อื่นๆ
เรื่องล่าเก้าแสงเทียน 2 (เสียงเรียกซ้อน)

เรื่องล่าเก้าแสงเทียน 2 (เสียงเรียกซ้อน)
“เนื้อเรื่องถูกแบ่งเป็น 5 ส่วน 5 เรื่องเล่า สามารถอ่านแยกกันได้ แต่เพื่อความหลอน กรุณาอ่านเรียงลำดับ”
เรื่องแรกที่ม็อปเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของเก้าทำเอาผมแอบขนลุกเล็กน้อย เพราะผมเองก็เคยได้ยินเรื่องเล่าประเภทนี้เช่นกัน เรื่องของคนเล่นของที่ปล่อยของทดสอบอาคมของตัวเอง และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ผมไม่ชอบเปิดGPS ไม่ได้ปรักปรำหรือดิสเครดิต เพียงแต่ว่าถ้าจอดถามคนถิ่นนั้นๆ ผมว่ามันสะดวกกว่าเป็นไหนๆ
เพื่อนหนึ่งคนเล่าไปแล้ว ผมจึงถามม็อปต่อ ว่าเรื่องต่อไปใครเล่า ม็อปมองผมแล้วยิ้มๆ ก่อนบอกว่าเป็นเรื่องของเขาเอง รู้อย่างนั้นผมก็ยิ่งอยากฟังเข้าไปใหญ่
เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมาวาง หน้อจอแตกร้าว แต่เมื่อกอดเปิดจอ ปรากฏว่ามันยังคงใช้ได้เป็นปกติ
Advertisement
Advertisement
“ยังไม่ดึก” ผมพูด เมื่อเห็นนาฬิกาบนหน้าจอบอกเวลาสี่ทุ่มกว่า
“เปล่า...ให้ดูว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้านี่แหละ”
จากนั้นม็อปก็พาผมกลับไปที่เรื่องเล่าของเด็กตัวแสบสี่คนอีกครั้งหนึ่ง
เรื่องของม็อป ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีก เมื่อตอนเขาอยู่ม.2 เขาได้รับของขวัญวันเกิดเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้เครื่องหนึ่ง ม็อปดีใจมากๆ เพราะว่ามันคือรุ่นยอดฮิตมากๆ แม้ว่ามันจะเป็นมือสองที่พ่อของเขาซื้อต่อเพื่อนที่ทำงานมาให้ก็ตาม เขาเพียงแค่เปลี่ยนเคสแล้วติดฟิล์มกระจกใหม่ก็เพียงพอ
เพื่อนๆ ต่างฮือฮามาก เพราะในตอนนั้นราคามือหนึ่งก็หลักหลายหมื่น ช่วงนั้นม็อปเลยกลายเป็นคนเนื้อหอม มีเพื่อนๆ มารุมล้อมมากเป็นพิเศษ ซึ่งตอนนั้นเขาเองกำลังถูกรุ่นพี่ม.สามตามจีบอยู่ เลยตัดสินใจให้เบอร์ไป (อารมณ์มีของหรู คนก็จะมาจีบมากหน่อย)
ทั้งสองคุยกันอยู่ทุกๆ คืนก่อนนอน จากแชท เริ่มเป็นส่งข้อความเสียง ส่งรูปภาพล่ำลาก่อนนอน จากนั้นก็เริ่มเป็นการวีดีโอคอล และจบที่การคอลปกติ ที่จะคาสายเอาไว้ แล้วนอนหลับไปพร้อมๆ กัน เรียกว่าเป็นเทรนด์ของการจีบกันสมัยนั้นเลยก็ว่าได้
Advertisement
Advertisement
แล้วในวันหนึ่ง ระหว่างที่ทั้งสองคุยๆ กันอยู่ รุ่นพี่คนนั้นก็เงียบไป แล้วถามกลับมาว่า “น้องสาวยังไม่นอนเหรอ ?”
ม็อปงุนงงที่ถูกถามอย่างนั้น เขาบอกไปว่าไม่มีน้องสาว มีแค่น้องชายที่หลับเป็นตายไปแล้ว รุ่นพี่ยังคงยืนยันว่าได้ยินเสียงผู้หญิงแทรกมาตลอดเวลาที่คุยกับ เรียก “ม็อปจ๋า คุยกับใคร” และอีกหลายๆ ประโยค ทั้งที่ม็อปก็ยืนยันและวีดีโอคอลให้อีกฝ่ายเห็น ว่าเขาอยู่กับน้องชายที่หลับไปแล้วเพียงสองคน
รุ่นพี่คนนั้นรู้สึกหวาดกลัวจนแสดงออกนอกหน้า เธอจึงเลิกคุยแล้วเปลี่ยนเป็นการคอลคาสายแทน
รุ่งเช้า ม็อปเจอรุ่นพี่ที่โรงเรียนจึงถามว่า “แบตหมดเหรอ ? ตัดสายไปตั้งแต่ตีสอง”
อีกฝ่ายสีหน้าไม่สู้ดี ก่อนจะบอกว่า “จะเชื่อพี่หรือไม่เชื่อก็ได้นะ แต่เมื่อคืนมีผู้หญิงมากรี๊ดใส่หู ดังมาก แล้วยังตะคอกถามอีกว่า มาคุยกับคนของกูทำไม เลยวางสายแล้วไปนอนห้องแม่ แต่ม็อปก็ยังโทรมาอีกหลายสายกระทั่งต้องปิดเครื่อง”
Advertisement
Advertisement
เรื่องนี้ทำเอาม็อปไปไม่ถูก เพราะไม่รู้จะพูดยังไง ซ้ำไอ้เรื่องที่เธอบอกว่าม็อปโทรกลับไปอีกหลายสายก็ยิ่งไม่เป็นความจริง เพราะว่าเขาหลับแบบยิงยาว ตื่นเช้าก็เตรียมตัวอาบน้ำมาโรงเรียนเลย ทุกๆ อย่างเลยกลายเป็นปริศนาที่ค้างคาใจ
คืนหนึ่ง ในวันที่ทั้งสองคบกันเป็นแฟนแล้ว แฟนของม็อปไม่สบาย วันนี้จึงไม่ได้คุยกัน ม็อปจึงนอนเปิดเพลงสวมหูฟังแทน แล้วหลับไป เขาตื่นขึ้นมาในเวลาดึกสงัด เพราะได้ยินเสียงเรียกชื่อดังแว่วๆ ก่อนจะรู้ว่ามันมาจากหูฟังนั่นเอง ม็อปสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อรู้ว่ามันไม่ปกติ เขาไม่ได้คาสายกับแฟนของเขา เขาจึงสะดุ้งกระชากหูฟังออก แล้วเสียงนั้นจึงไปดังสนั่นที่ลำโพงของตัวเครื่องแทน
“ทรายเหงา...ม็อปปป”
ทรายไหน ? เขาไม่รู้จักคนชื่อทราย ม็อปกระโดดดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงยืนมองโทรศัพท์เครื่องนั้นอยู่ห่างๆ ด้วยความกลัว เสียงนั่นคือเสียงใคร หรือนี่จะเป็นเสียงเดียวกับที่แฟนเขาได้ยินแทรก
ในตอนนั้นเสียงหมาหอนรับกันเป็นทอดๆ เขารีบหยิบเครื่องมาปิด แต่กดปิดเท่าไหร่ เครื่องก็ยังคงทำงานอยู่ ก่อนที่จะมีสายวีดีโอคอลเรียกเข้ามา ซ้ำเครื่องโทรศัพท์มันยังกดรับเองด้วย ก่อนที่ม็อปจะเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น โทรศัพท์เครื่องนั้นก็กระเด็นติดฝาผนังจนหน้าจอแหลกละเอียด ม็อปวิ่งไปหาพ่อแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง
พ่อไม่พูดอะไรในตอนนั้น...บอกให้เขานอนด้วยกันบนเตียงจนกระทั่งถึงวันต่อมา
ความจริงปรากฏขึ้น เมื่อเช้าอีกวันเพื่อนของพ่อที่ขายโทรศัพท์ต่อมาหาพ่อ ม็อปคุ้นหน้าเขา แต่จำชื่อไม่ได้ พ่อเล่าความจริงว่า นี่คือพ่อของทราย เพื่อนสมัยเด็กของม็อปตั้งแต่อนุบาลสมัยที่อยู่บ้านหลังเก่า ม็อปพอคุ้นๆ อยู่บ้าง แต่ก็จำไม่ได้อยู่ดี ความทรงจำเก่าๆ ในวัยเรียนมันไม่ได้ชัดเจนกับเขาเสียขนาดนั้น
ทรายป่วยหนักเมื่อสองเดือนก่อนด้วยโรคไข้เลือดออก ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้วยความที่ที่บ้านทำใจไม่ได้เลยขายของทุกๆ อย่างของลูกทิ้งไป ให้เหลือเพียงแค่รูปถ่ายเท่านั้น เสื้อผ้าก็นำไปบริจาค สุดท้าย โทรศัพท์ก็ตกอยู่ที่ม็อปนั่นเอง ที่มาหาวันนี้เพราะได้รับรู้เรื่องราวจึงเอาเงินมาคืน โดยไม่รับโทรศัพท์กลับ บอกว่าจะเอาไปทิ้งหรืออะไรก็ตามใจ
แววตาเจ็บปวดของพ่อคนชื่อทรายทำให้ม็อปรู้สึกว่ามันเป็นความเศร้าที่แท้จริง เขาอยากให้พ่อของคนชื่อทรายที่แสนเลือนรางในความทรงจำได้ยินเสียงลูกตัวเอง แทนที่จะเป็นเขาและคนรอบกาย...แต่พอมาคิดดีๆ แบบนั้นก็ดีแล้ว ม็อปไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เขา เพราะไม่อยากให้พ่อที่พยายามจะลืมเรื่องลูกสาวที่แสนยากเย็นนั้นต้องจมจ่อมและทรมานกับการผูกติด
ม็อปเก็บโทรศัพท์นั้นเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย แม้จะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่อะไรสักอย่างทำให้เขารู้สึกว่าไม่สบายใจที่จะทิ้งมัน
หรือแท้จริงแล้วมันอาจเพราะว่าเขารู้สึกผิด...ที่จดจำเพื่อนคนนั้นไม่ได้
เพื่อน...ที่พ่อเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งสองคนสนิทและรักกันมากแค่ไหน
ม็อปเก็บมันไว้แทนคำขอโทษ และเขาก็ยอมตื่นเช้าเพื่อมาทำบุญตักบาตรให้เธอทุกๆ วันไม่เคยขาดเลย
ขออุทิศกุศลแก่เธอผู้นั้น...ทราย
ความคิดเห็น






