อื่นๆ
เรื่องเล่าจากปลายเตียง : นอนละเมอ : ผีบังตา

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสมัยเด็ก อายุประมาณ 8-9 ขวบได้ถ้าจำไม่ผิด ขอท้าวความก่อนสมัยเด็กเราและเพือนที่เกิดในต่างจังหวัดจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน โดยชีวิตสังคมชนบทจะเป็นลักษณะครอบครัวใหญ่ รู้จักกันทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบล หรือจะบอกว่าทั้งอำเภอก็ไม่ผิด กลุ่มพวกผมจะมีอยุ่ประมาณ 7-8 คน โดยจะมีเพือนชื่อว่า นุ้ย กบ อึ่ง นูน เขียด ติ่ง วิ แหลม นวย และตัวผู้เขียน ซึ่งอายุจะไล่ๆ กัน โดยกบ อึ่ง เขียด ติ่ง จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันและอยุ่บ้านหลังเดียวกัน ที่จัดกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน เช่น เล่นซ่อนหา เตะฟุตบอลตอนเย็น วันหยุดไม่ได้เรียนก็พากันจัดกลุ่มออกล่ากิ่งก่า ขุดหาจิ้งหรีด หากบ เขียด ตามทุ่งนาตามวิถีชนบทมาทำเป็นอาหารแบ่งปันกันตามประสาเด็กผู้ชาย คือจะว่ากันว่าอยู่ด้วยกันเกือบจะ 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ นอกจากนอนคนละบ้านเท่านั้น บังเอิญว่าเล่นด้วยกันตลอดเวลา ทำให้คิดถึงเพือนตลอดเวลาเรียกว่าห่วงเล่นมากกว่า ข้าวปลาไม่กินกันเลยทีเดียว ตกเย็นเวลา 20.00 น. พ่อแม่ต้องมาตามกลับบ้าน จึงแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ซึ่งบ้านแต่ละคนอยู่ไกลกันอีกต่างหาก
Advertisement
Advertisement

Advertisement
Advertisement
เช้าวันศุกร์ เราและเพือนๆ ตื่นมากินข้าว อาบน้ำ ก็พากันไปโรงเรียนตามปกติ ซึ่งโรงเรียนจะห่างจากหมู่บ้านที่เราอยู่ประมาณ 4-5 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งจะพากันปั่นจักรยานไปกันคนละคัน เข้าเรียน จนเลิกเรียนและกลับถึงบ้าน ถึงขนาดยังไม่เปลี่ยนชุดนักเรียน ต้องมาเล่นด้วยตามเคย มาเตะฟุตบอลกัน นัดกับอีกหมูบ้าน เตะบอลเดิมพันเงินกันด้วย ทีมละ 5-20 บาท เพราะช่วงนั้นเงินหายากบ้าน มันคือเงินเหลือจากไปโรงเรียน พอเตะบอลเสร็จแล้วจะแยกกันกลับบ้านพวกเราจะร่วมตัวกันนัดหมายกันว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรด้วยกัน โดยได้ทำเตรียมออกล่ากิ่งก่า หาจิ้งหรีด หากบเขียด ในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เช้าเลยคือเวลานัดหมาย

Advertisement
Advertisement
พอตกเย็นแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน พอตกดึกเกิดเหตุการณ์ที่บ้านเพือน คือ นุ้ย เกิดเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับเพือนขณะนอนอยู่กับยาย ซึ่งพ่อแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องนอนกับยาย เกิดอาการหลับๆตื่นๆ พะวงเรื่องติดเล่นมากเกินไปหรือเปล่า เหมือนมีใครมีเหยียบบนหน้าอก หายใจไม่ออก เหมือนผีอำ จึงร้องขอความช่วยเหลือจากยาย ยายจึงรู้สึกตัวเลยปลุกนุ้ยที่โดนผีอำขึ้น จากนั้นนอนต่อ จนถึงประมาณตีสาม ยายตื่นขึ้นมาเพื่อจะเข้าห้องน้ำ มองไปบนที่นอนของนุ้ยกลับหาไม่เจอนุ้ย ปกตินุ้ยจะนอนบนเตียงกับยายทุกวัน โดยยายพยายามหาแต่ไม่รุ้ว่านุ้ยไปไหน หายไปได้อย่างไร หายไปตอนไหน ยายจึงร้องหาความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และแจ้งผู้ใหญ่บ้านในตอนตีสาม เพื่อช่วยกันตามหานุ้ย ทำให้วุ่นวายไปหมด พากันภายในบริเวณบ้านก็ไม่เจอ เจอแต่รองเท้าของนุ้ยเท่านั้น ยายและเพื่อนบ้านพากันไปช่วยตามหา โดยแยกกันไปหาตามบริเวณหมู่บ้าน และหนองน้ำไกล้บ้าน กลัวว่าจะเป็นอะไรไปเสียก่อน
cr : rabbitfinance.com
หลังจากที่แยกกันตามหาตามบริเวณทั้งหมู่บ้าน หนองน้ำไกล้บ้าน ดังกล่าวแล้วต่างก็หาไม่เจอ เริ่มท้อในการตามหาใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการตามหานุ้ย ยายจึงเกิดคิดถึงว่านุ้ยเคยเล่าให้ฟังว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรกับเพือนๆ บ้าง หาจนหมดแต่ไม่เจอ และเหลือบ้านหลังสุดท้ายที่เป็นบ้านของ กบ อึ่ง เขียด ติ่ง 4 คนนี้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันที่อยุ่บ้านหลังเดียวกัน ที่นุ้ยชอบมาเล่นด้วยตอนกลางวันเป็นประจำนอน โดยเด็กทั้ง 4 จะนอนเรียงกันในห้องนอน ยายจึงเรียกถามแม่กบว่า เห็นหลานฉันมานอนที่นี้ไหม แม่กบบอกมาว่าไม่มีจ้ายาย นี่ตีสามกว่าๆแล้วยังจะมาหากันอีกหรอ ยายจึงสงสัยขอเข้าไปดูในห้องกบมองหากลับไม่เจอ แต่ยายลองนับตัวเด็กรอบที่ 1 รอบที่ 2 ยังนับได้ 4 คนเท่าเดิม แต่พอนับครั้งที่ 3 จู่ๆเกิดนับมีเด็กเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน เป็น 5 คน นั่นคือนุ้ยคนที่ตามหากัน ต่างพากันตกใจว่ามาจากไหนผีบังตาหรือเปล่า
เพือนบ้านต่างคิดว่าเด็กน่าจะเกิดนอนละเมอเดินมาหาเพือนจะชวนกันไปเล่น จึงเกิดคำถามว่าตอนตีสามแล้วจะชวนกันมาเล่นหรอตอนนี้ จึงสงสัยผีบังตาเป็นแน่ ตั้งแต่ลุกจากเตียงนอน ทั้งเปิดประตูลงบันไดเดินลงจากบ้านทำไมยายจะไม่ได้ยินเสียงคนเดิน เด็กอายุ 9 ขวบเดินออกมาได้ โดยที่หมาจะไม่เห่าหรือหอนในเวลาตีสามเลยช่างแปลกใจมาก พอถึงบ้านของกบ บ้านจะไม่ได้ล็อกบ้านหรอ พอถามไปยังแม่กบ บอกว่าบ้านเป็นลักษณะ 2 ชั้น ชั้น 2 เปิดโล่งแค่ขึ้นบันไดก็เข้าเจอที่นอนเด็กทั้ง 4 คนแล้ว ถามกบคนที่โตสุดก็บอกว่าไม่มีเสียงเรียกจากนุ้ยเลย ไม่รู้ว่านุ้ยมาตอนไหน มาได้อย่างไร เพราะกบกับน้องๆก็นอนหลับสนิท ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำเด็กๆตกใจ กลัวกันอย่างมาก ยายถามนุ้ยว่ามาที่ได้อย่างไร นุ้ยตอบยายว่า ผมไม่รู้ครับยายว่าผมมาที่นี่ได้อย่างไร เพิ่งมารู้สึกตัวอีกทีเวลายายเรียกครับ พรุ่งนี้เช้ายายและเพือนบ้านพากันผูกแขนเรียกขวัญนุ้ย กลัวจะเกิดอาการผวาอีกตอนกลางดึก จากนั้นนุ้ยก็ไม่เป็นแบบนี้อีกเลย ช่างน่าขนลุก
cr: teenee.com
เรื่องนี้มันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เรื่องจริงไม่ได้คิดขึ้นเอง ถ้าคุณพบตัวเองหรือคนรอบตัวที่มีอาการแบบนี้ ก็ควรจะต้องเรียนรู้วิธีจัดการ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือควรเข้าไป ปรึกษาแพทย์ เพื่อขอรับคำแนะนำต่อไป จนตอนนี้เจอเพือนยังพยายามถามเรื่องนี้ตลอด เพือนมันยังบอกคำเดิมว่าไม่รู้ว่าไปได้อย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมขอบคุณช่องทางนี้ที่ทำให้ผมได้เล่าเรื่องของผมให้กับคนอื่นได้อ่าน และเรื่องราวแปลกๆ ที่เกิดขึ้น ไว้ตอนหน้าผมจะเล่าเรื่องอะไร ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านนะครับ
ความคิดเห็น






