อื่นๆ

ห้องน้ำสำนักงาน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ห้องน้ำสำนักงาน

.. เครดิตภาพ:ซื้อมาจาก shuterstock

เวลาที่ปวดท้องอยากจะเข้าห้องน้ำมาก ๆ ผมเชื่อว่าทุก ๆ คน คงไม่มีใครสนใจว่าเราจะเข้าห้องน้ำห้องที่เท่าไหร่ ทันทีที่ถึงห้องน้ำและพบว่ามีห้องไหนว่างอยู่เราก็จะรีบเข้าไปทันที เหมือนกับประสบการณ์ที่ผมจะเล่าดังต่อไปนี้ครับ อาจจะฟังดูตลกอะไรบ้างที่ผมต้องเจอกับเรื่องขนหัวลุกสองครั้ง

ครั้งแรกก็คือตอนที่ปวดท้องถ่ายงานแล้วรีบไปเข้าห้องน้ำ ง่าย ๆ เลยก็คือปวดจนขนลุกจริง ๆ ครับ ไปเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน กับอีกหนึ่งเรื่องที่คราวนี้ต้องขนหัวลุกแล้ววิ่งหน้าตั้งมาจากออฟฟิศเลยครับ

เรื่องที่ผมจะเล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง วันนั้นผมทำงานอยู่ที่ออฟฟิศจนดึกด้วยความที่ขยันมาจากไหนไม่รู้ ซึ่งผมก็อยู่ทำงานจนถึงเวลาประมาณ 23:00 น. กว่า ๆ แล้วเมื่อตอนมืดผมเองก็ไปกินส้มตำกับพี่ที่ทำงานมา ทำให้ช่วงดึกระหว่างที่ผมนั่งทำงานอยู่ก็มีอาการท้องไส้ปั่นป่วนอย่างรุนแรงมันปวดแบบทันทีทันใด มาแบบกระทันหันจนขนลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน

Advertisement

Advertisement

ทันทีที่ผมวิ่งมาถึงห้องน้ำชายผมก็เปิดประตูเข้าห้องน้ำไม่ได้ ผมพยายามพังประตูอยู่หลายครั้ง ปวดท้องก็ปวดทุกสายตาเพิ่งจะเหลือบไปเห็นว่าห้องน้ำใช้ไม่ได้ผมเริ่มหงุดหงิดทันทีเพราะช่วงบ่ายที่ผมเดินมาเข้านั้นห้องน้ำก็ยังใช้ได้ปกติอยู่ ด้วยความที่เข้าข้าศึกโจมตีผมจนเกือบจะถึงหน้าด่านแล้วจะให้ผมวิ่งลงไปเข้าที่ชั้น 1 ก็คงไม่ทันผมเลยตัดสินใจวิ่งเข้าห้องน้ำหญิงไปแบบไม่คิดอะไรเลยครับเพราะที่ออฟฟิศก็ไม่มีใครอยู่แล้วและสำนักงานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันปิดไฟมืดไปหมดแล้วน่าจะเหลือผมแค่คนเดียว

ผมเข้าไปในห้องน้ำได้ทุกอย่างดูสบายใจทันทีครับอาจจะฟังดูขำ ๆ ตลก ๆ บ้าง แต่เรื่องการปวดท้องแล้วเข้าห้องน้ำไม่ทันนั้นก็คงจะเป็นเรื่องน่าอายอยู่ไม่น้อยนะครับ แต่หลังจากที่ผมปลดทุกข์เรียบร้อยแล้วกำลังจะออกจากห้องน้ำผมก็เปิดประตูออกไปไม่ได้ครับ ผมปิดที่บิดประตูออกและพยายามจะดึงประตูหลายครั้ง แต่มันก็เปิดไม่ได้ผมยืนงงอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาเอาของ เงาใครบางคนที่สะท้อนกับแสงไฟในห้องน้ำเดินตรงมาอยู่ที่ด้านหน้าห้องน้ำที่ผมอยู่

Advertisement

Advertisement

ผมมองแสงที่ลอดช่องประตูเข้ามาก็เห็นเงานั้นเหมือนเดินวนไปวนมาอยู่สักพักก่อนที่ไฟในห้องน้ำจะติดติดดับดับ และกลับมาใช้ได้ปกติเคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วคงเป็นความรู้สึกดีใจที่ใครหลาย ๆ คนก็เคยเป็นกันนะครับ "ขอโทษนะครับอย่าเพิ่งตกใจ พอดีห้องน้ำชายเข้าไม่ได้แล้วผมก็ปวดท้องมากก็เลยมาเข้าห้องน้ำผู้หญิงแล้วพอดีประตูห้องน้ำมันก็เปิดไม่ได้คุณพอจะผลักจากด้านนอกเข้ามาได้หรือเปล่าครับ"  ผมพูดออกไปเพื่อหวังที่จะให้คนที่มาเข้าห้องน้ำนั้นช่วยลองเปิดประตูให้ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาผมยืนอยู่ในห้องน้ำสักพักก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อยและยังคงเห็นคนที่ยืนหน้าประตูห้องน้ำอยู่ "ขอโทษนะครับช่วยเปิดประตูให้ได้ไหมครับ" ผมลองถามออกไปอีกครั้งก่อนที่ประตูห้องน้ำจะค่อย ๆเปิดออกอย่างช้า ๆ ผมรีบดึงประตูให้เปิดออกทันทีเพื่อขอบคุณที่เขาเปิดประตูให้แต่ผมกลับไม่เห็นใครยืนอยู่ตรงนั้นเลย.. เครดิตภาพ:ซื้อมาจาก shuterstock

Advertisement

Advertisement

ผมมองในกระจกที่สะท้อนเห็นประตูห้องน้ำทุกบานมันกำลังว่างไม่มีใครใช้ห้องน้ำอยู่ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาแล้วเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าห้องน้ำไป ผมหันไปมองที่กระจกสลับกับห้องน้ำห้องที่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไป ผมมองแบบไม่ผ่านกระจกผมก็เห็นเธอปกตินะครับ แต่ผมมองผ่านกระจกผมกลับไม่เห็นเธอเลย

ผมยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเรียกสติและคิดได้ว่าผมไม่ควรจะเชื่อในสิ่งที่ผมยังไม่ได้พิสูจน์ และใช่ครับผมตัดสินใจที่จะเดินไปที่ห้องน้ำห้องที่ผมเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปแล้วถึงแม้ว่าประตูปิดอยู่ผมก็อยากจะพิสูจน์ให้เห็นสักครั้ง เพราะตั้งแต่ที่ผมทำงานที่นี่มาเกือบ 10 ปีแล้วผมก็ไม่เคยได้ยินเรื่องผีในออฟฟิศเลยสักครั้ง มันคงจะมีแต่ผมอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ระหว่างที่ผมเดินเข้าไปใกล้ห้องน้ำห้องนั้น ผมรู้สึกใจเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังคงคิดในใจอยู่ว่าผมเองอาจจะตาฝาดไป

ผมทำงานมาทั้งวันและเวลานี้ก็ดึกมากแล้วผมเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำห้องที่ผมเห็นว่ามีคนเข้าไปนั้นก่อนจะหันไปมองกระจกอีกครั้งและหันกลับมาอีกทีผมก็เห็นว่าประตูห้องน้ำค่อย ๆ เปิดออก "ขอโทษนะครับ" ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ประตูห้องน้ำห้องนั้นก็เปิดออกอย่างแรง ก่อนที่ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่จะร้องและหัวเราะเสียงดังผมสะดุ้งตกใจจนล้มลงก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากห้องน้ำไป

ผมได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนั้น หลังผมออกมาหันกลับไปมองก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังวิ่งตามมาหรือจะเรียกว่าลอยมาเหมือนผีในหนังที่เราเคยเห็นกันก็ไม่แปลกครับ จังหวะที่ผมพึ่งมาถึงที่ด้านหน้าออฟฟิศก็มี รปภ. เดินมาตรวจอาคารพอดี

"พี่ ๆ ผีหลอกผม" ผมรีบร้องบอกแล้ววิ่งเข้าไปหาพี่ รปภ. ทันทีถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นผีจริง ๆ พี่ รปภ. ก็คงช่วยอะไรผมไม่ได้

"เดี๋ยวใจเย็น ๆ นะครับคุณไม่มีอะไรนะครับ" ผมหันไปมองทางด้านหลังที่ตัวเองวิ่งมาอีกครั้งก็เจอแต่ความมืดกับความรู้สึกที่ยังตื่นเต้นอยู่ ผมไม่รู้สิ่งที่ผมเจอนั้นเป็นการจินตนาการไปเองหรือเปล่า แต่ที่รู้ ๆ มันทำให้ผมกลัวมากมากเสียจนเกือบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว

"ทำงานจนดึกแล้วตาฝาดหรือเปล่า กลับได้แล้วมั้งจะได้ปิดไฟซะที" ผมมองพี่ รปภ. ที่กำลังเดินไปทางสำนักไอทีเพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนจะรีบเดินเข้าออฟฟิศของตัวเองไป ผมพยายามไม่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้พร้อมกับรีบเดินไปถึงโต๊ะตัวเองโดยเร็ว ซึ่งเจ้าโต๊ะองผมก็ดันอยู่ด้านในสุดเลย ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปรีบเก็บของและเอกสารต่าง ๆ ใส่กระเป๋า พร้อมจะเดินออกจากออฟฟิศหันหน้าไปที่ประตูก็เห็นพี่ รปภ. ยืนมองอยู่ "ยังไม่กลับอีกเหรอครับน้อง อีกนานหรือเปล่า" พี่ รปภ. อีกคนนึงไม่ใช่คนเมื่อตะกี้ถามผมผมมองเขาด้วยความรู้สึกงง ๆ "ว่าไงครับอีกนานหรือเปล่า พี่จะได้รอ" ผมหลุดออกจากความคิดของตัวเองมาได้ก็เลยถามพี่ รปภ. ออกไปด้วยความสงสัย "แล้วพี่ รปภ. คนเมื่อกี้ไปไหนแล้วเหรอครับ".. เครดิตภาพ:ซื้อมาจาก shuterstock

พี่ รปภ. คนนั้นทำหน้าตกใจใส่ผมก่อนจะมองไปมารอบ ๆ "ไอ้น้องมันจะมีใครอีกล่ะ พี่ก็เพิ่งขึ้นมาเนี่ย อย่ามาอำกันสิ" เพราะผมได้ยินพี่ รปภ. บอกแบบนั้นผมก็ขาอ่อนทันทีเลยแทบจะทรุดลงตรงนั้นผมรู้สึกเหมือนจะเป็นลมคล้ายจะหน้ามืด จนพี่ รปภ. ต้องวิ่งเข้ามาหาผม พี่ รปภ. รีบเข้ามาช่วยพยุงผมจะพาผมไปนั่งก่อนจะหยิบยาดมออกมาจากกระเป๋าเสื้อและยื่นให้ผม

เขาบอกว่า "นั่งพักก่อนนะน้องแล้วค่อยกลับก็ได้ อย่าทำงานหนักมากนะพี่ไม่อยากให้มีคนตายที่ออฟฟิศอีกรอบ" ผมหันไปมองที่ รปภ. ด้วยความตกใจ "ว่าไงนะพี่" รปภ. หันมามองผมด้วยท่าทางตกใจไม่แพ้กันแต่แกคงจะตกใจเพราะเสียงผมมากกว่า เราก็ได้ทำพี่ตกใจไปด้วยเลย

"น้องก็ทำงานมาแล้วไม่ใช่หรอ ไม่รู้เหรอว่าที่ออฟฟิศเคยมีคนตาย" ผมได้แต่ส่ายหน้ารัว ๆ เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอ้วกออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอได้เห็นและได้ยินเรื่องราวอะไรแบบนี้แล้ว พี่ รปภ. ก็เริ่มเล่าให้ผมฟังว่า

สมัยตอนที่เขาเข้ามาทำงานใหม่ที่ออฟฟิศเองก็เพิ่งเปิด มีพนักงานหลายคนชอบอยู่ทำงานกันตอนดึก ๆ เป็นประจำ ผ่านไปได้สักพักก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเขาเสียในห้องน้ำเหมือนจะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มาเจออีกทีก็ตอนเช้าแล้ว สาเหตุก็มาจากการทำงานดึก ๆ ทุกวัน แล้วก็มาเข้างานเช้าหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าอยู่ทำงานดึก ๆ กันแล้ว เขากลัวจะเจอน้องคนนั้นและบางคนก็เจอเข้าจริง ๆ ตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่มีใครทำงานดึกกันอีกเลย หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็จะอยู่ด้วยกันหลายคน และกลับไปพร้อม ๆ กัน

ผมได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็นึกย้อนไปตอนช่วง 3 ทุ่มกว่า ที่มีพี่ในทีมผมคนหนึ่งชวนผมให้กลับด้วยกันซึ่งผมก็ปฏิเสธเสียงแข็งและบอกว่ากำลังทำงานเพลินให้พี่เขากลับไปก่อนได้เลย ก่อนจะกลับไปพี่ในทีมก็กำชับกับผมอยู่เหมือนกันว่าไม่ให้กลับดึกมาก ผมฟังที่ รปภ. เล่าจบก็ดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองตอนนั้นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว "กลับลงไปพร้อมกันนี่แหละ ท่าทางน้องคงเจอมาใช่ไหม" ผมได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ   ให้กับพี่ รปภ. ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าของตัวเอง

ผมบอกว่า "พี่ช่วยเดินนำผมไปก่อนได้หรือเปล่าครับ" พี่ รปภ. หันมามองที่ผมเล็กน้อยด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ แต่ก็เดินนำหน้าผมไป    ผมเดินตามพี่ รปภ. ไปไม่ห่าง ก่อนเดินไปปิดไฟด้วยกัน ถึงแม้จะเดินออกจากออฟฟิศไม่มืดผมก็เดินเกาะเสื้อพี่ รปภ. ออกมาเหมือนกับเด็ก ๆ ที่กลัวผีเลยครับ ระหว่างที่ผมและพี่ รปภ. เดินไปที่บันไดลงไปชั้น 2 เพราะตอนนี้ปิดการทำงานไปหมดแล้ว พี่ รปภ. ก็หันมามองผมเป็นระยะ ๆ ถอยห่าง ๆ หน่อยก็ได้ "ขอโทษครับพี่ผมกลัวจริง ๆ" พี่ รปภ.ส่ายหน้าด้วยอาการเซ็ง ๆ  ถึงแม้จะมีแสงเล็กน้อยตามทางเดินแต่ผมก็เห็นมันอย่างชัดเจน ขอโทษจริง ๆ นะพี่ พวกผม 2 คนเดินกันไปได้สักพักไม่นาน พี่ รปภ. ที่ส่องไฟฉายนำทางให้ก็หันมาบอกกับผมว่าให้ผมไปเดินนำหน้าเขาแทนแล้วกันจะได้ไม่ต้องมาเดินเกาะเขาอยู่แบบนี้ เพราะยังไงด้านหน้าก็มีแสงไฟจากไฟฉายส่องให้อยู่แล้ว แล้วก็ลงบันไดไปช่วงหนึ่งก็จะมีไฟเปิดอยู่

ผมเองก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่พูดเกรงใจพี่ รปภ. อยู่ด้วยเหมือนกันระหว่างที่เดินลงบันไดมาได้ไม่กี่ขั้นแสงไฟฉายที่แขวนตามแรงขึ้นลงบันไดของพี่รปภก็หยุดนิ่งผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ คิดในแง่ดีว่า พี่ รปภ. อาจจะยืนเช็คมือถืออยู่ ผมหันหลังกลับไปมองก็เห็นพี่รปภ. ทำหน้าที่ซีดมองตรงมาที่ผม พี่ รปภ. แกกระพริบตาไม่ยอมหยุดเหมือนพยายามจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับผม ก่อนที่ผมจะตกใจขาสั่นอีกรอบเมื่อมีมือ 1 โผล่มาเกาะที่ไหล่ของพี่ รปภ. ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลยครับ น่าจะยืนมองด้วยความกลัว

ผีพูดว่า "กูบอกให้พวกมึงกลับไปตั้งนานแล้วนี่หว่า" ผมก็หันหลังวิ่งลงบันไดไปอย่างไม่คิดชีวิตเลยครับ พอผมลงมาถึงชั้น 1 ก็รีบปิดประตูกระจกวิ่งไปที่ลานจอดรถและขับรถออกจากออฟฟิศไปทันที

วันต่อมาผมขอลางาน 1 วันเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองจะป่วย  และสำหรับเรื่องเมื่อคืนผมเองก็ได้โทรไปเล่าให้พี่ที่ทำงานซึ่งอยู่ในทีมเดียวกันฟังทันที ในช่วงเช้าตอนที่ผมโทรไปลางานมิน่าล่ะมีคนบอกเจอ รปภ. นอนเป็นลมอยู่ตรงหัวบันไดทางขึ้นออฟฟิศผมเองก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ทิ้ง รปภ. ไว้แบบนั้น วันต่อมาผมเลยตั้งใจจะซื้อของมาฝากแกเพื่อเป็นการไถ่โทษแต่มารู้อีกทีแกก็ไม่มาทำงานแล้ว ตั้งแต่วันนั้นส่วนคนอื่น ๆ ในออฟฟิศก็รู้เรื่องที่ผมกับ พี่ รปภ. เจอดีทำให้ไม่มีใครกล้าอยู่ทำงานดึก ๆ กันอีกเลยครับ ส่วนเรื่อง รปภ. ที่ผมเจอในตอนนั้นก็คงจะเป็นพี่คม รปภ. ที่ตายในหน้าที่เหมือนกับน้องผู้หญิงคนนั้นครับ

เครดิตปกซื้อภาพมาจาก:shutterstock

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์