อื่นๆ
#หีบพาหลอน เสากลางบ้าน

#หีบพาหลอน เสากลางบ้าน
ขอบคุณภาพประกอบจาก FREE WEB :: https://unsplash.com/s/photos/scary
เก๋ แต่งงานกับเอกมาแล้วประมาณสามปี ใช้ชีวิตสามีภรรยากันมาก็เนิ่นนานจนมีพยานหัวใจตัวเล็ก ๆ ด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันนี้ด้วยความที่ทางพ่อแม่ของทั้งสองคนประกอบอาชีพทำไร่ขนาดใหญ่พ่วงนายหน้าค้าที่ดิน ทำให้มีรายได้มากมายเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ต่างก็วางแผนให้ลูก ๆ ของตนมีความมั่นคงในชีวิต โดยการสร้างบ้านใหม่ให้กับเอกและเก๋ได้อยู่ร่วมกันย่างเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งถอยรถใหม่ด้วยเงินสดให้อีกด้วย
ทว่าก่อนหน้านั้น การสร้างบ้านที่ต้องใช้เวลาไม่น้อย ทำให้เก๋ยังต้องทนอยู่ในบ้านหลังเดิมที่เธอฝืนทนอยู่มามากกว่าสามปี ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานเข้าบ้าน บ่อยครั้งที่เธอมักกลับไปนอนบ้านของตนเอง เพียงเพราะคืนนั้นเธอต้องนอนเพียงลำพังกับลูกน้อยของเธอในบ้านไม้ยกสูงมีใต้ถุน และเสากลางบ้านที่ใครต่อใครก็กล่าวถึงว่าเป็นเสาตกน้ำมันที่มีวิญญาณนางตะเคียนสิงสถิตอยู่
Advertisement
Advertisement
เก๋พยายามคิดในแง่ดีไว้ ว่าอย่างไรเสีย เธอก็แต่งงานเข้ามาบ้านนี้แล้ว ไม่ต่างจากสะใภ้คนหนึ่ง ฉะนั้นไม่ว่าจะมีสิ่งลี้ลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ อยู่ใต้ชายคา สิ่งเหล่านั้นก็ต้องปกปักรักษาเธอ แต่ในบางกรณี เหตุและผลที่เธอพยายามสร้างมาก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรอดพ้นค่ำคืนที่แสนโหดร้ายจนทำให้เธอแทบเป็นบ้าใบ้
คืนนั้นสามีของเธอต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดตั้งแต่บ่าย กว่าจะกลับก็คงใช้เวลาประมาณสองสามวัน เก๋ที่พยายามคิดว่าบ้านตนนั้นจะไม่มีอะไรก็ใช้ชีวิตไปเฉกเช่นปกติ ทำกับข้าว เลี้ยงลูกวัยสองขวบที่กำลังหัดพูดหัดเจรจาของเธอไป กระทั่งตอนที่เธอขึ้นบ้านหลังจากที่เก็บใบตำลึงหมายต้มจืดให้ลูก กระเต็น ภรรยาของพี่ชายสามีก็ยืนมองเธอด้วยสีหน้างุนงง ถามว่า “พี่เก๋ไม่ได้อยู่หลังบ้านเหรอ ?”
เก๋ส่ายหน้าก่อนบอกว่าตนเพิ่งขึ้นมาบนบ้าน อีกฝ่ายได้ยินจึงทำหน้าตาตื่น แล้วบอกปัดว่าไม่มีธุระอะไรแล้ว ก่อนจะเดินลงบ้านไปด้วยท่าทางรีบรน นั่นทำให้เก๋รู้สึกแล้วว่ามันต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือ ใช้ชีวิตของเธอต่อ กินข้าว เลี้ยงลูก ดูโทรทัศน์ ก่อนจะสังเกตว่าช่วงหนึ่งที่ลูกสาวลายลับสายตาเธอไปเล่นตุ๊กตา เด็กน้อยกลับไปนั่งอยู่ตรงเสากลางบ้านที่มีผ้าสามสีผูกเอาไว้
Advertisement
Advertisement
เธอทำได้เพียงแค่แอบมองลูกสาว เมื่อเห็นว่าเธอพยายามที่จะพูดคุยกับ “ใครบางคน” ที่ไม่อาจจะมองเห็นด้วยตาเปล่า และทุกทีที่จบประโยคสนทนา เด็กน้อยจะหันไปมองเสาแล้วฉีกยิ้มอย่างรื่นเริง ได้รับรู้เพียงเท่านั้น เก๋รีบเดินเข้าไปคว้าร่างของลูกสาวมากอดเอาไว้แล้วเดินกลับมาที่โซฟาซึ่งอยู่คนละมุมบ้านกับเสานั้นทันที ก่อนที่จะเปิดการ์ตูนเบี่ยงเบนความสนใจลูกสาว กระนั้นก็ยังไม่วายที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุกไปทั่วสรรพางค์กาย เธอไม่กล้าหันไปที่มุมบ้านตรงนั้น ที่ ๆ มีเสาต้นนั้นอยู่ เพราะเธอรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา สัญชาตญาณของเธอบอกเช่นนั้น
ตกดึกในคืนนั้น เก๋สะดุ้งตื่นเพราะถูกปลุกอย่างแรงโดยลูกสาวของเธอ สองมือเล็ก ๆ แตะเข้าที่สีข้างก่อนจะผลักเป็นจังหวะเร้าเร่งจนเธอตื่น หญิงสาวลุกขึ้นมางัวเงีย ก่อนมองหน้าลูกที่มองเธอด้วยแววตาใสแจ๋วราวกับว่าตื่นเต็มที่แล้ว
Advertisement
Advertisement
ขอบคุณภาพประกอบจาก FREE WEB :: https://unsplash.com/s/photos/scary
“แม่จ๋า พี่สวยเรียก”
เก๋ยังจับใจความไม่ได้ กระทั่งเด็กน้อยเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “พี่สวย ๆ เขาเรียก หนูจะไปเล่นกับพี่สวย ๆ”
จิตใจของเก๋สั่นสะท้านเมื่อรับรู้ว่าบุคคลที่ลูกสาวเอ่ยถึงคือ ใครสักคนที่ไม่มีตัวตน เพราะบ้านหลังนี้ ในเวลานี้มีเพียงเธอและลูกสาว ครั้นพอถามเจาะจงไปว่าเล่นอะไร ? สิ่งที่เห็นก็ทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวจับจิต เพราะว่าลูกสาวตัวน้อยเบิกตาโพลง สองมือทาบแก้มแล้วเลื่อนเปลือกตาล่างลงมาก่อนจะแลบลิ้นแล้วส่งเสียง “จ๊ะเอ๋!”
มันเป็นการเล่นจ๊ะเอ๋ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเก๋ เธออยู่ที่นี่มาเกือบจะสามปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสิ่งลี้ลับเหล่านั้นกำลังคุกคามชีวิตเธอและลูกมากเป็นพิเศษ
“แม่จ๋าทำ แม่จ๋าจ๊ะเอ๋” ลูกสาวยังคงแสดงท่าทางจ๊ะเอ๋ที่แสนสยองนั้น แต่เธอกลัว เก๋ไม่อาจจะทัดทานความกลัวที่ฝังแน่นมาตั้งแต่แรกเริ่มของเธอได้ ท้ายที่สุด เธอต้องแสร้งทำเป็นดุลูกสาว ว่าได้เวลานอนแล้ว เด็กน้อยจึงทำหน้ามุ่ยแล้วนอน แต่ยังไม่วายจะโบกมือไปทางประตูห้องและพูดว่า “บ๊ายบายนะคะ”
เก๋พยายามดึงลูกเข้ามาในอ้อมกอด สวดมนต์ทุกบทที่เธอสามารถนึกได้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ กระทั่งผล็อยหลับไป ทว่าถึงอย่างนั้น ตลอดทั้งคืน หญิงสาวก็ยังรู้สึกว่าบ้านทั้งบ้านสั่นไหวราวกับมีใครเดินไปมาตลอดเวลา เพราะว่าบ้านไม้ เธอจึงรู้สึก...รู้สึกมากกว่าที่ควรจะเป็น
ครั้นพอตื่นเช้ามา ผ้าสามสีที่น้อยวันพันปีผูกแน่นอยู่กับเสาก็คลายออกและร่วงลงอยู่กับพื้น เก๋รีบไปส่งลูกที่โรงเรียน โทรเล่าเรื่องราวให้กับสามีฟัง ก่อนจะไปเค้นเอาความจากกระเต็นว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น จึงได้ความว่า กระเต็นจะเข้ามายืมเครื่องรีดผม พอเห็นว่าเก๋เดินไปทางหลังบ้านก็เลยยืนรอ ปรากฏว่าเก๋กลับเดินเข้มาจากทางด้านหลัง ทำให้เธอกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ทุกความอดทนมีขีดสุด เมื่อเก๋กลัวจนสติแทบจะแตก มันก็ระเบิดกลายเป็นความโมโห เพราะเธอกำลังโดนคุกคามจากสิ่งที่มองไม่เห็น จากสิ่งที่ใครก็บอกว่าเป็น “ผีบ้านผีเรือน” ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรมายุ่งกับเธอหรือลูกของเธอ มันมากเกินไป คืนนั้นเก๋รับลูกสาวไปนอนบ้านของตัวเอง แต่แล้วทุกอย่างก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อลูกสาวเดินออกไปที่ระเบียงชั้นสองของบ้าน เด็กน้อยยืนอยู่ห่างระเบียงก่อนจะบอกแม่ว่า “พี่สาวมาหา พี่สวย ๆ จะมาจ๊ะเอ๋หนู”
เก๋รีบพาลูกเข้าบ้านอีกครั้ง เพราะรู้แล้วว่าบริเวณหน้าบ้านนั้นไม่มีใครสักคนเดียว เธอจึงเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง รวมทั้งพ่อแม่ของเอกด้วยเช่นนั้น ว่าถ้าหากไม่แก้ไขก็จะไม่กลับไปที่นั่นอีก เพราะว่ามันไม่ดีทั้งกับเธอและลูก
เรื่องราวมาถึงจุดเฉลยตรงที่ว่าพ่อและแม่ของสามียอมรับผิดทุกอย่าง ว่าปีนี้ยังไม่ได้ทำบุญบ้านและไม่ได้ทำพิธีไหว้นางตะเคียนเลย ท่านเลยอาจจะมาปรากฏตัวเพื่อเตือนว่าได้เวลาแล้วที่จะต้องทำพิธีเลี้ยงนาง ซึ่งพิธีกรรมนี้ก็สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่ปู่ทวด เก๋ได้รู้ว่าไม้ต้นนี้เป็นไม้ตะเคียนที่ลอยทวนกระแสน้ำมาหยุดตรงท่าน้ำวัด
ขอบคุณภาพประกอบจาก FREE WEB :: https://unsplash.com/s/photos/scary
ก่อนที่ชาวบ้านจะนำขึ้นมาสักการะ กระทั่งมีร่างทรงคนหนึ่งมาบอกว่าเจ้าแม่ตะเคียนรักคนที่นี่และอยากที่จะดูแลทุกคน ปู่ทวดเลยแบ่งไม้ตะเคียนมาทำเป็นเสาบ้าน แล้วเสาต้นนั้นก็กลายเป็นเสาตกน้ำมัน มีชาวบ้านมากมายหวาดกลัว บางคนที่ไหว้ไม่ดีถึงกับอยู่ไม่ได้ บางคนก็เอาไปคืนวัด บางคนขายต่อ มีเพียงปู่ทวดที่ยังคงบูชาเสาตกน้ำมันต้นนั้นและทำพิธีเลี้ยงนางตะเคียนมาตลอดทุกปีมาหลายสิบปีแล้ว แม้ท่านจะตายไปก็ยังฝากฝังให้คนรุ่นหลังสืบทอดการกระทำนี้ต่อ ซึ่งเก๋เองก็อยู่ในเหตุการณ์นี้สองครั้ง เพียงแต่เธอไม่คิดว่ามันจะเหมารวมด้วย เธอคิดว่าเป็นพิธีทำบุญบ้านเพียงเท่านั้น
หลังจากนั้นพอสามีกลับมาจากทำงาน บ้านของเอกก็จัดการทำบุญบ้านพร้อมทั้งทำพิธีบูชาเจ้าแม่ตะเคียน เก๋รู้สึกเบาใจขึ้นมาไม่น้อยเมื่อทุก ๆ อย่างมันกลับเข้าที่ แต่จะให้เธอทำใจยอมรับก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เมื่อเวลาสามปีที่ผ่านมาเธอก็ยังมีหวั่น ๆ แทบทุกคืน หญิงสาวจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านตัวเองจนกว่าบ้านเธอจะสร้างเสร็จ เพื่อบอกลาเสาตะเคียนต้นนั้นเสียที ต่อให้จะมีหรือร้าย เก๋ก็ไม่ต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มีสิ่งเร้นลับปรากฏตัวออกมาให้เห็นแถมยังคุกคามเธอเช่นนี้
หลังจากนั้น เวลาผ่านไปบ้านใหม่ของเธอเสร็จเรียบร้อย เก๋จึงย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ครอบครัวของเอกนำเสาตกนั้นต้นนั้นไปตั้งบูชาไว้ที่โรงนาแทน และหลังจากนั้นก็มีข่าวลือต่าง ๆ นานาว่ามีคนเห็นผู้หญิงเดินอยู่แถวคันนาในช่วงกลางคืน ไม่ก็มีคนเห็นผู้ชายสองคนวิ่งแหกปากโวยวายออกมาจากโรงนาซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์การช่าง ปุ๋ยและพวกเมล็ดพันธุ์ข้าว คาดว่าน่าจะเป็นขโมย
เก๋รู้สึกว่าทุก ๆ อย่างมันลงตัวอย่างที่มันจะเป็นของมันแล้ว เสาตกน้ำมันอยู่ในที่ ๆ สมควร และบ้านหลังใหม่นี้เธอก็อยู่อย่างมีความสุข ลูกสาวไม่มีใครมากวนในยามวิกาล เธอรู้สึกปลอดโปร่งที่ได้หลุดพ้นความน่ากลัวที่ทนทุกข์มาตลอดสามปีนั้นได้ และก็ตั้งใจว่าแม้จะไม่ค่อยชอบเรื่องราวแบบนี้เท่าไหร่ หากปีถัดไป ถ้าบ้านจัดพิธีไหว้ เธอก็จะร่วมด้วย
เธอคงไม่ใจร้ายใจดำขนาดทำลายเสาไม้ต้นนั้นหรอก สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือลูกสาวของเธอจะไม่ตื่นมาจ๊ะเอ๋เธออีกก็เพียงพอแล้ว....
เรื่อง - น้องหีบ
ความคิดเห็น






