อื่นๆ

เล่าเรื่องจริง ตอน "เรื่องเล่าจากผู้เฒ่า (ปอบเมีย)"

1.1k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เล่าเรื่องจริง ตอน "เรื่องเล่าจากผู้เฒ่า (ปอบเมีย)"

ปอบเมีย!!!

         เล่าเรื่องจริงวันนี้ ผมมีเรื่องจริงสมัยเด็กที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟัง ผมเป็นเด็กที่เกิดอยู่แถวบ้านนอกเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีก่อน ซึ่งความเจริญทางด้านต่าง ๆ ยังเข้ามาไม่ถึงหมูบ้าน และวิถีชีวิตยังเป็นแบบโบราณของชาวอีสานอยู่ ส่วนมากชาวบ้านจะมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังจากพ้นฤดูธรรมนา เกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวบ้านทุกคนรวมถึงครอบครัวผมก็จะไปหา กุ้ง หอย ปู ปลา มาเป็นอาหาร ในตอนกลางคืนก็จะไปหาจับกบจับเขียด มาทำเป็นอาหาร 

         ในตอนที่ผมอายุ 7 ขวบ เป็นวัยที่ผมเล่นอย่างสนุกสนาน ตกเย็นมาทุกวันก็จะมีผู้เฒ่าผู้แก่ตั้งวงจับเข่าคุยกันในเรื่องต่าง ๆ บางคนก็เล่าเรื่องราวของตนเองที่ได้ทำมาในแต่ละวัน บางคนก็เล่าเรื่องราวย้อนวัยเด็กของตัวเองให้ฟัง ซึ่งสำหรับเด็กบ้านนอกแบบผมตอนนั้นแล้ว มันเป็นเรื่องราวที่สนุกสนานมาก ในคืนนั้นผู้เฒ่าทุกคนก็เล่าเรื่องของตัวเองจนหมด จนมาถึงคิวของผู้เฒ่าคนหนึ่งชื่อ ยายรวง แกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนาน ปอบเมีย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของหมู่บ้านที่ผมอยู่ เป็นหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอลำปลายมาศ มันจึงเป็นเรื่องเล่า เรื่องจริงที่ผมจะนำเอามาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน เพราะมันเป็นเรื่องเล่าที่มันติดอยู่ในหัวของผมตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ 

Advertisement

Advertisement

           ในขณะที่ยายรวงเล่าเรื่องผีปอบของหมู่บ้านนั้น บรรยากาศตอนนั้นผมจำได้เลยว่ามีเพียงเสียงสว่างจากกองไฟกองเล็ก ๆ ที่นั่งล้อมไปด้วยผู้เฒ่า 3-4 คน และมีผมเป็นเด็กอยู่คนเดียว ตอนนั้นเป็นเวลา 21:00 ซึ่งบรรยากาศมันก็เงียบสนิทหมดแล้ว ด้วยความที่อยู่บ้านนอกไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านทุกหลังก็มืดสนิท บวกกับหลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จอากาศก็จะหนาวมาก เพิ่มความวังเวงให้กับผมเป็นอย่างมาก โดยยายรวงเล่าว่า!ผี

                                                                                            ภาพจาก : Ghostcyber

            มีผัวเมียคู่หนังชื่อว่า ตามากับยายแก้ว ตามากับยายแก้วก็มีวิถีชีวิตเหมือนกับชาวบ้านคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน แต่ปีนี้ (เมื่อ 40 ปีก่อน) ยายแก้มล้มป่วยแบบไม่มีสาเหตุ ในแต่ละวันจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน นอนโทรมเป็นคนป่วยที่ใกล้จะเข้าวัดแล้ว แต่แปลกไปกว่านั้นคือ ยายแก้วแกชอบออกมาทำกิจส่วนตัวตอนกลางคืน อย่างเช่น ซักผ้า ทำงานบ้าน ให้อาหารไก่ที่แกเลี้ยงไว้ ซึ่งพฤติกรรมของยายแก้วในตอนกลางคืน ต่างจากตอนกลางวันที่นอนป่วยเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ชาวบ้านบางคนเห็นการกระทำแบบนี้ของยายแก้วบ่อย ๆ จึงสงสัยว่าทำไมยายแก้วถึงทำแบบนี้ จนมีชาวบ้านคนหนึ่งรอสังเกตยายแก้วว่าที่แกออกมาให้อาหารตอนกลางคืน แกทำทำไมเพราะกลางคืนไก่ก็เข้าเล้านอนหมดแล้ว จนพบว่าที่ยายแก้วทำแบบนั้นเพราะว่าเล้าไก่มีใบสับปะรดแปะอยู่ ตามความเชื่อของคนสมัยก่อนคือ ผีจะกลัวใบสับปะรดเพราะใบสับปะรดมีหนามแหลมคมอยู่รอบใบ ดังนั้นยายแก้วจึงใช้ข้าวล่อไก่ออกมาจากนอกเล้า แล้วก็จับไก่ตัวนั้นเดินหายไปในความมืด พอคนที่มีคอยสังเกตยายแก้วเห็นแบบนั้นก็เลยเอาไปลือกันว่ายายแก้วเป็น ผีปอบ! และมีคนเอาเรื่องนี้ไปบอกตามาผัวยายแก้ว แต่ตามาก็ยังไม่เชื่อเพราะว่าเมียตัวเองนอนป่วยอยู่ จะไปทำแบบนั้นได้อย่างไรผี

Advertisement

Advertisement

                                                                                                  ภาพจาก : Ghostcyber

            มีอยู่คืนหนึงคืนนั้นเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง ตามาบอกกับยายแก้วว่าจะไปจบเขียดมาทำอาหารในตอนเช้า แต่น่าแปลกเพราะยายแก้วขอตามาไปด้วย ตามาก็เลยไม่ขัดเลยให้ยายแก้วไปด้วย ก่อนออกจากบ้านตามาก็หยิบเอาตะเกียงไฟอันเล็ก ๆ และหยิบฆ้อง (ฆ้อง คือ ภาชนะใส่สัตว์ตัวเล็ก ๆ ของชาวอีสาน)ให้ยายแก้วถือเพื่อที่จะเอาใส่เขียดที่จับได้ พอเดินไปถึงทุ่งนาบริเวณที่จับเขียด ปรากฏว่าตามาจับเขียดได้เยอะมาก แต่พอหันกลับมาส่องดูเขียดในฆ้องทีไรก็ไม่เห็นเขียดสักตัว จนตามาสงสัยและถามกับยายแก้วว่า " ยาย ฆ้องเรารั่วหรือว่าฝาปิดมันพังตรงหรือเปล่า " ยายแก้วก็ไม่พูดอะไรนอกจากก้มหน้าแล้วก็ส่ายหัว จากนั้นตามาก็จับเขียดส่งไปให้ยายแก้วเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีเขียดลงไปอยู่ในฆ้องสักตัว ตามาเลยพายายแก้วกลับบ้าน และเริ่มสงสัยว่าเขียดที่จับได้มันหายไปไหน

Advertisement

Advertisement

            ตกเย็นวันถัดมาพอฟ้ามืดตามาก็พายายแก้วออกไปจับเขียดอีกครั้ง ตามาก็ทำเช่นเคยคือ เมื่อจับเขียดได้แล้วก็ส่งเขียดให้ยายแก้วเอาใส่ฆ้อง แต่รอบนี้ตามาได้หาสาเหตุว่าเขียดที่ตัวเองจับได้นั้นมันหายไปไหน รอบนี้พอจับเขียดได้ก็ยื่นให้ยายแก้วแล้วก็มองยายแก้วว่ายายแก้วจะทำอย่างไร ปรากฏว่าภาพที่ตามาเห็นนั้นเป็นภาพที่ ยายแก้วกำลังจับเขียดใส่ปากแล้วก้มหน้าก้มตาเคี้ยวจนหมด เลือดของเขียดก็เปื้อนปากยายแก้วอย่างสยดสยอง เมื่อตามาเห็นแบบนั้นก็ไม่พูดอะไร เลยชวนยายแก้วกลับบ้าน พอถึงบ้านยายแก้วก็เดินไปยังบ้านที่มีเด็กแรกเกิดอยู่ ตามาเลยแอบตามไปพบว่ายายแก้วแกเอาผ้าอ้อมเด็กเช็ดคราบเลือดเขียดที่ติดปากแกออก เชื่อกันว่าผีปอบชอบกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเด็กแรกเกิด เมื่อเข้าไปไม่ถึงตัวเด็กผีปอบจึงเลือกที่จะไปดมกลิ่นเด็กที่ผ้าอ้อมเด็กแทน เมื่อตามาเห็นแบบนั้นก็ปักใจเชื่อตามที่ชาวบ้านเคยบอกว่า เมียตัวเองเป็นปอบ!!! 

 เช้าวันรุ่งขึ้นตามาได้นิมนต์พระมาทำพิธีไล่ปอบ ตอนทำพิธีนั้นชาวบ้านก็มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก ขณะทำพิธียายแก้วก็ร้องโหยหวนเหมือนคนปวดเนื้อปวดตัวอย่างรุนแรง และระหว่างนั้นก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเป็นผู้ชาย วิ่งผ่าฝูงคนที่มามุงดูยายแก้ว แล้วใช้อีโต้เล่มใหญ่ฟันไปที่คอยายแก้วจนเกือบขาด โดยให้เหตุผลว่าเมื่อคืนยายแก้วได้ไปกินเป็ดกินไก่บ้านตัวเอง สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำลงไปก็ไม่มีใครห้ามและเข้าช่วยเหลือยายแก้ว หลังจากยายแก้วถูกปิดชีพด้วยมีดอีโต้ ตามาผัวยายแก้วก็ได้นำศพยายแก้วไปฝั่งที่ป่าช้า และไม่เอาผิดผู้ชายคนที่ฟันยายแก้วเพราะว่า ตามาคิดว่าคงเป็นเวรเป็นกรรมของยายแก้ว พอกลางดึกในวันที่ยายแก้วโดนฆ่า ก็มีชาวบ้านร้องตะโกนบอกต่อ ๆ กันว่า ปอบยายแก้ว ไปกิน"ตับ ไต ไส้ พุง" ผู้ชายคนที่ฟันร่างยายแก้ว จนสภาพผู้ชายคนนั้นท้องไส้เละไปหมด ชาวบ้านทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นฝีมือยายแก้ว นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับตามาและครอบครัวยายแก้วอีกเลย... พอยายรวงเล่าจบผมนี่ขนลุกไปทั้งตัวเลยครับ ด้วยความที่เป็นเด็กและเป็นคนกลัวผีมาก ๆ อยู่แล้ว คืนนั้นจึงเป็นอีกคืนที่ผมนอนไม่หลับเลย ได้แต่คิดภาพจินตนาการ เรื่องยายแก้วกับตามา จากที่สนุกสนานก็กลับกลายเป็นความกลัว จนปัจจุบันผมนึกถึงเรื่องเล่าที่ยายรวงเล่าทีไร ขนผมก็ลุกไปทั้งตัวทุกทีเลย

            สำหรับประสบการณ์ชวนขนหัวลุก เล่าเรื่องจริงของผมเรื่อง "เรื่องเล่าจากผู้เฒ่า (ปอบเมีย)" ก็จบลงแล้ว เรื่องหน้าจะเป็นประสบการณ์หลอนอะไร ที่ไหน คอยติดตามกันได้นะครับ... "เล่าเรื่องจริง" 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์