร้องข้างในมอ.​ ทำเราสะดุ้งตกใจเข้าไปใหญ่​ ตอนที่แม่ชีส่งบอกแค่ว่าห้ามลืมตา​ ห้ามสวดมนต์​ ห้ามออกจากมุ้ง​ ไม่ได้บอกอย่าขยับ​ ไม่ได้บอกห้ามส่งเสียง เลยวางแผนกับตัวเอง​(นิสัยไม่ดี)​ ว่า​ นั่งตั้ง​ 2ชั่วโมง​ถ้าไม่ไหวจะเอามือมาอุดหู​ โดยอุดก่อนข้างนึง​ และอีก​ 1ชั่วโมงจะอุดอีกข้างนึง​และถ้าไม่ไหวจริงๆจะภาวนาออกเสียงกลบเกลื่อนความเงียบสงบ​

นั่งตัวสั่นแต่สมาธิแน่นคือภาวนาหนอ​ ไม่กล้าคิดไปไหนเลยกลัวครูใหญ่​ดุ​ ก็มีความคิดแวบมา​  "ครูใหญ่​เค้าเป็นอะไรตาย​ แล้วก็ดึงสติตัวเอง​ ไม่คิด​ๆ​ถ้าครูใหญ่​มาตอบจะทำยังไง" เริ่มมีลมเย็นมาปะทะที่ต้นคอจากด้านหลัง​เป็นระยะ นั่งสั่นไปสักพักก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัว​ ก็สั่งให้ตัวเองกลัวอีก​(กลัวครูใหญ่​ดุ)​

กลัวจนอยากอาราธนา​คุณพระ​ อยากสวดมนต์​(ข้อห้าม)​ นึกหน้าพระที่เคยเห็นตามหนังสือสวดมนต์​ นึกถึ​งหลวงพ่อโต​แต่เอ๊ะท่านมรณะแล้วถ้าท่านมาคงไม่ต่างจากครูใหญ่​ อีกใจนึงคิดว่าท่านไม่ทำร้ายหรอก ก็​เลยไม่สวดมนต์​ขอนึกหน้าท่านก็พอ เป็นครั้งแรกที่นึกหน้าหลวงพ่อโตชัดแบบ​ความ​ละเอียด​ HD​ นึกภาพตามหนังสือออก​ นึกเห็นท่านเห็นแม้กระทั้งกลีบของจีวรการวางมือของท่าน​ นึกบอกท่านว่า​ "คุ้มครองลูกด้วย​ อย่าให้ใครรังแกลูกได้เลย​ ลูกกลัวแล้ว" อุ่นใจมาระดับหนึ่ง​ นั่งภาวนาไปสักพักก็หายสั่น​ แล้วในใจก็นึกพูดว่า​ "ครูใหญ่​ท่านไม่ทำร้ายเราหรอก​ เรามานั่งสมาธิท่านก็ช่วยเราฝึก​ จะได้ก้าวหน้าในการนั่งสมาธิ​ ก้าวหน้าทางธรรมไม่มากก็น้อย" อีกใจก็นึกคำแม่ชีว่า​ ยิ่งกลัวยิ่งได้​

ใช้กุศโลบาย​ความกลัวเป็นอารมณ์​ในการปฏิบัติ​ แล้วบอกกับตัวเองว่า​ อย่าเลิกกลัว​เดี๋ยว​ครู​ใหญ่มา เท่านั้นแหละ​ นั่งสั่นต่อไปอีก​ ขณะนั่งก็ได้รู้ว่านั่งแบบนี้ไม่มีเวลาง่วงเลยค่ะ​ และไม่กล้าแม้แต่จะคิดใจลอยไปไหนนาน​ พอคิดต้องรีบดึงจิตกลับมานั่งสมาธิ​ต่อ​ นั่งไปสักพักในใจรู้ว่าคงไม่มีอะไรมาหลอกหรือแกล้งหรอก​ ตอนนี้เรารู้สึกว่ามีคนยืนดูเราจากด้าน​หลัง​ เคยเป็นไหมคะ​ ความรู้สึก​ว่ามีคนมองเรา​ ทีนี้ก็กลัวขึ้นมาอีก​ตามที่ตกลงกับตัวเองเอามือ​ซ้ายมาอุดหู(ไม่ควรทำตามค่ะ)​ เพราะจินตนาการ​ว่ากลัวได้ยินเสียงโลง​ ต้องกันไว้ก่อน​ เมื่อเอามือซ้ายอุดหู​แล้วก็เริ่มภาวนา​ หนอ​ ออกเสียง​ หนอ​ หนอ​ หนอ​ ๆ​ ไปเรื่อย​ ตอนนั้นกลัวแต่รู้สึกดีเพราะเราไม่เคยนั่งสมาธิแล้วจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวมาก่อน​ ต้นคอก็มีลมเย็นมาเรื่อยๆ(ตรงอื่นไม่เป็น)​ ก็ก้มหลังขดให้มากที่สุด​เพื่อให้ไม่รู้สึกกับลมเย็นหลังต้นคอ นั่งภาวนาไปเรื่อยๆ คิดเอาเองว่าคง​ 1ชั่วโมง​แล้วก็เอามือขวาอุดหู​ ภาวนาออกเสียงจนคอแห้งไม่มีน้ำลายแล้ว คำภาวนาก็เร็วขึ้นๆ ไปเองโดยไม่ได้บังคับ​ เวลาคิดเรื่องอื่นก็จะดึงจิตกลับมาได้อย่างไว​ ตอนนี้ท่าที่นั่งคือขาขัดสมาธิ​ มือสองข้างอุดหู​ และภาวนาออกเสียง​หนอ​ หนอ​ไปเรื่อยๆ​ นั่งแบบนี้เราจะได้ยินแต่เสียงของตัวเอง​ นั่งไปสักพักใหญ่ๆ​ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า​ ก็หยุดภาวนาฟังเสียง​ ได้ยินคำกล่าว​ "สาธุ" เท่านั้นแหละ​โอ้โห โล่งมากอย่างบอกไม่ถูกเ​ลย เดินออกมาหาเพื่อนรู้เลยว่าต้องโดนด่าแน่ๆ​ แต่ผิดคาดค่ะ​ เพื่อนเดินยิ้มออกมาบอกเราว่า​

"ขอบคุณ​มากที่พามาฉันรู้สึกดีมากๆเลย"

ส่วนตัวเรารู้สึกโล่งมาก​ รู้สึกว่าเรานั่งสมาธิได้ไม่ง่วงเลยเหงื่อออกดีซะด้วย​ และนั่งได้โดยจิตไม่ออกไปคิดเรื่องอื่น​ นั่งได้ครบ​ 2ชั่วโมง​ได้แง่คิดว่าไม่มีใครหลอกเราได้เท่ากับตัวเราเอง

การนั่งสมาธิ​ควรนั่งมือประสานกัน​ ขาขัดสมาธิลักษณะที่สบาย​ ไม่ควรออกเสียง​ และไม่ควรขยับร่างการ ควรนั่งด้วยความอดทนค่ะ​ (อย่าทำแบบเรานะ)​

สุดท้ายนี้หลังจากปฏิบัติธรรม​ครั้งนั้น​ มานั่งสมาธิเองที่บ้านนั่งได้นิ่งกว่า​ นานกว่า​เดิม​  และเพื่อนที่ไปด้วยกัน​ นอนปิดไฟได้แล้ว​ จากปกติต้องเปิดไฟนอนทั้งคืน

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าควรฝึกที่นี่ค่ะ​ ความตายความไม่รักตัวเองไม่ได้เป็นที่สิ้นสุด​ แต่จะผูกจิตให้เศร้าไม่มีที่สิ้นสุดเพราะต้องตายซ้ำๆทุกวัน​ ทรมานมากนะคะ​

 

    เรามาที่นี่ได้เห็นถึงครูใหญ่​แต่ละท่าน​ น่าสงสารมาก​ ไม่มีญาติมารับ​ศพ​ เป็นร​่างไร้วิญญาณ​รอคอยบุญกุศล​ พอพระอาจารย์​ไปรับมาเป็นครูใหญ่​ ท่านก็ได้รับบุญ​จากการสาธุการนั่งสมาธิ​ของเรานี่แหละ​ค่ะ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Viratee.
Viratee.
อ่านบทความอื่นจาก Viratee.

ไปเที่ยวทำบุญกัน😁

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์