อื่นๆ

ปีศาจสาวในราวป่า

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ปีศาจสาวในราวป่า

ผมชอบท่องเที่ยว ยิ่งในช่วงฤดูหนาว เรามักชวนกันเข้าป่า กางเต๊นท์ จัดแค้มป์กันอยู่เป็นประจำ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกเรารวมตัวกันได้ 2-3 คน เป็นหนุ่มโสดที่ชื่นชอบธรรมชาติ และชื่นชอบในการถ่ายรูป มีกล้องก็สะพายเข้าไปเก็บภาพสวยๆ กันไป

            ครั้งนั้นผมจำได้ว่า พวกเราเลือกไปเขาใหญ่ เพราะสะดวกสบายและไม่ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนของเรามากนัก ที่นั่นอากาศดี จิบกาแฟเบาๆ ยามเช้าก็แสนจะมีความสุข แต่พอตกค่ำ ด้วยความที่เต๊นท์ของเราเลือกชายป่าที่อุดมสมบูรณ์ ก็อาจห่างไกลจากกลุ่มอื่นๆ อยู่บ้าน ความมืดในราวป่าไม่ถึงกับเงียบสงัด เราได้ยินเสียงแมลงกลางคืนกรีดปีก หรือแม้แต่นกฮูก นกเค้าแมว เสียงร้องแบบนี้ ฟังว่าเป็นธรรมชาติก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็รู้สึกถึงความลึกลับของป่าใหญ่ และความรู้สึกหวาดๆ หวั่นๆ ในสิ่งที่เรามองไม่เห็น ทั้งที่ก่อนเข้ามาในป่า พวกเราได้บอกกล่าวกันอยู่ในใจบ้างแล้ว เพื่อนผมคนหนึ่ง สะพายกล้องจะออกไปนอกเต๊นท์ให้ผมรีบออกปากถาม

Advertisement

Advertisement

            "ดึกแล้ว จะไปไหนวะ"

            "อยากได้ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนสักรูปว่ะ"

            ผมขยับตัวตาม เพื่อนอีกคนหลับไปแล้วในเวลานั้น ผมไม่ได้คว้ากล้องไปด้วย แค่บอกเพื่อนว่า จะไปเป็นเพื่อนเท่านั้น เมื่อเราก้าวออกไปนอกเต๊นท์ที่พัก เรารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบจนจับหัวใจ ขนาดว่าพวกเราใส่เสื้อคลุมหนาๆ แล้วยังไม่วายห่อไหล่ด้วยความหนาวเย็น ขณะที่เพื่อนมองไปไกลๆ ตรงชะง่อนผา เพื่อส่องกล้องถ่ายรูป ผมรู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองผมตลอดเวลาจนต้องหันไปมอง ในความมืดของราวป่า มีดวงตาสีแดงจัดคู่หนึ่งราวกับแสงไฟสาดมาให้ผมจ้องตอบ เหลียวกลับไปมองเพื่อน เห็นว่ายังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป ผมก็ค่อยเดินตามไป ผมแค่อยากรู้ว่าเป็นดวงตาของอะไรกันแน่ ใครกันจะไปอยู่ในป่านั่น หรือเพียงดวงตาของสัตว์ป่าชนิดใดสักอย่าง แต่ยิ่งเดินเข้าใกล้ ก็เหมือนดวงตาคู่นั้นยิ่งไกลออกไป ก่อนผมจะรู้สึกถึงมือเย็นเฉียบที่วางลงบนไหล่ของผม ใครวะ ! ผมถามตัวเอง นึกว่าคงเป็นเพื่อนมาตาม แต่หันกลับไปก็ถึงกับสะดุ้ง เจ้าของดวงตาสีแดงจัดนั่นไม่ผิดแน่ แต่ผมก็อดเฉลียวใจไม่ได้ ผู้หญิงที่ไหนจะมาเดินในป่ายามค่ำคืนแบบนี้ ผมเริ่มใจคอไม่ดี พยายามถอยห่าง จากใบหน้าขาวซีดที่ริมฝีปากของเธอแดงจัด ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากรอยยิ้ม แต่ผมยิ้มไม่ออกหรอกนะ พยายามหาทางกลับออกจากชายป่าเพื่อเข้าที่พักและหาเพื่อนน่าจะดีกว่า แต่กลับมืดมนไปหมด นี่ผมเผลอเดินเข้ามาลึกเกินไปแน่ๆ ไม่มีอะไรติดมือมาสักอย่าง นอกจากไฟฉายที่ส่องนำทาง พอนึกถึงไฟฉาย ผมก็ตัดสินใจ ออกวิ่ง ทางไหนก็ได้ ให้ออกไปจากที่ได้ แต่ยิ่งวิ่ง ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางสิ่งวิ่งตามมาด้วย แต่เป็นการวิ่งแบบเงียบเหลือเกิน ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าอย่างที่ควรได้ยิน

Advertisement

Advertisement

            "ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย !"

            ไม่ใช่คนแน่ๆ ผมคิดแค่นั้น ปากตะโกนร้อง เท้าก็ออกวิ่งไป แต่แล้วผมก็ล้มลง ก่อนที่มือของใครจะยื่นมาตรงหน้า ผมกำลังจะยื่นมือออกไป หากแสงไฟจากไฟฉายจะไม่สาดให้เห็นว่าปลายเท้าซีดขาวปราศจากสีเลือดของมือขาวๆ ที่ยื่นมานั่น ลอยอยู่เหนือพื้น ผมตัดสินใจฉายไฟเลื่อนขึ้นไป ภาพที่เห็นทำเอาผมแทบช็อค ผู้หญิงที่วิ่งตามผมมา แต่บัดนี้เธอมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าผม ผู้หญิงที่สวมชุดสีขาวเหมือนจะดูสะอาดตา แต่มีหยดเลือดไหลออกมาจากมุมปาก ลงมาเปรอะเปื้อนไปทั่วชุดสีขาวนั่น ผมหยุดอยู่ที่หัวใจของเธอ ก่อนจะผงะถอยหลังออกมา ที่หน้าอกของเธอมีมีดด้ามยาวปักเสียบคาอยู่ เลือดจากปาก เลือดจากคมมีด ใครจะทานทนได้ ไม่ใช่คนแน่แล้ว ! ผมลุกขึ้นได้เองอย่างอัตโนมัติ ออกวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต แหกปากเรียกเพื่อนจนลั่นป่า โชคดีเหลือเกินที่เพื่อนๆ ก็ออกตามหาผม พร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โชคดีจริง !

Advertisement

Advertisement

          โชดดี ที่ไม่ตายด้วยแรงอาฆาตของปีศาจสาวในราวป่านี่ล่ะ ผมมารู้ในภายหลัง เธอเป็นชาวต่างชาติที่มาเที่ยวกับแฟนหนุ่ม แต่กลับมีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง จนแฟนของเธอแทงเธอเสียชีวิต วิญญาณดวงนั้นไม่ยอมไปไหน ยังคงเที่ยวหลอกหลอนผู้คนอยู่ในราวป่าแห่งนี้ ผมเจอดีเข้าแล้วจริงๆ !

ขอบคุณภาพประกอบจาก : darksouls1 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์